● |Fic| Can we |Part 2.2| 100%
posted on 27 Apr 2008 20:07 by kyuhae in Fic-Can-wePart 2 [30%]
“นี่เป็น...ตารางงานของคยูฮยอนวันนี้นะ” แฟ้มงานหนาๆ 2-3 เล่มถูกส่งมอบให้กับทงเฮอย่างเป็นทางการจากฮันคยอง เขาพลิกดูมันเก้ๆกังๆ ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินตัวนั้นมันเป็นการลำบากที่ทงเฮจะถือมันได้อย่างถนัด แฟ้มเล่มสีเทาจึงร่วงกระแทกพื้นดังโครม
“เออ........อ่ะ” ทงเฮก้มเก็บ แต่แล้วแฟ้มสีแดงเลือดหมูในมือก็เล่นลงไปแทน คราวนี้เขาพยายามกวาดมันเข้าใส่อ้อมกอดตัวเองอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าแฟ้มทั้งสามสไลด์ลงจากอ้อมแขนไปกองแอ้งแม้งได้อย่างสวยงาม
กว่าที่ทงเฮจะจัดแจงกับแฟ้มตารางงานพวกนั้นได้ก็เล่นเอาเหงื่อซึม ทงเฮยกแขนเสื้อปาดเหงื่ออย่างทุลักทุเลพลางแลบลิ้นแดงๆออกมาแสดงอาการหอบ
“โอเคมั๊ย?”
“พี่ฮันโกหกผม”
แต่คนโดนกล่าวหายักไหล่ “ไม่ได้โกหกเลย” ว่าแล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปจนได้ “นี่นะ เล่มสีเทานั่นน่ะ เป็นตารางงานของคยูฮยอนในช่วงเดือนนี้ ส่วนเล่มแดงเป็นรายละเอียดของงานทั่วๆไป ถ้ามีเวลาว่างก็ควรจะอ่านซะนะ....เออนี่ แล้วก็เอานามบัตรพี่ไป ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนต้องรีบโทรถาม เข้าใจมั๊ย?”
ทงเฮพยักหน้าพร้อมกับรับนามบัตรมาถือไว้และสำรวจมันตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังจะโดนทิ้งก็เกือบสายไป “แล้ว! พี่ฮันจะไปไหนล่ะฮะ ไหนว่าจะอยู่ช่วยผมก่อนงัย”
“ก็ไม่เห็นยากนี่ ก็บอกแล้วว่าถ้างงตรงไหน โทรถาม” ฮันคยองกางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้เป็นสัญลักษณ์รูปโทรศัพท์ประกอบ และยักคิ้ว “พี่กำลังวุ่นๆกับร้านใหม่ที่จะเปิดน่ะ นี่..งานแรกของคยูฮยอนวันนี้เริ่มบ่ายโมงนะ อย่าช้าล่ะ”
“อะ....เอ๋???” ความรู้สึกเหมือนโดนปล่อยเกาะยังงัยอย่างนั้น ทงเฮยืนเคว้งคว้างกลางห้องทำงานที่ไม่คุ้นเคย เขาพยายามตะแคงข้อมือที่หลบอยู่ใต้กองแฟ้มขึ้นเพื่อดูนาฬิกา แต่มันก็..ลำบากจริงๆ
“นี่ นายคงไม่อยากให้ฉันเสียงานตั้งแต่วันแรกที่ทำงานหรอกนะ” ลมอุ่นๆกระทบอยู่แค่ข้างใบหู ทงเฮหันไปและเกือบช็อกตายกับระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับคยูฮยอน
คยูฮยอนใช้สายตาที่สุดแสนจะว่างเปล่ามองมาที่เขา แล้วทงเฮก็พลันสะดุ้ง “มะ...ไม่อยาก ป...ไปกันเถอะ วันนี้..บ่ายโมง นายต้องไป......เออ....................” ทงเฮพลิกดูแฟ้มตารางงานได้อย่างวุ่นวายเกินจำเป็น เงยหน้ามาอีกที แผ่นหลังของคยูฮยอนก็เหลือเท่าฝ่ามือเดียวแล้ว “เดี๋ยวสิ โจคยู รอฉันด้วย!!”
งานแรกของคยูฮยอนในวันที่ทงเฮประจำตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวคือถ่ายแบบ คยูฮยอนมีความเป็นมืออาชีพมากๆ เขาโพสต์ท่าถ่ายรูปได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีสะดุด ที่สำคัญ..ทุกท่วงท่าดูดีไปเสียหมด มันเหมือนมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น ทงเฮยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขากำลังจ้องผู้ชายตรงหน้าไม่วางตา เหมือน....จิ้งจอกเฒ่าเก้าหางที่กำลังจ้องจะกินเด็กสาวมัธยมปลาย
“จะจ้องฉันอีกนานม้ะ?”
โครม!
กองแฟ้มกองเดิมดิ่งพสุธาลงกับพื้น ทงเฮมือไม้อ่อนอีกแล้ว เขาปล่อยพวกมันลงพื้นได้อย่างหน้าตาเฉย คยูฮยอนปัดผมอารามคนหงุดหงิดและทิ้งทงเฮไปอีกแล้ว
“รอด้วย แฮ่ก! รอด้วยสิ!”
“อืดอาดชะมัด”
“ก็มันเพิ่งเป็นวันแรกนี่!” ทงเฮเถียงทันควัน โจคยูฮยอนหันมาจ้องหน้า และทงเฮก็เสหน้าหนี ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะสาวเท้ายาวๆหนีให้ทงเฮต้องวิ่งหลุนๆตามอีกรอบ เขาพยายามเปิดตารางงานดูไปด้วยว่างานต่อไปคืออะไร นึกตำหนิตัวเองในใจที่ไม่ยอมดูล่วงหน้าตอนที่คยูฮยอนถ่ายแบบ เสียงโครมครามดังไปตลอดทางที่ทงเฮวิ่งตามคยูฮยอน เพราะแฟ้มของทงเฮตกกระแทกพื้นในทุกๆระยะทาง 5 เมตร
ปอดของทงเฮกำลังจะถูกเคลือบด้วยความอึดอัดตั้งแต่ขึ้นมาบนรถ Lexus คันหรูนี่ ไม่ใช่เพราะความโอ่อ่าภายในรถ แต่เป็นเพราะเจ้าของรถต่างหาก โจคยูฮยอนไม่ยอมพูดจาอะไรเลย เอาแต่นั่งทำหน้าดุกับเปล่งรังสีอำมหิต
ทงเฮนั่งเหมือนคนโดนมดกัดก้น เขานั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุข ปากก็ฮัมเพลงที่คยูฮยอนคิดว่ามันน่ารำคาญเหมือนเสียงแมลงหวี่
“เงียบๆ!”
“ดุ!!” ทงเฮว่าเข้าให้ แต่พอคยูฮยอนหันหน้ามา ทงเฮก็ทำแก้มป่องไม่รู้ไม่ชี้
“ใช้แผนการอะไรอีกล่ะ ถึงได้เข้ามาทำงานที่นี่ได้” อยู่ๆคยูฮยอนก็ถามขึ้นมา ทงเฮที่ยังไม่ได้ตั้งตัว ฟังคำถามไม่ทันเลยได้แต่ทำหน้าเหรอหรา
“อะไรนะ พูดว่าอะไร?”
“ความสามารถเหลือล้น น่านับถือเป็นที่สุด”
“อะไรกันน่ะ!! นายพูดเรื่องอะไร?” ทงเฮสาบานว่าเขาไม่เข้าใจที่พ่อนักร้องคนนี้พูดเลยซักนิด
“คราวที่แล้วก็เป็นฝ่ายคอสตูม ไม่ใช่เหรอ?” แต่เขาก็ยังพูดทั้งที่สายตาจับไปยังท้องถนนข้างหน้า เขาเปิดไฟเลี้ยวซ้ายและหมุนพวงมาลัยอย่างใจเย็น
“ละ...แล้วงัยล่ะ? อ๋อ!!! นายกำลังจะหาว่าฉัน หลอกลวงพี่ฮันเพื่อเข้ามาทำงาน..เป็นผู้จัดการส่วนตัวของนายอย่างนั้นน่ะเหรอ?” ทงเฮเข้าใจแล้ว เขากำลังจ้องมองใบหน้าด้านข้างของโจคยูอย่างเอาเป็นเอาตาย
“จะบอกไว้เลยนะ ว่าตั้งแต่ที่ฉันเจอนายวันนั้น ความปลาบปลื้มที่ฉันมีให้กับนาย มันก็ระเหยหายไปทั้งหมดเลย ไม่เหลือซักแอะเดียว แล้วฉันก็ตั้งปนิธานกับตัวเองว่าจะเลิกชอบนายด้วย เพราะฉันไม่ชอบคนหลงตัวเอง พวกดังแล้วลืมตัว!”
“อ้อ...งั้นเหรอ?”
“ก..ก็ใช่น่ะสิ”
“หึ......นายก็เลยจะบอกว่า นายไม่รู้เรื่องเลย ว่าพี่ฮันจะพานายมาทำงานกับฉัน”
“อ้อ แน่นอน!”
“ก็ดี” คยูฮยอนลดเสียงจนเป็นคีย์ต่ำสุด เขาหักพวงมาลัยลงจอด ณ ลานจอดรถของตึก M net ทิ้งท้ายบางอย่างเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูลงไปก่อน ให้ทงเฮต้องแจ้นตามอีกหน
“งั้นนายก็คงยังไม่รู้ ว่าผู้จัดการส่วนตัวต้องย้ายมาพักที่คอนโดฯเดียวกันกับนักร้องสินะ”
“หมายความว่า..ฉันต้องย้ายไปอยู่กับนายงั้นเหรอ?” ทงเฮชะโงกหน้าเข้ามาถามคยูฮยอนที่กำลังแต่งหน้าทำผมอยู่ พี่ช่างแต่งหน้าบอกให้ทงเฮหยิบรองพื้นให้
“อือ”
“ทำไมล่ะ บ้านของฉัน..อยู่ไม่ไกลจากบริษัทเลยนะ ฉันไป-กลับเอาก็ได้” พี่ช่างแต่งหน้าวานให้ทงเฮหยิบแป้งพับ “นี่ฮะ”
คยูฮยอนกระตุกยิ้มมุมปาก แล้วว่า “มันเป็นกฏ ตอนพี่ฮันก็ทำแบบนี้เหมือนกัน”
“แต่ว่า..”
“ถ้ามีปัญหา จะไปคุยกับทางผู้ใหญ่เองก็ได้นะ” คยูฮยอนตอบเสียงโทนต่ำ ตอนนี้ทงเฮกำลังถูกสะกิดให้หยิบลิปมันให้
“แต่..”
“ไม่ใช่อันนี้จ้ะ อันนั้นๆสีออกครีมๆน่ะ” พี่ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร้อง และชี้มือไปทางกองลิปสติกนับสิบ ทงเฮหยิบส่งๆ เขากำลังอยากคุยกับคยูฮยอนให้รู้เรื่องมากกว่า
“แต่ว่า....”
“ไม่ใช่จ่ะ ไม่ใช่..อันนั้นๆ”
“โอ๊ย!! ผมไม่ใช่ฝ่ายแต่งหน้าซะหน่อย!!!”
สรุปคือคยูฮยอนมัดมือชกด้วยการบอกว่าจะขับรถไปส่งที่บ้านเพื่อให้เขาขนของกลับมาด้วยเลย และที่แน่นอนกว่านั้น เมื่อทงเฮโทรหาพี่ฮัน รายนั้นก็บอกมาแบบเดียวกัน คือทงเฮต้องย้ายไปอยู่ที่คอนโดฯกับคยูฮยอนเพื่อความสะดวกในการทำงานและการดูแลนักร้องจะได้ง่ายขึ้นด้วย ทงเฮก็เลยตันเหตุผลทุกทาง หาข้ออ้างไม่ได้เลย
ระหว่างทางที่คยูฮยอนแวะปั๊ม ทงเฮก็กระโดดลงไปหาเครื่องเติมเงินโทรศัพท์อัตโนมัติเนื่องจากวันนี้เขาใช้เงินในมือถือโทรหาพี่ฮันจนหมดเกลี้ยง เขากำลังเช็คยอดเงินจากในมือถืออีกครั้งเพื่อความรอบคอบ แต่ขณะที่เสียงหญิงสาวกำลังแจ้งยอดเงินกับเขา โทรศัพท์ก็ลอยละล่องออกจากมือไป
“เอามือถือฉันคืนมานะ”
คยูฮยอนควักเอามือถืออีกเครื่องขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงและยัดใส่มือทงเฮแทน “ต่อไปใช้เบอร์นี้ ฉันจะได้โทรหาได้ง่ายๆ อีกอย่าง..มันเป็นเบอร์ของบริษัท นายจะได้ไม่ต้องเปลืองเงิน”
“ละ...แล้ว มือถือของฉันล่ะ นายจะเอาไปไหน?” ทงเฮกำมือถือเครื่องใหม่เต็มอุ้งมือ และรีบวิ่งตามคยูฮยอนที่เดินหนีเขาไปอีกแล้ว ไม่มีคำตอบจากคยูฮยอนนอกจากแผ่นหลังกว้างที่ห่างไกลออกไป...
วันนี้ทงเฮวิ่งตามคยูฮยอนทั้งวัน เขาไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่เขายังเดินหนีให้ไกลกว่าเดิม....
“เอ๊า! มาไม่ให้สุ้มให้เสียง เออนี่..วันนี้ฉันได้หยุดงาน...........”
ราวกับมีมือวิเศษกดรีโมตตรงปุ่ม ‘Pause’ ฮยอกแจยืนนิ่งอยู่กับปลายประโยคที่ยังไม่จบดี ตาทั้งสองค้างเติ่งอยู่ที่ใบหน้าหล่อจัดของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง
ฮยอกแจขยี้ตาแรงๆจนทงเฮยังเป็นห่วงขอบตากลัวว่ามันจะยับย่น และแล้ว..ฮยอกแจก็เค้นคำพูดออกมาจนได้ “สงสัย...ฉันคงนอนน้อยหว่ะ ฉันเห็นโจคยูของนายด้วย เหอๆ”
“ยืนอยู่ตรงนั้น” เพื่อนตัวผอมชี้นิ้วไปยังจุดที่คยูฮยอนยืนอยู่ ทงเฮกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะสาวเท้าไปหาเพื่อน แล้วตบไหล่แรงๆ
“นายไม่ได้ตาฝาดหรอก โจคยู..ตัวจริงเสียงจริง”
“อย่ามา.....ไอ้หมวย”
“ใช่..ผมโจคยูฮยอน”
ในที่สุดฮยอกแจก็อึ้งรับประทานไปอีกรอบ เขารีบลากตัว –ไอ้หมวย- ของเขาเข้าไปในห้องและซักไซ้เป็นการใหญ่ ทงเฮรวบรัดตัดตอนในการเล่าความเป็นมาเป็นไปให้สั้นกระชับที่สุด และตัดบางช่วงออก อย่างเช่น เรื่องหน้าแตกกับรถกระป๋องนั่น กับเรื่องแฟ้มที่เขาทำร่วงบ่อยๆ
“เฮ้ย!! งั้น..ก็สมหวังนายแล้วอ่ะดิ่”
“ฮื่อ” ทงเฮส่ายหัวเหนื่อยๆ
“อ้าว? ทำไมล่ะ?”
“นายนั่นไม่เหมือนที่วาดฝันไว้หรอก หยิ่งทะนง พูดจาก็ไม่เคยให้เกียรติใคร ไม่เห็นจะดีเลย” ทงเฮรูดซิปกระเป๋าเดินทางอย่างเชื่องช้า ฮยอกแจมองตามอาการเบื่อโลกของเพื่อนก่อนจะถอนหายใจหนักๆ
Rrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrr!!
ทงเฮสะดุ้งกับเสียงริงโทนที่ไม่คุ้นหู แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ เขารีบดึงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดฝาพับ ...เบอร์ใครก็ไม่รู้...
“ฮัลโหล”
“เสร็จรึยัง ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ”
“อะ...เอ๋?? นาย!?”
“เร็วๆด้วย ฉันให้เวลานายอีก 5 นาที”
ทงเฮยังไล่คำว่า-งงออกจากหัวไม่ดีเลย สัญญาณก็ถูกตัดไปแล้ว เขามองหน้าฮยอกแจที่ตอนนี้เทความสนใจทั้งหมดไปที่โทรศัพท์เครื่องใหม่ของทงเฮ
“เฮ้ย!! ทำงานวันเดียว ได้มือถือใหม่หรูขนาดนี้เลยเหรอวะ??”
“แค่นี้ก็ต้องโทรตามด้วย”
“ว่าอะไรนะ?”
แต่ทงเฮไม่สนใจ เขาลุกขึ้นและลากกระเป๋าหนังอย่างทุลักทุเล มีฮยอกแจเดินตามหน้าตื่น “ฮึ่ย....แกจะไปจริงๆเหรอเนี่ย?”
“เพิ่งใส่ใจรึงัย? คิดว่ามือถือนั่นสำคัญกว่าซะอีก”
“โธ่ ทำงอนไปได้ อีกเดี๋ยวเราก็ต้องห่างกันแล้วนะเว้ย!”
ทงเฮนิ่งอยู่กับที่ พอดีกับที่ผ่านพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาสู่ห้องนั่งเล่น เขามองฮยอกแจแล้วอยู่ๆตาก็ร้อนผ่าว ทงเฮทิ้งเหล็กลากกระเป๋าและโผเข้ากอดเพื่อนรักแน่น “ฮือออออ!! ฮยอกแจ ฉ..ฉันต้องคิดถึงนายมากแน่ๆเลย”
“อ้าวเฮ้ย! ร้องไห้ทำไมเนี่ย”
“ก..ก็ฉันไม่อยากไปอยู่ไกลนายนี่นา ฮึก....”
“เอาน่า...ไว้ฉันจะไปเยี่ยม แล้วยังงัยถ้าว่างก็อย่าลืมมาเยี่ยมฉันบ้างนะเว้ย พ่อผู้จัดการนักร้องดัง”
ทงเฮผละตัวออกมา ปาดน้ำตาปื้นใหญ่จนแก้มช้ำ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเพิ่งทำเรื่องขายหน้าไปเรื่องเบ่อเริ่ม..นั่นคือร้องไห้ต่อหน้าโจคยู ที่ตอนนี้ยืนล้วงกระเป๋าพิงขอบประตูบ้านอย่างวางท่า ทงเฮสูดน้ำมูกเสียงดังและปัดป้ายน้ำตาออกจากหน้าแรงๆอีกครั้ง
“ไปดีมาดีเว้ย!”
“แล้วจะโทรหานะ....”
ทงเฮโบกมือลาเพื่อนจนกระดูกแทบหลุด แล้วก็เดินคอตกตามคยูฮยอนไปขึ้นรถ
“หึ....ทำอย่างกับว่านายจะไปเกณฑ์ทหารเสียอย่างนั้น” ทงเฮเกลียดคำกระแนะกระแหนของคยูฮยอนเป็นที่สุด เขานั่งนิ่งเงียบใช้ความสงบทำสงครามกับพ่อนักร้องใหญ่
“มีเพื่อนคนเดียวเหรอ?”
“ใช่เรื่องของนายมั๊ยเล่า?”
“อ้อเหรอ?” ทงเฮเกลียด –อ้อเหรอ?- ของคยูฮยอนอีกอย่าง เจ้าตัวชายตามองเจ้าของรถที่ไม่ยอมออกรถซะทีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบขี้หน้า
เฮือกกกกก!!
อยู่ๆอากาศรอบข้างก็ไม่ยอมวิ่งเข้ารูจมูกของทงเฮ พร้อมๆกับที่กระเพาะของทงเฮตีลังกาม้วนหน้า กลิ่นน้ำหอมที่ทงเฮเคยว่ามันไร้รสนิยมเตะจมูกโด่งรั้นนั่นอย่างจัง มันล่องลอยเข้าครอบงำตัวของทงเฮพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆที่รินรดข้างแก้ม
โจคยูเอี้ยวตัวและเอามือคร่อมตัวทงเฮไว้ เสียงดังกริ๊กปลุกทงเฮให้ตื่นจากภวังค์แล้วเงาของร่างสูงนั้นก็เคลื่อนกลับไปยังที่เก่า
...เขาก็แค่ คาดเซฟตี้เบลล์ให้ทงเฮเท่านั้น...
แต่มัน..ทำให้ทงเฮลืมแม้กระทั่งคำว่าหายใจ
ไม่มีใครคิดทำลายความเงียบที่ก่อตัวจนกินบริเวณไปทั้งตัวรถ ทั้งบทสนทนาหรือแม้กระทั่งเสียงเพลง...เสียงนักข่าวก็ยังดี แต่นั่นแหละ....ไม่มีเลย นอกจากเสียงลมหายใจกับเสียงแอร์คอนดิชันเนอร์
ทงเฮนึกถึงคำพูดของฮันคยองขึ้นมาได้เลยทำทีเป็นอ่านแฟ้มเอกสารเล่มสีแดงเลือดหมูทั้งที่แสงสว่างไม่น่าจะเพียงพอ ทงเฮไล่สายตาพร่ามัวนั้นไปซ้ายขวาเป็นจังหวะ อย่างที่คิดว่ามันน่าจะเหมือนคนอ่านหนังสือมากที่สุด
และแล้วช่วงเวลาแห่งความอึดอัดและน่าเวียนหัวก็สิ้นสุดลง Lexus สีดำขลับจอดสนิทตรงลานจอดรถที่พื้นที่เต็มเอียดไปด้วยรถยนต์ราคาแพง ทงเฮรีบปิดแฟ้มจนเกิดเสียงดังพั่บ และแน่นอน..คยูฮยอนไม่คิดจะใส่ใจ เขาเปิดประตูรถและเปิดกระโปรงหลังเพื่อให้ทงเฮเอากระเป๋าใส่เสื้อผ้าออกมาโดยไม่คิดจะช่วยถือ เขาเดินนำไปที่ล็อบบี้ของคอนโดฯ มีเสียงโครกครากจากล้อกระเป๋าของทงเฮดังตามไป
ติ๊ง!
สัญญาณลิฟต์ดังเตือนเมื่อมันหยุดนิ่ง ณ ชั้น G แต่ระยะห่างระหว่างหน้าประตูลิฟต์กับทงเฮยังไกลเกินกว่าจะวิ่งไปถึงในเวลา 2 วิ.
“เดี๋ยวสิ รอด้วย!!”
ทงเฮพยายามหายใจให้เบาที่สุดทั้งที่ลมในร่างกายของเขามันกำลังจะทำให้ตัวเขาพองออก ภายในลิฟต์มีเพียงเขากับคยูฮยอนเท่านั้น และทงเฮไม่รู้เลยว่าคยูฮยอนชำเลืองสายตามองมาที่ตัวของเขาเอง
ทงเฮเงยหน้ามองตามตัวเลขที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงไปเรื่อยๆ เสียงติ๊งดังขึ้นอีกหน และเขาก็รีบรุดออกไปก่อนที่จะโดนคยูฮยอนทิ้งอีก
คยูฮยอนรูดคีย์การ์ดที่หน้าห้องหมายเลข 1309 และไม่นานประตูไม้โอ๊คก็เหวี่ยงตัวเองเปิดออก ทงเฮชะเง้อคอมองเข้าไปก่อน แสงไฟสีเหลืองนวลส่องสว่างเมื่อคยูฮยอนเตาะสวิชต์เปิด ไอเย็นจากแอร์คอนดิชันเนอร์ปะทะกับใบหน้าในก้าวแรกที่ผ่านวงกบเข้าไป
...เปิดแอร์ตลอดเลยแฮะ...
“น...นี่! ไหนห้องฉันล่ะ?” ทงเฮถามเมื่อเห็นว่าคยูฮยอนกำลังคิดว่าเขาเป็นเม็ดฝุ่นภายในห้อง กรอบร่างสูงพลิกตัวกลับหลังหันตามเสียงเรียกนั้นและส่งเรียวตาดุมองมาที่ทงเฮ
“นั่นน่ะ” เขาชี้มือไปทางซ้ายมือของทงเฮ ทงเฮไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากกว่านั้น เขารีบตรงดิ่งไปยังห้องของตัวเองทันที คยูฮยอนมองตามร่างเล็กๆที่ลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองอย่างลำบากลำบนจนลับขอบผนังพลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็จุดประกาย คยูฮยอนวางกุญแจรถลงบนหลังลิ้นชักตัวที่อยู่ใกล้ชั้นวางรองเท้า และเปลี่ยนจากคัทชูว์เป็นสลิปเปอร์ ไม่นานเสียงตึงตังกับเสียงตะโกนโหวกเหวกก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างเล็กๆที่ยืนทำหน้ามุ่ยเท้าเอวอยู่ตรงหน้า
“มีอะไร?”
“ห้อง...ห้องของฉัน....มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดเลย”
“อ๋อ พอดี ฉันไม่รู้ว่านายจะมาวันนี้ เลยยังไม่ได้บอกแม่บ้านให้เข้าไปทำความสะอาดน่ะ” คยูฮยอนยังใจเย็นที่จะตอบ
“นะ...นายหลอกฉันนี่!!”
“หลอก??” คยูฮยอนกำลังแสดงละครเวทีเรื่องเยี่ยม
“ก็ถ้านายบอกว่า พี่ฮันก็ต้องอยู่กับนายเหมือนฉัน แล้วทำไมห้องนั้น..มันเหมือนกับว่าไม่เคยมีใครอยู่มาก่อนเลยล่ะ” หน้าตาของทงเฮตอนนี้ ฆ่ายุงได้ 2 ตัวเลยล่ะ!
“พี่ฮัน?? พี่ฮันเค้าก็อยู่ห้องตรงข้ามน่ะ”
“โกหกหน้าด้านๆ พี่ฮันน่ะเค้าอยู่ที่บ้านกับซองมิน ใกล้ๆกับบ้านฉัน”
“ก็ตอนนี้เค้าไม่ได้ทำงานนี้แล้ว เค้าก็กลับไปอยู่กับครอบครัวของเค้าสิ แต่นายน่ะ...อ้ะ..หรือว่านายจะไปซื้อห้องตรงข้ามแล้วอยู่คนเดียวเหมือนพี่ฮันล่ะ”
ทงเฮสะดุดเท้าตัวเองเพราะกลัวว่าคยูฮยอนจะจู่โจม แต่แล้วเขาก็ผละออกไปพร้อมกับบ่น “หิวข้าวชะมัด นี่...หาอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ”
เรื่องที่มาดูถูกทงเฮยังไม่ได้สะสาง เรื่องใช้ทงเฮอย่างกับคนใช้ก็เข้ามาแทรกแซง ความอดทนของทงเฮใกล้หมดแล้ว
“แล้วทำไมฉันต้องหาข้าวให้นายกินด้วยล่ะ ฉันเป็นผู้จัดการนายนะ ไม่ใช่คนรับใช้!!!”
“ไม่ต่างกันหรอกน่า ยังงัยก็ต้องดูแลความเป็นอยู่ของฉัน นี่..ฉันหิวจริงๆนะ นายไม่หิวเลยรึงัย หรือว่านายเป็นอูฐแปลงร่างมาน่ะ”
“แล้วคืนนี้ฉันต้องนอนที่ไหน”
“ห้องฉัน” คยูฮยอนตอบเหมือนไม่ได้คิด
“อะไรนะ!!!”
“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ หาข้าวให้กินด้วย” คยูฮยอนลูบท้องทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วถึงเดินเข้าห้องนอนตัวเองปิดประตูตามหลังเสียงดังคลิ๊ก ปล่อยให้ทงเฮกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้อยู่กลางห้อง
กลิ่นหอมฉุยจากอาหารสำเร็จรูปที่ทงเฮอุ่นในไมโครเวฟเสร็จสรรพลอยเตะจมูกมาแต่ไกล คยูฮยอนที่เนื้อตัวยังเย็นๆเพราะเพิ่งอาบน้ำ เดินตามกลิ่นมาด้วยสีหน้าหิวโหย ทงเฮที่กำลังคาบช้อนอยู่คาปากช้อนตาขึ้นมองแต่ไม่ได้สนใจนอกจากจะเคี้ยวหยับๆแล้วกลืนลงคออย่างเอร็ดอร่อย
“นี่!! พ่อแม่ไม่ได้สอนรึงัย ว่าต้องรอกินข้าวพร้อมกันน่ะ” คยูฮยอนว่าพลางเลื่อนเก้าอี้มานั่ง เขาจับช้อนและส้อมด้วยมือคนละข้างแต่สายตาจ้องเขม็งมาที่ทงเฮซึ่งตอนนี้กำลังสำลักข้าวคำโต
“จะบ้ารึงัยเล่า ทำไมต้องรอกินข้าวพร้อมกับนายด้วยมิทราบ” ว่าแล้วก็คว้าแก้วน้ำขึ้นกรอกปาก
“เอาเหอะ ทีหลังเวลาจะกินข้าวเย็นก็ต้องรอกินพร้อมฉัน เข้าใจมั๊ย?”
ทงเฮไม่ได้รับปากใดๆทั้งสิ้น ตรงข้ามเขาตักข้าวเข้าปากอีกคำใหญ่ๆ เสียงเอี๊ยดจากขาเก้าอี้เป็นระฆังดังบอกหมดเวลา ทงเฮผุดลุกจากเก้าอี้เพื่อเอาจานไปล้าง จากนั้นก็เดินเลยไปอาบน้ำ
คยูฮยอนมองตามร่างบางๆของทงเฮเดินตัดห้องรับแขกไปค้นชุดเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า ไม่นานก็เห็นร่างเล็กๆร่างเดิมเดินตัดไปที่ห้องน้ำซึ่งแยกจากตัวห้องรับแขก เขาตะโกน “นี่...ใช้ห้องน้ำในห้องฉันก็ได้”
“ไม่เป็นไร เกรงใจ!” คยูฮยอนได้ยินเสียงอู้อี้ดังมาจากในห้องน้ำ เขาเลิกคิ้วก่อนจะเบนความสนใจมาที่จานข้าวตรงหน้า พลันความรู้สึกอิ่มก็แล่นมาจุกที่ท้อง เขาเพิ่งกินไปได้สามคำเท่านั้นเอง
จริงๆคยูฮยอนอิ่มแปล้จนท้องแทบบานแล้ว เนื่องจากรายการสุดท้ายที่เขาไปอัดนั้นเลี้ยงอาหารเย็นเสียมื้อใหญ่ และเขาก็ฟาดไปอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใครด้วย ส่วนไอ้ที่บ่นกับทงเฮว่าหิว...เขาก็แค่..บ่นไปตามประสาน่ะ เห็นคนตัวเล็กวิ่งโร่เปิดตู้เย็นเป็นพัลวันแล้วมันสนุกดี
ทงเฮหาวเป็นรอบที่ล้านแปดแต่ก็พยายามฝืนสังขารตัวเอง ตอนนี้ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ตกแต่งสไตล์โมเดิลในโทนสีเทา-แดงดังก้องไปด้วยเสียงนักข่าวสาวที่พูดโน่นพูดนี่ไม่มีการพักเหนื่อย น้ำเสียงที่อยู่ในโทนเดียวมาตั้งแต่เมื่อตอนหัวค่ำช่วยขับกล่อมให้ทงเฮไหลเข้าสู่ห้วงนิทราลึกลงไปทุกทีๆ แต่พอจะหลับจริงๆก็สะดุ้งตื่นแล้วเลียคราบน้ำลายที่ตั้งเค้าจะร่วงแผละอยู่ตรงมุมปาก
สาเหตุที่ว่า –ง่วงแทบตาย- แต่ทำไมไม่ไปนอนนั้นก็คือโจคยู...ก็หมอนั่นยังไม่นอนนี่ แล้วทงเฮจะนอนได้ยังงัยล่ะ ห้องที่ทงเฮต้องนอนคืนนี้มันห้องของเค้านะ ทงเฮเป็นพวกมีมารยาทสูงนะจะบอกให้
หมอนอิงที่ทงเฮใช้วางรองข้อศอกบนตักทำท่าจะร่วงแต่ทงเฮรู้สึกตัวคว้ามันได้ทัน ตอนนี้หัวของเขาเหมือนโดนผูกด้วยเชือกล่องหนที่มีแต่จะดึงให้มันก้มต่ำลงเรื่อยๆ
“ง่วงก็ไปนอนสิ”
“หะ....ฮะๆ???” อีกครั้งที่เขาสะดุ้งตกใจและแลบลิ้นออกมาเลียมุมปากแทบไม่ทัน คยูฮยอนมองดูคนตรงหน้าปัดผมหน้าม้าให้เปิดออกและก้มเก็บหมอนอิงตรงปลายเท้าโดยไม่พูดอะไร “นายพูดว่าอะไรนะ ได้ยินไม่ถนัดเลย”
“ง่วงก็ไปนอน”
ทงเฮยังทำท่าพิรี้พิไรไม่ยอมพูดอะไรออกมาซักที แต่หน้านี่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“นอนก่อนฉันก็ได้”
“นอนก่อนได้เหรอ?”
“อือ”
ทงเฮค่อยๆลุกจากโซฟาและเดินตัวเอนๆไปทางประตูไม้ที่เขารู้ว่ามันเป็นห้องนอนของโจคยู ทงเฮคงกะระยะผิดนิดหน่อย รู้ได้จากเสียงโป๊กเบาๆกับท่าทางของคนตัวเล็กที่เอามือกุมหน้าผาก คยูฮยอนเพ่งสายตาอยู่ที่ทีวีเหมือนจะเบี่ยงเบนความสนใจตัวเอง แต่พอเสียงคลิ๊กดังขึ้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองตาม
…..นุ่มชะมัดเลย....
...หอมด้วย...
ปลายจมูกเล็กๆซุกเข้ากับหมอนใบโตกรุ่นกลิ่นหอมเท่ห์ๆใบนั้น แขนทั้งสองควานสะเปะสะปะหาปลายผ้าห่มและเมื่อเจอมันแล้วก็ออกแรงดึงมาคลุมตัวเองทันใด ทงเฮครางฮือเบาๆเหมือนลูกแมวได้ที่นอนถูกใจก่อนจะถูกแอร์เย็นๆกับกลิ่นหอมๆกล่อมให้หลับฝันดี
คยูฮยอนค่อยๆปล่อยน้ำหนักลงบนขอบเตียงฝั่งที่มีร่างเล็กๆนอนหลับตาพริ้ม โน้มตัวลงให้ภาพเรียวหน้าใสๆท่ามกลางความมืดชัดเจนในสายตา เขาเกลี่ยข้อนิ้วเบาๆที่ผิวแก้มนั้นและรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มเหมือนแก้มเด็ก กลิ่นแป้งเด็กจางๆลอยกระทบประสาทสัมผัสและเขาอดใจไม่ได้ที่จะฝากรอยจูบเบาๆไว้ที่แก้มข้างนั้น
...ฝันดีนะ ลีทงเฮ...
End of part 2
กาเท่เร่ :: มาแว้วววววว 30% ที่แสนน่ารักน่าชัง (เหรอ?) มีความรู้สึกว่าลีทงเฮเรื่องนี้น่าทะนุถนอมเว่อร์ เปิ่นๆเนอะ? แต่ก็นะ แบบนี้แหละ น้ามชอบบบบบ ^[]^
พาร์ท 3 ตามมาในเร็ววัน สัญญาว่าจะไม่*ยุบ* อิอิ


แต่หาวิธีคอมเม้นไม่เจอ -*-
ชอบมากๆ สนุกมากๆ เรื่องนี้อ่านๆ ไป เเอบเขินละ เหอๆ
ชอบคยูเฮ จังเลย ที่จริงชอบคิเฮ นะ
แต่มาอ่านของน้องน้ำ แต่งละชักชอบ จัง
มาอัพต่อไวๆ นะคะ
เป็นกำลังใจให้ เดี๋ยวจะรออ่าน
#1 By Cherie (118.174.64.1) on 2008-04-27 21:23