● |Fic| Can we |Part 3|

posted on 29 Apr 2008 19:52 by kyuhae  in Fic-Can-we

Part 3

 

 


เคยมั๊ย?
ได้สิ่งที่เคยอยากได้เมื่อไม่ต้องการ


ถ้าใครไม่เคย อยากบอกให้รู้ว่าตอนนี้ลีทงเฮกำลังประสบพบชะตากรรมนี้อยู่!!

 

เช้าวันที่สองของการทำงาน ท้องฟ้าดูแจ่มใสดี มีเมฆสีขาวกระจายฟุ้งไปทั่วพื้นหลังสีฟ้าอ่อน คนตัวเล็กๆที่ห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนบางขยับตัวจากท่านอนตะแคงเป็นนอนหงาย ส่งผลให้ความสว่างเข้าทักทายกับเปลือกตาเต็มที่ ไม่นาน..ลูกนัยน์ตาใสก็เผยตัวเองออกมาอย่างหรี่ปรือ

แอร์คอนดิชันเนอร์ยังทำงานอยู่ เพราะขนาดแดดแรงอย่างนี้เนื้อตัวของทงเฮยังไม่มีเหงื่อซักเม็ด เขาแหวกตัวออกจากผ้าห่ม จัดการพับมันให้เรียบร้อย และเดินเอนๆเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

...ตื่นเร็วดีเหมือนกันแฮะ...

เขาคิด เมื่อเห็นว่าตอนตื่นมาไม่เจอร่างนักร้องหนุ่มนอนอยู่ข้างๆอย่างที่คิดไว้ ทงเฮใช้เวลาทำธุระส่วนตัวไม่นานนักก็นำร่างตัวเองโผล่มาอยู่กลางห้องรับแขกได้แล้ว


ทั้งห้องปราศจากสิ่งมีชีวิตที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คนตัวเล็กมองซ้ายมองขวา และเล็งสายตาผ่านช่องเล็กๆของตู้หนังสือ แต่ก็ยังไม่มีร่องรอยของเจ้าของห้อง เขาลองเดินไปดูในห้องครัว ห้องทำงาน หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำก็ไม่เห็น

นาฬิกากลางห้องดึงสายตาของทงเฮให้ไปจับจ้องอยู่ที่มัน ...แต่นี่มันเพิ่ง 8 โมงกว่า งานแรกมันเริ่มตอน 10 โมงไม่ใช่หรือ?...

แต่ถึงอย่างนั้น ทงเฮก็รีบกลับเข้าห้องนอนไปอาบน้ำแต่งเนื้อแต่งตัวและออกจากห้องหมายเลข 1309 ทันที

 


บริษัทตอนเช้าค่อนข้างร้างผู้คน ทงเฮเปิดดูแฟ้มเล่มเดิมในมือและรีบพาตัวเองไปยังสถานที่ที่เขาคิดว่าคยูฮยอนน่าจะไป

“ขอโทษนะฮะ โจคยูได้เข้าบริษัทมารึเปล่า?”

“โจคยู??” พนักงานต้อนรับถามซ้ำอย่างแปลกใจ ทงเฮเลยเพิ่งนึกได้

“อ๋อ..คยูฮยอนน่ะฮะ เค้าได้....เข้าบริษัทมารึเปล่า?”

เธอทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก็ให้คำตอบ “เหมือนจะมาแล้วนะ เหมือนฉันจะเห็นเค้าแว่บๆเมื่อเช้า”

“แล้วรู้รึเปล่า ว่าเค้าจะไปไหน?”

“ขอโทษนะ คุณ....ใช่คุณลีทงเฮ ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ของคยูฮยอนรึเปล่า?”

“อ่า...ใช่ แต่ว่า..เค้าออกมาจากห้องตั้งแต่เช้าโดยที่ผมไม่รู้ว่าเค้าจะไปที่ไหน?”


สุดท้าย ทงเฮก็ต้องเดินคอตกออกมาจากเค้าน์เตอร์ นอกจากจะไม่ได้คำตอบที่ได้ดั่งใจแล้ว พนักงานต้อนรับคนนั้นยังทำให้เขารู้สึกขายหน้า เรื่องที่ว่าเป็นถึงผู้จัดการแต่กลับหานักร้องของตัวเองไม่เจอ

 

...จริงสินะ!! ลืมไปได้ยังงัยกันน่ะ มือถือยังงัยเล่า มือถือ!!....

ทงเฮนึกขึ้นได้จึงรีบค้นหามือถือของตัวเองเป็นการใหญ่ ทำเอากระดาษเอกสารประมาณ 5-6 แผ่นปลิวออกจากแฟ้ม เขาย่อตัวเพื่อเก็บมันทั้งที่มืออีกข้างกำลังกดเบอร์โทรออกหาฮันคยอง

เขาเรียงเอกสารที่กระจัดกระจายนั้นให้เรียบร้อยตามเดิม โดยใช้คอกับหัวไหล่เป็นเสมือนตัวยึดเจ้าโทรศัพท์มือถือ แต่แล้วเขาก็ต้องอุทานเสียงเบาๆเพราะแรงกระชากที่เกิดขึ้นข้างใบหู และเมื่อหันไปก็เจอเข้ากับใบหน้าหล่อร้ายของคนที่ตามหา

นาย!! ไปไหนมาน่ะ แล้วทำไมถึงต้องออกมาตั้งแต่เช้าอย่างงี้ด้วย!!!”

“เพราะฉันไม่อยากเสียงาน ถ้าต้องตื่นสายอย่างใครบางคน”

“ฉันไม่ได้ตื่นสายซะหน่อย อีกอย่าง ตารางงานของนายมันบอกว่าเริ่มตอน 10 โมงนี่ อ้ะ! นี่มัน 9 โมง 45 แล้วเหรอเนี่ย!!!?” โทนเสียงของทงเฮเปลี่ยนไปเพียงเพราะเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดที่มันวิ่งไปเร็วกว่าที่เขาคาดไว้ คยูฮยอนยัดมือถือที่เขากดมันยุกยิกอยู่ก่อนหน้านี้ใส่มือทงเฮตามเดิม และหันหลังเดินนำไปก่อน

ทงเฮมองดูหน้าจอโทรศัพท์ก็เห็นเป็นตัวเลข 10 หลักเรียงกันอยู่ “นี่เบอร์นายเหรอ?” ไม่มีคำตอบให้สำหรับคำถามนั้น แต่ทงเฮก็รีบกดเซฟมันอย่างเร็วไวแล้วก็วิ่งด่วนจี๋เพื่อตามคยูฮยอนให้ทัน

 


วันที่สองสำหรับทงเฮไม่ได้ต่างไปจากวันแรกซักเท่าไหร่ เขาเพิ่งตระหนักว่าการเป็นผู้จัดการส่วนตัวควรมีสมรรถภาพทางร่างกายที่แข็งแกร่งด้วย เพราะการต้องวิ่งตามนักร้องที่ขายาวกว่าตั้งเกือบสองเท่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด

ทงเฮนั่งพักเหนื่อยอยู่ตรงเก้าอี้พลาสติกที่เรียงเป็นแถวยาวชิดผนังห้องอัดรายการ หยิบแฟ้มสีแดงเลือดหมูขึ้นอ่านต่อจากที่ค้างเอาไว้ และเมื่อไม่เข้าใจก็โทรศัพท์หาฮันคยอง

“เหรอฮะ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เออแล้วนี่ ได้หาข้าวเช้าให้ไอ้คยูมันกินรึยังน่ะฮะ หมอนั่นน่ะโมโหหิวร้ายนักล่ะ”

“จริงเหรอ?!! ไม่รู้สิ เมื่อเช้าเค้าออกมาจากห้องก่อนผมซะอีก ผมต้องตามหาเค้าให้วุ่นเลยล่ะฮะ”

“หา?? ไอ้คยูน่ะนะตื่นแต่เช้า เฮ้ย! หิมะจะตกฤดูร้อนเหรอวะเนี่ย”

ทงเฮร่นหัวคิ้วเข้าชิดกัน “ไม่รู้หรอกฮะ ก็วันนี้เค้าตื่นแต่เช้าไปแล้วนี่ ส่วนเรื่องอาหาร เค้าก็คงจัดการเองไปแล้วล่ะ”

“ก็ดีๆ เออนี่ แล้วตอนเที่ยงก็อย่าลืมเตรียมไว้ให้มันด้วย เข้าใจมั๊ย? ถึงมันจะบอกว่าไม่หิวแต่ก็ต้องเตรียมไว้ให้”

“นี่ผมเป็นผู้จัดการเค้านะ!!”

“นั่นแหละ หน้าที่ที่สำคัญของผู้จัดการ คือดูแลนักร้องของตัวเอง อย่าให้มีขาดตกบกพร่อง”


นักร้องของตัวเอง


เพิ่งจะรู้ ว่าเดี๋ยวนี้โจคยูฮยอนเป็นนักร้องของลีทงเฮไปเสียแล้ว แต่เอาเถอะ...ถึงยังงัย ทงเฮก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนรับใช้ของคยูฮยอนมากกว่าอยู่ดี

“แล้วเค้าชอบกินอะไรล่ะฮะ?” ทงเฮถามต่อ

“กินไม่ยากหรอก อะไรมันก็กินทั้งนั้นแหละ ขอแค่อย่าให้ท้องเสียก็พอ”

“อะไรของได้อย่างงั้นเหรอ?” เขาถามพร้อมกับแบ่งสมองอีกส่วนคิดหาเมนูอาหารเที่ยงไปด้วย

“อืมๆ เออนี่ แค่นี้ก่อนนะ พอดีมีคนเค้ามาติดต่องานน่ะ หวัดดีนะ ทำงานให้สนุกล่ะ!”

“อ่าครับ....”

แล้วผมจะสนุกกับงานให้ดู!!

ทงเฮพูดต่อในใจอย่างมุ่งมั่น ทว่าสภาพภายนอกกลับหมดเรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด เขามองหาร่างสูงๆของคยูฮยอนและเห็นว่าเค้ากำลังคุยอะไรก็ไม่รู้อยู่กับพิธีกร คล้ายจะเตรียมบทสัมภาษณ์ ทงเฮชูไม้ชูมือเรียกคยูฮยอนและโชคดีที่เพียงแว่บแรกเขาก็เห็น ทงเฮเลยไม่ต้องชูแขนให้เมื่อย

“ไปหา..อะไร..มาให้....กิน....นะ รอที่ Coffee shop ..ข้างล่าง.. โอเค....โอเคนะ?” ทงเฮพูดไปก็ทำท่าทางประกอบไป คยูฮยอนก็ดูจะเข้าใจเพราะทงเฮเห็นเขาพยักหน้ากลับมา

 


ทงเฮเลือกร้านแมคโดนัลใกล้ๆเป็นแหล่งอาหารมื้อเที่ยง เขาชี้โน่นนี่จากเมนูให้พนักงานดูและไม่นานก็ได้แฮมเบอร์เกอร์สองชิ้นใหญ่มาอยู่ในมือ ทงเฮเดินกลับมาที่บริษัทและพาตัวเองไปยัง Coffee shop ซึ่งนัดกับคยูฮยอนเอาไว้ เขายกนาฬิกาขึ้นดูและพบว่ามาก่อนเวลาไปตั้ง 15 นาที เลยใช้เวลาสั้นๆนี้สำรวจรอบๆตามประสาคนช่างสังเกต

ร้านกาแฟร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อนกับเข้มสลับกันให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ตรงเค้าเตอร์น่าจะเป็นพลาสติกแต่ลงสีให้เหมือนท่อนไม้กลางป่า โต๊ะที่ทงเฮจับจองอยู่ตรงนี้เป็นโต๊ะสีครีมอ่อนๆซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของร้าน เขากวาดสายตามองไปรอบๆเห็นว่าบริเวณร้านค่อนข้างโล่ง มีเพียงพนักงานบริษัท 2-3 คนนั่งจับกลุ่มคุยกันเบาๆอยู่ที่โต๊ะหนึ่งติดกับบานกระจกใสที่สามารถมองทะลุออกไปเห็นถนนหน้าบริษัทได้ ทงเฮหยุดสายตาไว้ที่อีกมุมของร้านและเพ่งลูกตาเขม็ง


ผู้ชายคนหนึ่งนั่งจิบกาแฟอยู่คนเดียว บนโต๊ะของเขามีแลปท็อปขนาดกะทัดรัดเปิดทิ้งไว้ ทงเฮลืมตัวชะเง้อคอมองจนตัวเอียงกระเท่เร่ และเสียงตุ่บดังๆก็ทำเอาขวัญของทงเฮหนีกระเจิดกระเจิง

“ตกใจหมดเลย ทำไมต้องวางของแรงขนาดนั้นด้วย”

“ฉันกลัวว่าคอนายจะยืดไปซะก่อน มองอะไรอยู่ฮะ?” คยูฮยอนถามด้วยโทนเสียงแข็งๆ ทงเฮมู่ปากและเหลือบสายตาไปที่ผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง

“ผู้ชายคนนั้น.....ฉันคุ้นๆเหมือนเคยเห็น”

“เคยฝันถึงเหรอ?”

“ไม่ใช่ซะหน่อย!”

“มีอะไรกิน?” คยูฮยอนเขวออกนอกเรื่อง

“ดูนายอารมณ์ไม่ดีเลย มีอะไรรึเปล่า?” ทงเฮก็ไม่ได้คุยเรื่องเดียวกัน

“ฉันถามว่ามีอะไรกิน” คยูฮยอนทำตัวเป็นคนหูหนวกไปชั่วขณะ เขาถามพร้อมกับดึงถุงกระดาษตรงหน้าไปเปิดดู

“ทำไมต้องทำเป็นไม่ได้ยินที่ฉันพูดด้วยล่ะ ฉันเป็นผู้จัดการนายนะ มีอะไรก็ควรบอกกันสิ”

“แฮมเบอร์เกอร์งั้นเหรอ?”

“ก็ที่เห็นน่ะ คงไม่ใช่ราเม็งหรอกมั้ง” ทงเฮประชดกลับตึงๆ และคว้าถุงกระดาษมาตรงหน้า 1 ถุง

“หาอะไรที่มันกินง่ายกว่านี้ไม่ได้รึงัย”

“พี่ฮันบอกว่านายกินง่ายนี่ แล้วนี่มันก็ใกล้บริษัทที่สุดแล้วด้วย”

“แต่มันกินยาก มันกินแล้วเลอะน่ะ เข้าใจมั๊ย?”

“นายกินไม่เป็นล่ะสิ ไม่เห็นจะยากเลย ดูฉันละกัน” ทงเฮราดซอสมะเขือเทศจนพูนแล้วก็จับแฮมเบอร์เกอร์ก้อนโตยัดเข้าปาก เป็นอย่างที่คยูฮยอนเดาไว้ ซอสพวกนั้นเลอะปากของทงเฮเต็มไปหมดจนเหมือนพวกเด็กๆ 5 ขวบที่กินมูมมาม

“เหอะ....กินเป็นแย่เลยนะ”

“ฉ..ฉัน.......ใส่ซอสมากไปตะหาก......” ทงเฮรีบวางแฮมเบอร์เกอร์ตัวปัญหาแล้วใช้หลังมือป้ายปากลวกๆ คยูฮยอนทนเห็นสภาพลิงเลอะไม่ได้เลยยื่นทิชชูไปเช็ดปากให้ ทงเฮอึ้งไปนิดๆแต่ก็ยอมนั่งนิ่งๆให้คยูฮยอนจัดการกับคราบซอสสีส้มพวกนั้น

วินาทีหนึ่ง ที่คยูฮยอนเผลอไปสบสายตาเข้ากับตากลมๆนั่น นัยน์ตาของทงเฮสะท้อนภาพใบหน้าของเขากลับมา คยูฮยอนชะงักไปพอดีกับตอนที่ทงเฮกะพริบตาปริบ เขาละมือออกมา ทิ้งทิชชูไว้ข้างกองแฮมเบอร์เกอร์ ก่อนจะดันเก้าอี้ออกจากตัวและลุกหนีไป

“ด....เดี๋ยวสิ จะไปไหนน่ะ นายยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ” ทงเฮกุลีกุจอลุกตามแทบไม่ทัน มือที่เปื้อนซอสเกือบจะได้ไปแตะต้องแฟ้มงานให้เปื้อนตาม ทงเฮทำอะไรไม่ถูกแล้ว ไอ้แค่คิดว่าจะคว้าทิชชูมาเช็ดมือก่อนหรือว่าจะวิ่งตามโจคยูก่อนเขายังเสียเวลาคิดมันอยู่ตั้งนาน

 


“นายต้องขึ้น Live นี่..แล้วไม่ได้กินอะไรแบบนี้ไม่หิวแย่เหรอ?”

รถมินิคูเปอร์สีเหลืองสดขับแซงขึ้นไปตอนที่ทงเฮถามคำถามนี้ แต่เจ้าของคำถามก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่มีคำตอบกลับมาให้ชื่นใจ หนำซ้ำคยูฮยอนยังเร่งความเร็วรถจนเกือบมิด ทำเอาหัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปตลอดทาง

 

ทงเฮใช้เวลาช่วงที่คยูฮยอนงุ่นอยู่กับงานเพื่อออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ เขาซื้อขนมปังมาเกือบ 10 ห่อ กะเอาไว้ว่าจะไปบังคับให้คยูฮยอนกินเสียหน่อย เพราะถ้าขืนปล่อยให้หิวแล้วคยูฮยอนเป็นอย่างที่พี่ฮันว่าขึ้นมา มันจะซวยมาถึงผู้จัดการมือใหม่อย่างเขาเอาได้

แต่เมื่อทงเฮกลับมาที่สตูดิโออีกครั้ง เขาก็ต้องใจหายเมื่อไม่พบเงาของโจคยู

“เห็นคยูฮยอนรึเปล่าครับ”

“อ้าว? ถ่ายเสร็จก็เห็นออกไปเลยนี่นา”

ทงเฮเกาหัว และพยายามนึกว่างานต่อไปของเขาคือที่ไหน และเขาก็จำได้แม่นพอที่จะรู้ว่าเย็นนี้คยูฮยอนไม่มีงานที่ไหนแล้ว เขาขอบคุณเจ้าหน้าที่คนนั้นแล้วรีบเดินตามหาไปทั่วบริษัท

ทงเฮเดินขาลากกลับมาที่รถเมื่อนึกขึ้นได้ Lexus สีดำขลับยังจอดอยู่ที่เก่าแต่ไม่มีวี่แววของเจ้าของของมัน ทงเฮทุบหัวตัวเองอีกรอบเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าควรใช้โทรศัพท์ แต่พอเปิดฝาพับเจ้ามือถือเครื่องใหม่ถึงเพิ่งรู้ว่าแบตหมดเกลี้ยง

“หายไปไหนของเค้านะ”

คนตัวเล็กชะเง้อคอมองจนยาวยืด ก่อนจะรู้ตัวว่าร่างกายของเขามันล้ามากเกินไปแล้ว ทงเฮทิ้งตัวลงนั่งข้างๆรถและพิงหลังเข้ากับสีข้างของมัน ไม่นาน..เขาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน


ตุ่บ!


“เฮ้!! ตื่นได้แล้ว” ทงเฮได้ยินเสียงห้าวๆอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล มันดังพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆที่ไหล่ เขาค่อยๆปรือตาขึ้นมองแล้วก็เจอร่างสูงยืนค้ำหัวอยู่ ทงเฮเพิ่งรู้ก็ตอนนี้เองว่าไอ้แรงกระแทกตรงไหล่นั่นมันคือ แรงเตะ!

“เจ็บนะ ทำไมต้องเตะกันด้วย” ทงเฮลุกขึ้นปัดฝุ่นอย่างทุลักทุเล เสร็จแล้วถึงเงยหน้าเอาเรื่องกับคยูฮยอน “แล้วนายไปไหนมา!! รู้มั๊ยว่าฉันตามหาเหนื่อยแค่ไหน!!”

“ฉันก็มีธุระของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย”

“แต่ฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนายนะ!!!”

“มือถือก็มี ทำไมไม่ใช้” คยูฮยอนเต๊ะท่าถาม ทงเฮจ๋อยสนิทก่อนจะตอบเบาๆ

“แบตฯหมด”

“แล้วนี่ ไปไหนมา” คยูฮยอนถาม ตาก็มองไปที่ถุงพลาสติกที่กองดาษอยู่กับพื้น ทงเฮรีบเก็บมันขึ้นมา

“ฉันก็ไปซื้อขนมปังมาให้นายน่ะสิ เห็นว่านายยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วนี่นายกินอะไรมารึยังล่ะ?”

“ไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน เห็นพี่ฮันบอกว่านายน่ะเป็นพวกโมโหหิว ฉันไม่อยากโดนหางเลขนะ” แต่คยูฮยอนเดินไปขึ้นรถฝั่งคนขับแล้ว “โจคยู ฉันบอกว่านายต้องกินอะไรรองท้องซะหน่อย”

“ก็บอกว่า ไม่—หิว ทำไมถึงได้เซ้าซี้อย่างนี้ห้ะ!!”

“ไม่ได้เซ้าซี้นะ!!”

 


จนแล้วจนรอด คยูฮยอนก็ยังดื้อแพ่งที่จะให้โรคกระเพาะมันได้อิ่มหนำสำราญ แต่ทงเฮก็ไม่มีสิทธิ์ไปมีปากมีเสียงอยู่แล้ว ไม่สิ...ทงเฮไม่มีโอกาสได้มีปากมีเสียงต่างหาก เมื่อคยูฮยอนเอาแต่เดินหนีลูกเดียวอย่างนี้

ทงเฮแจงตารางงานของวันพรุ่งนี้ให้คยูฮยอนฟังขณะอยู่บนรถ และสุดท้ายก็มาจบที่ว่า “ตกลงจะไม่กินอะไรจริงๆเหรอเนี่ย ที่บ้านไม่มีอะไรกินเลยนะ เมื่อเช้าฉันเพิ่งเช็คตู้เย็นไปเอง”

เงียบ

“พูดกับฉันมันจะตายรึงัยเล่า หรือว่านายกลัวว่าเสียงเพราะๆของนายมันจะแหบเป็นเป็ดถ้าต้องคุยกับฉัน!!” ทงเฮโวยลั่นรถ แต่มันก็มีผลกระทบถึงคยูฮยอนแค่ปลายโสตประสาทเมื่อเขาหันหน้ามามองเพียง 30 องศาและแหง่กคอกลับไปคืน

“ไม่เชิงหรอก”

ทงเฮเผลอเอาฟันกระต่ายงับริมฝีปากล่างจนเจ็บ เขากอดอกไม่ยอมพูดอะไรกับนักร้องในปกครองไปตลอดทางที่เหลือ จนกระทั่งพ่อนักร้องดังเค้านึกยังงัยที่ทงเฮไม่ทราบ หยุดรถเอากลางทางที่ไม่ใช่คอนโดมิเนียมหรูระดับ 5 ดาวนั่นแหละ ผู้จัดการตัวกะจ้อยเลยต้องรีบร้องถาม

“จอดทำไมน่ะ!!”

“ไม่หิวเหรอ?”

“หึ.....ฉันน่ะกินจนอิ่มแล้ว ไม่เหมือนบางคน......”


ปึง!!

“ทำไมไม่ฟังที่ฉันพูดให้จบก่อนเล่า” ทงเฮรีบกระโดดลงจากรถไปตามคยูฮยอน เขากดรีโมทล็อกอัตโนมัติ ยักคิ้วให้ทงเฮแล้วที่สำคัญ เขาเดินนำทงเฮไปก่อนโดยไม่บอกอะไรให้รู้เรื่องอีกแล้ว


ที่ๆคยูฮยอนพาทงเฮมาก็คือร้านอาหารฝรั่งสุดหรูแห่งหนึ่ง โอ๊ย!! กลั่นแกล้ง..อย่างนี้เค้าเรียกว่าจงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆ ทงเฮไม่คุ้นชินกับสถานที่พวกนี้เลย ให้ตายสิ!

แล้วดูลูกค้าแต่ละคน ระดับไฮโซกันทั้งนั้น แล้วทงเฮล่ะ.....เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ต็อกกะต๋อยสุดกู่!

“มาที่นี่ทำไมน่ะ อยากกินข้าวก็แวะซูเปอร์ฯสิ เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้ก็ได้หรอก” ทงเฮกระโดดไปเกาะแขนคยูฮยอนเอาไว้ แต่ดูท่าทงเฮจะเป็นลูกตุ้มที่น้ำหนักเบาที่สุด เพราะเขาตัวลอยหวือตามคยูฮยอนเข้าไปจนเกือบในสุดของร้าน

เมนูบ้าบอคอแตกอะไรกัน บนโลกนี้ยังมีคนอ่านมันออกอีกเหรอเนี่ย?

ทงเฮกร่นด่าอยู่ในใจ ตาก็กวาดมองดูเมนูตรงหน้าด้วยอาการที่เรียกว่ามึนตึ่บ ทงเฮดูรู้เรื่องแค่ตรงราคาของมัน แต่แค่นั้นแหละ มันก็ทำให้ปากเขาเหน็บกินขึ้นมาทันทีทันใด

อุแม่เจ้า แพงโคตร!!!

เขาพลิกหน้าเมนูไปมาจนมึนหัว สุดท้ายแล้ววิชาภาษาอังกฤษพ่วงเกรด 1 ของลีทงเฮก็ตามมาหลอกหลอนจนได้ แต่ก่อนที่วิญญาณความโง่ภาษาต่างประเทศของทงเฮจะได้มาสิงสู่ร่างขาวๆของเขาได้ดั่งใจ เมนูตัวการก็ถูกกระชากออกไปเสียก่อน

“ไม่หิวไม่ใช่เหรอ?” คยูฮยอนถามในสิ่งที่สามารถทำให้ทงเฮอ้าปากค้างไป 3 วินาที บริกรมองหน้าทงเฮสลับกับคยูฮยอน 2-3 รอบ ก่อนจะโค้งหัวแล้วเลี่ยงออกไป

“เออะ...ช...ช่าย ไม่หิว ไม่หิวซักนิด ก็ฉันกินจนอิ่มแล้วนี่!!” ทงเฮตอกเข้าให้ ไหนๆก็อยากได้ยินคำนี้อยู่แล้วนี่....โจคยู ไอ้คนใจดำ!

“หึ!” ทงเฮอยากถลาเข้าไปต่อยปากซักทีสองทีจริงๆเลย หึ..หัวเราะในลำคออย่างงั้นเหรอ?

เขาเสหน้ามองไปยังที่ที่ไม่ใช่โจคยูฮยอน ทงเฮคิดว่าเขาเป็นคนช่างสังเกต แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงเก็บรายละเอียดในร้านนี่ไม่ได้เลยล่ะ ทั้งสไตล์การตกแต่ง โต๊ะเก้าอี้ หรือลักษณะของลูกค้าส่วนใหญ่ ทงเฮรู้สึกว่าสมาธิไม่มีหลงเหลืออยู่ในตัวเลย เขาเดาเอาว่าเขาอาจจะโกรธคยูฮยอนจนหน้ามืดไปแล้วก็ได้

อาหารหน้าตาน่ากินถูกนำมาเสิร์ฟจนเกือบเต็มโต๊ะ น้ำย่อยในร่างกายของทงเฮช่างไม่รักดี มันทำงานและส่งผลให้ท้องร้องครืนออกมาเบาๆ เขารีบตะปบท้องตัวเองแล้วทำทีเป็นไม่สนใจต่อของล่อตาล่อใจตรงหน้า

คยูฮยอนกำลังยิ้มอย่างมีเลศ ทงเฮเห็น.. เขาละเลียดกินอาหารราคาแพงพวกนั้น จงใจให้ทงเฮอิจฉา

อึก!

ไอ้ร่างกายทรยศมันก็ดีแต่จะประจานเจ้าของ และคยูฮยอนคงได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ของทงเฮถึงได้เงยหน้าและส่งยิ้มมุมปากมาให้

“หิวเหรอ?”

เสี้ยววินาทีแรก ทงเฮเกือบจะตอบว่า –หิว- ไปตามความรู้สึกที่มันแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง แต่อีกเสี้ยววินาทีหลังจากนั้น ทงเฮก็งับปากตัวเองลงจนปิดสนิทและหันหน้าไปทางกระจกใส มองออกไปจนสุดที่ลูกตาจะสามารถมองเห็นได้

ทงเฮใช้นิ้วเขียนกระจกเล่นเผื่อว่ามันจะช่วยให้เขาเพลินจนลืมเรื่องความหิว แต่ท้ายที่สุด..ทงเฮก็แพ้ราบคาบ

“หิวก็บอกมา ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก” คยูฮยอนถามอีกที คราวนี้น้ำเสียงของเขานุ่มเป็นพิเศษ ทงเฮค่อยๆหันไป จ้องตากับเขาอย่างขอความมั่นใจ “ตกลงว่าหิวรึเปล่า?”

ทงเฮเหลือกตามองเพดานอยู่แป๊บนึงก็รีบตอบเบาๆไปว่า “อือ...หิว”

“แล้วก็ทนอยู่ได้ คิดว่าตัวเองเก่งนักรึงัย?”

“ไม่ได้คิดอย่างนั้นซะหน่อย ทำไมต้องว่ากันด้วยล่ะ?”

“อ้าปาก”

“ฉันกินเองได้น่า”

“จะกินหรือไม่กิน”

“ทำไมต้องขู่กันด้วย!”

“โอเค ไม่กินก็ไม่กิน”

“กินสิ!!” ทงเฮเถียง ได้ผลคยูฮยอนยิ้มหวานในแบบที่ทงเฮไม่เคยเห็นมาก่อน และที่สำคัญมันทำให้หัวใจของทงเฮละลายกลายเป็นน้ำ

เขายื่นส้อมที่มีเนื้ออะไรก็ไม่รู้มาให้ทงเฮ มันจ่อซะจนเกือบชิดริมฝีปากแน่ะ....กินซะ.....ทงเฮเหมือนได้ยินคยูฮยอนพูดอย่างนั้น เขาอ้าปากอย่างกล้าๆกลัวๆ จนกระทั่งได้ลิ้มชิมรสหวานๆของเนื้อชิ้นนั้น

“อร่อยป่ะ?”

“อื้อ” ทงเฮพยักหน้ารับยิ้มๆ และหลังจากนั้นทงเฮก็กลายเป็นเด็ก 3 ขวบที่ต้องให้คุณพ่อป้อนข้าว คยูฮยอนในช่วงเวลานั้นไม่เหมือน –โจคยูใจร้าย- เหมือนที่ผ่านมาซักนิด เขาดูอบอุ่นแล้วก็น่าอยู่ด้วยสุดๆ ทงเฮได้ใจชี้นู่นชี้นี่ให้เขาป้อน แล้วมันก็ทำให้ทงเฮตกใจเมื่อเขาเต็มใจจะทำตามบัญชาโดยไม่ขัดใจซักนิด

“อิ่มแล้ว”

“อีกคำ”

 

ทงเฮไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าตอนนี้หัวใจของเค้ามันขยายขนาดจนใหญ่กว่ากำมือไปแล้ว แล้วก็ไม่รู้เลยว่าแก้มของตัวเองมันตุ่ยเหมือนถูกผึ้งต่อย และไม่รู้...ว่าตัวเองมีความสุขขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“ยิ้มอะไร?”

“ยิ้ม?? ยิ้มอะไรล่ะ?”

“จะไปรู้เหรอ? ก็เห็นยิ้มอยู่คนเดียว”

“ฉันน่ะเหรอ? ยิ้ม......” ทงเฮจับแก้มของตัวเอง แล้วตัวก็ร้อนผ่าวๆ ท้องก็ดูเหมือนจะห้อยโหนตัวเองลงมาอีกแล้ว ...ยิ้มจริงๆด้วย ไอ้บ้าลีทงเฮ ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรของนาย!!....

“เออนี่ ตอนเย็นวันศุกร์พี่ฮันจะมากินข้าวที่บ้านนะ เตรียมมื้อเย็นเอาไว้ด้วย”

“ทำไมต้องเป็นฉัน?”

“หรือว่านายอยากจะเสี่ยงให้ฉันเดินเข้าไปเฉียดครัวล่ะ?”

“ฉันเคยขัดใจนายได้ด้วยเหรอ?” ทงเฮทำปากอูม ...งอนตุ๊บป่อง...

 

ทงเฮตื่นสายกว่าปกติ เพราะว่าวันนี้คยูฮยอนมีคิวว่างทั้งวัน เขาเคืองนักร้องฟอร์มจัดของตัวเองตั้งแต่เช้าเมื่อพบว่าโจคยูน่ะตื่นสายโด่งอย่างที่ฮันคยองว่าเอาไว้จริงๆ

แต่สัจธรรมโลก...ทงเฮไม่สามารถโวยวายอะไรได้นอกจากคับแค้นอยู่ในอก ให้ตายสิ!

“ซื้ออะไรเยอะแยะ เคยเข้าครัวรึเปล่าเนี่ย?” ทงเฮล่ะอยากจะไปเสนอผู้จัดฯให้เค้ามาจ้างคยูฮยอนไปแสดงหนังผีซะจริงๆ ไม่โผล่มาแบบเงียบๆก็โผล่มาข้างหลัง ที่สำคัญ..มือไวอย่าบอกใครเชียว โผล่มาทีก็ต้องคว้าอะไรจากมือทงเฮไปซักอย่าง

อย่างตอนนี้ที่เขาได้รายการของสดที่ทงเฮวางแผนจะซื้อมาทำมื้อค่ำไปไว้ในมือ

“ทำเหมือนตัวเองชำนาญเรื่องเข้าครัวนักนี่” ทงเฮแอบกระแนะกระแหนเบาๆแต่จงใจให้คนตัวสูงได้ยิน

“เรื่องครัวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องซื้อน่ะ ถนัด”

ความรู้สึกใน 1 วินาทีหลังจากนั้น คือทงเฮกลายเป็นตุ๊กตาหมีที่คยูฮยอนลากออกไปจากบ้าน!

 

ทงเฮไม่เข้าใจ ว่าไอ้หมวกกับแว่นตามันช่วยพรางตัวได้ตรงไหน....เห็นมีแต่คนมองเต็มไปหมด มองเหมือนตัวประหลาด!!

“ถอดหมวกออกเถอะ ฉันอายเค้า”

“นายอายที่ต้องเดินกับโจคยูฮยอนงั้นเหรอ?”

“ก็ดูเข้าสิ ใส่หมวก ใส่แว่นเข้าห้างฯ คนปกติที่ไหนเค้าทำกันน่ะฮะ?”

“ฉันพานายออกมาซื้อของ ไม่ใช่ให้มาวิจารณ์ฉัน”

“โอเคๆ....ฉันเถียงนายไม่ได้อยู่แล้ว นายมันถูกเสมอ โจคยู!!!” ทงเฮแหกปากลั่นจนคนแถวนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว คยูฮยอนรวบหน้าขาวๆนั่นมาปิดปาก

“อ่อยอ้ะ!”(ปล่อยนะ)

 

วันนั้นทงเฮเปลี่ยนอาชีพตัวเองเป็นกุลีแบกหาม เพราะคุณชายนักร้องผู้หลงตัวเองอย่างโจคยูฮยอนเค้าเอาแต่เดินเท่ห์หยิบโน่นหยิบนี่ใส่รถเข็นจนเต็ม สุดท้ายถุงมันฝรั่งสองห่อใหญ่ก็เลยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของอ้อมแขนทงเฮไปโดยปริยาย

ทงเฮได้หายใจหายคอตอนที่รอคิดเงินตรงเค้าน์เตอร์แคชเชียร์ แต่ท้ายที่สุดถุงพลาสติกจำนวน 5 ถุงเบ่อเริ่มก็ไม่รอดพ้นมือทงเฮไปได้ คยูฮยอนมัวแต่แจกลายเซ็นแม่พนักงานพวกนั้น และไล่ให้ทงเฮหอบของกลับไปรอที่รถก่อน ทงเฮเลยได้แต่ทำหน้าหงิกหอบถุงเดินตัวเอียงออกมา

 ถ้าจะใช้กันซะขนาดนี้ก็ไม่ซื้อข้าวอีก 2 กระสอบใหญ่ๆให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยวะ!!?


“มา ช่วย!”

“ไม่ช่วยตอนที่แขนฉันหักไปก่อนล่ะ?”

“หรือว่าจะถือเอง?” ว่าแล้วก็ดึงถุงในมือทงเฮไปจนหมดเกลี้ยง ทั้งที่เดินอีกแค่ 5 ก้าวก็ถึง Lexus คันหรูแล้ว

 

ทงเฮแพลนเอาไว้แล้วว่ามื้อเย็นวันนี้จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง -- แฮมุลจีเก* มยอลชีโพกึม** แฮมุลทัง*** ซัมกเยทัง**** และพิซซ่าสำหรับซองมินที่ทงเฮมั่นใจว่าต้องติดสอยห้อยตามคุณพ่อมาแน่นอน

“ไอ้นี่เรียกว่าอะไรน่ะ?”

“เค้าเรียกว่า มยอลชีโพกึม นึกไว้แล้ว ว่ารวยๆรสนิยมสูงอย่างนายคงต้องไม่รู้จักแน่ๆ แม่ฉันชอบทำให้กิน เพราะว่าฉันชอบกินปลา นี่..ฉันทำสูตรของแม่ด้วย อร่อยนะ” ว่าพลางหยิบเจ้าปลาตัวเล็กๆยื่นให้คยูฮยอน

“ถามให้ตอบ ไม่ได้ให้ย้อน” แต่รายนั้นกลับไม่สนใจ ซ้ำยังว่าเสียจนทงเฮหน้ามุ่ย ก่อนจะเดินสำรวจอาหารอย่างอื่นต่อเหมือนกับเมื่อกี๊เขาไม่ได้พลั้งปากพูดคำไม่ดีออกมา

“นายนั่นแหละที่ชอบย้อน ฉันพูดกับนายดีๆนะ ไม่ได้หาเรื่องก่อนเลย”

“แล้วไอ้ที่หาว่าฉันเป็นพวกผู้ดีไม่รู้จักอาหารพวกนี้มันเรียกว่าอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่หาเรื่อง”

“ฉันพูดความจริง!” ทงเฮเถียงยันฝา คยูฮยอนเหลือบตาไปมองก็เห็นคนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาทำอาหารต่ออย่างมุ่งมั่น

“ให้ช่วยมั๊ย?”

“หึ”

“ถามว่าให้ช่วยมั๊ย?”

“ก็บอกว่าไม่งัยเล่า!”

“ดื้อชะมัด ก็ฉันบอกว่าจะช่วยยังงัยล่ะ ฟังไม่ออกรึงัย!!!” คยูฮยอนคว้ามีดออกไปจากมือของทงเฮ และจัดการหั่นผักที่ทงเฮหั่นค้างไว้ด้วยท่าทางที่แสนจะเก้ๆกังๆ และแม้ว่าการกระทำแบบนั้นจะไม่ค่อยน่ารักซักเท่าไหร่ แต่มันก็สามารถเรียกเอารอยยิ้มของทงเฮออกมาได้โดยไม่รู้ตัว

“ใครเค้าหั่นกันแบบนั้น มานี่..เดี๋ยวสอน”

 

มื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยตอนประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ทงเฮกำลังจัดโต๊ะอาหารก็พอดีกับที่เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น “เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง” ทงเฮเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนและรีบถอดมันออก


พุ่บ!!!


“คิดถึงพี่คยูที่สุดเลย!!!” ร่างกลมๆเล็กๆกระโดดมาเกาะเอวเขาแน่นตั้งแต่แว่บแรกที่เปิดประตู ทงเฮจำได้ว่าเจ้าหนูคนนี้คือซองมิน แต่ว่า....

“ไม่ใช่พี่คยูฮยอนนี่!!!” เจ้าตัวกลมผละตัวเองออกทันทีที่รู้ว่าคนที่ตัวเองกอดไม่ใช่คยูฮยอนสุดที่รัก ซองมินเงยคอจนทำมุมฉากจ้องหน้าทงเฮ “พี่เตี้ย!!!”

“ยัยพี่เตี้ยนี่มาทำอะไรที่ห้องพี่คยูของซองมิน!!!”

ถ้าไม่ติดว่าเห็นพ่อเค้ายืนหัวเด่อยู่ ทงเฮจะจับตีก้นซะให้ลายเลยเชียว เมื่อกี๊ มันอะไรนะ....พี่เตี้ย!?


โด่เอ๊ย ไอ้เด็กอ้วน!!


“ทงเฮอย่าถือสาซองมินแกเลยนะ” ฮันคยองดูเหมือนจะหยั่งรู้จิตใจของทงเฮได้ เลยรีบห้ามทัพก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ก่อโศกนาฏกรรมกับลูกชายของตัวเอง ส่วนทงเฮก็กำลังจับสายตาตัวเองไว้กับร่างอวบที่วิ่งหลุนๆเข้าไปกอดคยูฮยอน เห็นแล้วหมันไส้....ไอ้เด็กแก่แดด

““พี่ฮันไม่กลัวลูกตัวเองเป็นเกย์รึงัย?””

“ทงเฮว่างัยนะ?”

“ฮะ!! เปล่าฮะ ไม่มีอะไร” ทงเฮรู้สึกว่าตัวเองชักจะโกหกพี่ฮันบ่อย แต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าบอกความจริง แล้วให้เค้ายำเละเอาเปล่าๆ

 

ดูจะเป็นมื้อเย็นที่ทงเฮไม่ปรารถนาเอาซะเลย ไอ้ที่ต้องมานั่งดูฉากกุ๊กกิ๊กของนักร้องหนุ่มวัย 20 ต้นๆ กับเด็ก 5 ขวบโดยที่พ่อเค้าก็หัวร่อตามไปด้วยอย่างชอบอกชอบใจเนี่ย มันน่าโสภานักเร๊อะ?

ทงเฮเลยหาทางออกโดยการตั้งหน้าตั้งตาลุยข้าวในถ้วยแบบไม่สนใจใครในโลก

“อร่อยมั๊ย ซองมิน” น้ำเสียงนุ่มๆของโจคยูที่ทงเฮไม่เคยได้ยินมันมาก่อนกำลังถามไถ่ซองมิน พลันความรู้สึกน้อยใจก็วิ่งพล่านไปทั่วทั้งตัวทั้งที่ทงเฮไม่อยากจะให้มันมีเลยด้วยซ้ำ

“อร่อยมากๆเลยล่ะฮะ พี่คยูทำเองเหรอ?”

ทงเฮรีบเงยหน้าขึ้นมาพรีเซนต์ตัวเอง แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากโชว์ลิ้นไก่...

“ใช่แล้ว พี่ทำเองหมดเลย อร่อยใช่ม้า? ถ้างั้น...ซองมินก็ต้องกินเยอะๆ”

“อ้าวเฮ้ย? เดี๋ยวลูกฉันก็ได้กลายเป็นตุ่มกันพอดี”

“ซองมินจะกินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆใช่มั๊ยฮะ พี่คยูฮยอน!!”

ทงเฮค้างกลางอากาศอยู่แบบนั้น ความรู้สึกที่ว่ากลายเป็นอากาศมันเป็นยังงัย ทงเฮก็ประจักษ์เอาตอนนี้นี่แหละ คยูฮยอนเอาดีใส่ตัว พี่ฮันยังหลงกลไปเชื่อ ซองมินตัวแสบก็ปลื้มอกปลื้มใจพี่ชายสุดที่เลิฟซะออกนอกหน้า

โอ๊ย!! ลีทงเฮ นายนี่อาภัพเหลือหลาย

“พี่คยู อันนี้เค้าเรียกว่าอะไร?” ซองมินช่างสงสัยชี้นิ้วไปที่อาหารจานหนึ่ง แต่ดูเหมือนพระเจ้าก็คงจะคลั่งไคล้ตานักร้องนี่เหมือนกันถึงได้ดลบันดาลให้เด็กน้อยชี้จานที่ทงเฮเพิ่งจะบอกชื่อให้คยูฮยอนได้รู้จักไปหมาดๆ

“มยอล-ชี-โพ-กึม นี่! สูตรนี้พี่คิดเองเลยนะ”

ทงเฮอึ้ง-ทึ่งกว่าเดิมเป็นแสนเท่า ส่วนคยูฮยอนก็หยิบปลาตัวเล็กขึ้นมาป้อนให้ถึงปากซองมิน ก่อนจะเหลือบตามามองทงเฮอย่างผู้ชนะ ทงเฮเบะปากแล้วก็ชี้นิ้วไปยังชามใบใหญ่กลางโต๊ะ

“ซองมินไม่ลองถามดูล่ะ ว่าจานนี้ชื่อว่าอะไร?”

“ซองมินไม่ชอบ ซองมินก็เลยไม่อยากรู้!”

เพล้ง!!

หน้าของเขาชาร้าวไปกว่าครึ่ง ทงเฮยิ้มแห้งๆให้เด็กน้อยที่ตอนนี้หันไปอ้อนพี่คยูของเค้าต่อแล้ว ทงเฮได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากข้างๆเลยหันไปมอง ....พี่ฮัน!

“ฮ่า..ฮะ....เอานี่ๆ ทงเฮ กินเยอะๆสิ ตัวผอมกะหร่องแล้ว เราน่ะ” ฮันคยองบ่ายเบี่ยงข้อกล่าวหาที่ทงเฮส่งมาทางสายตานั้น โดยการตักเนื้อไก่ชิ้นโตๆใส่ในจานของทงเฮ

 

ห้องนั่งเล่นถูกจับจองด้วยคู่รักโลคิค่อน ส่วนทงเฮต้องมาล้างจานอยู่กับฮันคยองในครัว ดีที่พี่ฮันอาสาจะเป็นคนล้างเอง ทงเฮก็เลยสบายหน่อย...แค่รับจานมาแล้วเช็ดให้แห้ง

“หึงเด็กเหรอเนี่ย?”

“หา? หึง?....หึงอะไร พี่ฮันหมายความว่างัยน่ะฮะ??”

“ไม่รู้ ก็เห็นเรามองจัง ซองมินกับคยูฮยอนน่ะ”

“ห..เห!!? ผมจะไปหึงเค้าได้ยังงัย นั่น..ซองมินยังเด็ก และที่สำคัญ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับหมอนั่นด้วย!” ทงเฮแก้ตัวไปเรื่อยตามนิสัย แต่ท้ายที่สุดก็แพ้ใจตัวเอง มองเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

 

ทงเฮวางถาดพิซซ่าลงบนโต๊ะรับแขกตัวเตี้ยและเรียกสอง อา-หลาน ให้สนใจกับของว่างเสียหน่อย แต่เมื่อทั้งคู่ยังคงมุ่งมั่นที่จะจดจ้องหน้าจอแลปท็อปต่อไป ทงเฮก็จนปัญญา

“เฮ้ย!! คยู......มาดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิวะ” พี่ฮันเดินออกมาจากในครัวพร้อมกับขวดเหล้าบรรจุน้ำสีอำพันในมือ

“ไม่ได้นะ จะดื่มกันได้ยังงัยล่ะ ซองมินนั่งอยู่ตรงนี้” ทงเฮปรามทันทีทันใด

“ซองมินโตแล้ว แล้วพ่อของซองมินก็เก่งด้วย พ่อของซองมินเมาแล้วเท่ห์จะตาย”

ทงเฮไม่ได้นับว่าวันนี้เขาหน้าเหวอไปกี่รอบแล้ว แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขากำลังหน้าเหวออีกรอบ....ทงเฮส่งสายตาอ้อนวอนไปที่โจคยู แต่ดูจะได้ผลเป็นติดลบ

“เอาดิ่ โห ของดีเลยนะเนี่ย?” คยูฮยอนลูบหัวซองมินก่อนจะคลานมาทางโต๊ะตัวเล็กที่ทงเฮกับฮันคยองจับจองอยู่ “ซองมิน ให้พี่ทงเฮเล่นเป็นเพื่อนไปก่อนนะ”

“พี่เตี้ยอ่ะเหรอ? พี่เตี้ยจะไปรู้เรื่องได้ยังงัย?” ซองมินว่าแก้มป่อง ก่อนจะคลานตามคยูฮยอนมานั่งแหมะลงบนตัก เดือดร้อนทงเฮต้องรีบคว้าตัวมา

“ไม่เอานะคับซองมิน เด็กดีต้องไม่ยุ่งกับคนกินเหล้า” แต่เจ้าตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในมือ กระทั่งคยูฮยอนมากล่อมอีกแรงถึงเอาอยู่ ตอนนี้ทงเฮก็เลยต้องลดอายุมาเล่นเป่ายิ้งฉุบกับเด็ก 5 ขวบอย่างช่วยไม่ได้


“โกมาโดเกบี จั้น!!
อีซางาโกอารึมดาอุน โทเกบีนารา
พังมางีโรทูคือรีมยอน มูออชีเดวลกา
คึม นาวารา วารา ตู๊ก~ตั๊ก!!
อึน นาวารา วารา ตูก~ตั๊ก!!”


โอ๊ย!!

“ตีแรงจัง พี่เจ็บนะ”

“ตีเบาๆก็ไม่สนุกสิ พี่เตี้ยนี่สำออยชะมัด!!” ซองมินโต้ทันควัน ทงเฮลูบหัวป้อยแต่ก็ต้องจำยอมให้เด็กมันแกล้งต่อไป ...วันนั้น ก้อนนูนๆไม่รู้กี่ก้อนก็เลยพร้อมใจกันขึ้นมาแต่งแต้มหัวทุยๆของลีทงเฮอย่างสนุกสนาน

 

“เป็นงัย ไปถึงไหนแล้วล่ะ” ฮันคยองอาศัยจังหวะที่ทงเฮกำลังเล่นอยู่กับซองมินและไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างนั้นลอบยิงคำถามใส่รุ่นน้องหน้าหล่อที่นั่งมองคนตัวเล็กไม่วางตา

คยูฮยอนสะดุ้งนิดๆและหันมาทางรุ่นพี่ที่ยิ้มอย่างจับผิดอยู่ “ถึงไหนงั้นเหรอ?” เขาเตาะลิ้นและลอบมองทงเฮอีกครั้ง ก่อนจะคว้าเอาแก้วเหล้ามาเทเข้าปาก “หนึ่งอาทิตย์ พี่คิดว่ามันจะไปได้ซักกี่น้ำกันล่ะ”

“หนึ่งอาทิตย์นั่นน่ะ เหลือเฟือสำหรับพวกคาสโนว่าเลยนะเว้ย!”

“แอบหอมแก้ม”

“หา?” ฮันคยองอ้าปากค้าง คยูฮยอนพยักหน้าเรียบๆ ฮ่าๆ....นายนี่มัน........”

“โด่เอ๊ย ใครจะไปไวไฟเหมือนพี่ล่ะ เล็งปุ๊บตะครุบปั๊บ” คยูฮยอนพูดความจริง คบกับพี่ฮันมาก็ปาเข้าไป 7 ปีกว่า ทำไมจะไม่รู้ว่า ‘ไอ้ผู้ชายอบอุ่นที่สาวๆใฝ่ฝัน’ น่ะ มันก็แค่หน้ากากหนาๆของผู้ชายที่ชื่อฮันคยองเท่านั้นแหละ

“เฮ้ย!! ของอย่างนี้มันต้องอาศัยจังหวะกับความเร็วเว้ย!!” ฮันคยองหัวเราะก๊าก ตบไหล่คยูฮยอนไปพลั่กแล้วก็ยกแก้วชน “เอ้าชน ชน ฮะฮะฮ่า!!”

 

ฮันคยองหมดฤทธิ์ก่อนคยูฮยอนเสียอีก ทั้งที่ดูจากภายนอก คยูฮยอนดูจะคออ่อนกว่า พี่ฮันเดินโซเซเข้าไปนอนในห้องรับรองแขกที่คงจะคุ้นเคยกับมันดี และบอกให้คยูฮยอนช่วยพาซองมินเข้านอนแทนตัวเขาด้วย ซองมินก็อึดเกินพิกัด เขาเปลี่ยนเกมส์เล่นจนเกือบจะครบ 10 เกมส์ แต่ละเกมส์ ทงเฮเสียเปรียบทั้งนั้น

และเมื่อคยูฮยอนเป็นอิสระจากพ่อของเขา ซองมินก็วิ่งโร่หาคยูฮยอนทันที “พี่คยูฮยอน มาเล่นกับซองมิน”

“เล่นอะไรคับ ฮึ?” คยูฮยอนอุ้มเด็กน้อยขึ้นนั่งบนตัก กำลังจะหอมแก้มให้ฟอดใหญ่แต่ทงเฮห้ามไว้

“อย่านะ ตัวนายมีแต่กลิ่นเหล้าหึ่งไปหมด”

“ยัยพี่เตี้ยนี่ยุ่งที่สุดเลย พี่คยูกำลังจะหอมแก้มเค้านะ!!”

“แต่ว่า.....”

“พี่คยู หอม..หอมซองมินสิ” เด็กตัวอวบกลับไปคะยั้นคะยอคยูฮยอนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คยูฮยอนเหมือนจะเล่นตัวอยู่นิดๆ

“ว่าแต่ว่า....ทำไมเราต้องหอมแก้มกันด้วยล่ะ?”

“ก็พี่คยูรักซองมิน พี่คยูเลยต้องหอมซองมิน” เด็กน้อยตอบซื่อๆ

“ฮ่าๆ คนรักกันน่ะ เค้าต้องจูบกัน รู้รึเปล่า!!”

“จูบ??” ซองมินทำหน้าคลางแคลงใจ ทงเฮเห็นว่าคยูฮยอนชักจะเมาใหญ่แล้วเลยรีบปราม

“ไม่เอาๆ โจคยู นายไปอาบน้ำได้แล้ว”

“ช่าย จูบ” แต่คยูฮยอนไม่ยอมหยุด

“งั้น พี่คยูก็จูบซองมินสิ นะนะนะ!”

“ไม่ได้หรอก ซองมินยังเด็กเกินไป” คยูฮยอนส่งสายตาวิบวับสะท้อนกับแสงสีส้มจากโคมไฟ ทงเฮพยายามเขย่าแขนคยูฮยอนเรียกสติ

“เลิกเล่นได้แล้วน่า ซองมินก็ควรไปนอนได้แล้วด้วย!”

“แต่ซองมินโตแล้ว!!” ดูเหมือนทุกคนจะมีกำแพงปิดกั้นทงเฮกันถ้วนหน้า

“ม่าย ซองมินยังเด็กมากๆเลย” คยูฮยอนลูบหัวซองมินเบาๆแล้วยิ้มหวานให้

“แล้วซองมินต้องโตขนาดไหนล่ะ ถึงจะจูบกับพี่คยูฮยอนได้” ตากลมๆจ้องหน้าของพี่ชายสุดที่รักไม่กะพริบ ตอนนี้ทงเฮใจแป้วแล้ว ก็มันห้ามได้ซักคนมั๊ยล่ะ?

“ต้องโต.............เท่าพี่ทงเฮ ตอนนั้นเองที่โลกของทงเฮแคบลง ทงเฮเห็นเพียงปลายจมูกของคยูฮยอน สัมผัสได้เพียงความอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมต้นคอของเขาและความร้อนที่ริมฝีปาก กลิ่นบรั่นดีเป็นเพียงกลิ่นเดียวที่ทงเฮรับรู้ ไม่รู้ว่าสำหรับคยูฮยอนแล้วมันนานรึเปล่า แต่สำหรับทงเฮเอง...ช่วงเวลานั้นมันนาน จนทำให้เขากลายเป็นฟอสซิลได้เลย


อุ่ก!!!


“โอ๊ย!!!!” ตัวของทงเฮดีดออกมาด้วยความจุก กว่าจะรู้อีกที เสียงหวีดลั่นของซองมินก็ทำลายระบบประสาทไปแล้ว ทงเฮโดนซองมินชกท้องเข้าจนตัวงอ ก่อนที่เจ้าตัวแสบจะถูกคยูฮยอนรวบตัวแล้วอุ้มเข้าห้องไป

“ไปนอนกันดีกว่าเนอะ ซองมินเนอะ~”

“พี่คยูจูบยัยพี่เตี้ยนั่นทำไม!! พี่คยูรักซองมินไม่ใช่เหรอ?!!!!!”

 

ทงเฮไม่ได้ยินที่คยูฮยอนตอบ
ทุกประสาทสัมผัสของทงเฮคล้ายจะพิการไปชั่วขณะหนึ่ง


ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกหวิวๆที่ริมฝีปากก็เอาชนะความจุกจากกำปั้นเล็กๆนั่นจนได้

 

 

 

 

End of part 3

 

หมายเหตุ
* แฮมุลจีเก : แกงชนิดหนึ่งที่ใส่พวกของทะเล
** มยอลชีโพกึม : ปลาตัวเล็กๆ ผัด
*** แฮมุลทัง : สตูอาหารทะเล
**** ซัมกเยทัง : ไก่ตุ๋นโสม

กาเท่เร่ :: เร็วเนอะ 2 วันครั้ง แบบว่ามันไหลปรื๊ด ไหลปร๊าด !! ฮ่าๆ ขอไม่พูดเรื่อง Can we ดีกว่า หึหึ.. เราไปพูดเรื่อง I'm fine กันเนอะ ใครที่กำลังรอคอย กรุณารอคอยกันต่อไปอีกนิดนะ ใกล้ได้ยลโฉมละ ใกล้ละๆ..(นั่นหมายความว่า อย่าทวง *แง๊ก*)

แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นที่น่ารักๆนะ ขอบคุณสำหรับคำชมด้วย เรื่องนี้คู่ไม่ค่อยฮิต แต่ก็ยังมีคนอ่าน แค่นี้ก็ดีใจสุดๆแล้ว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry



ตายแล้วป๋าเป็นคนแบบนี้หรอเนี่ย



ม่ายน๊า ..... เห็นเป็นสุภาพบุรุษใจดีอยู่นาน



>__________<"






#1 By BLUE ♥ KIBUM on 2008-04-29 21:38

ไม่ฮิตในหมูคนทั่วไป แต่คู่นี้ฮิตในใจเรานะ กิ้ววว~~

ตายแล้ว..หึงเด็ก 5 ขวบ
จะดีหรอเนี้ยทงเฮ !!
แล้วยัยเด็กอ้วน แหม..5ขวบเองนะ
แก่แดดแก่ลมจริงๆนะยะ แถมหึงโหดซะด้วย
มารผจญในรูปแบบใหม่หรอเนี้ย 5555 >__<

เห๊ ?
หรือว่าจริงๆแล้วคยูฮยอนชอบทงเฮตั้งแต่เจอในคอน
เป็นไปได้ๆ ..รอตอนต่อไปค่ะ
ติดตามๆ ^^

ขอบคุณสำหรับฟิกน่ารักๆค่าน้องน้ำ

#2 By Peachu★ on 2008-04-29 22:01

คู่รักโลลิค่อน....กร๊ากกกกกกกกกก ขำได้โล่ห์

อยากบีบคอเจ้าเด็กอ้วนนี่จริงๆ (ไม่ด้ายยย เป็นนางงามต้องรักเด็ก อุอุ)

โจคยูแอบเนียนมากๆๆๆ ไม่อายเด็กมั่งเลยนะ จับหมวยจูบโชว์ซะงั้น หวิวๆที่ปากไปแล้วเห็นไม๊นั่น กิ้วๆๆ

อย่าให้เสียชื่อคาสโนว่านะคยูคราวหน้าเอาเยอะกว่านี้หน่อยเด้ เสียแรงพี่ฮันเป็นเทรนเนอร์ (อิมเมจปู้จายอบอุ่นหายไปหมดแล้วนะเพ่)


เรื่องนี้หมวยแม่ศรีเรือนใช่ย่อย เสน่ห์ปลายจวักขนาดนี้ คยูรักคยูหลงแน่ๆ หุหุหุ

อ่านแล้วพีคคยูเฮขึ้นมาอีกรอบ (ได้ข่าวว่าเพิ่งอัพบล็กซีเฮไปหมาดๆ) เอ้าวุ้ย พรุ่งนี้จะอัพคยูเฮฉลองซะหน่อยแล้วกัน เจอคลิปคยูเฮ้คยูเฮที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน

#3 By ||gold fish|| on 2008-04-29 22:14

////
โอ้วววว ยังไม่ได้ดูคลิปที่ซีวอนตีก้นด๊องเรยอ่ะค่ะ แว้ก ฉ่อยแกจะมือไวไปหน่อยแล้วนาเว้ยเฮ้ย (แต่ชอบบบบ)
อยู่ช่วงไหนของรายการอ่ะคะ

#4 By ||gold fish|| on 2008-04-29 22:49

อยากจะกรี๊ดดังๆ โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

คู้!

ไอ่เจ้าเล่ห์!

ไอ่กะล่อน!

ตูว่าตั้งแต่ไปหอมแก้มเค้าแล้ว เอ็งมันร้ายยยยยยยย!!!!!
ชอบเค้าหล่ะเซ่ ปิ๊งเค้าหล่ะเซ่!
มาใช้มุขอายุกับเด็กอ้วน...อยากจูบเค้าหล่ะเซ่!

ไอ่เด็กอ้วน...ไปต่อมุขให้ไอ่โจรเจ้าเล่ห์คนนั้นทำไมหืมมมม

แต่ไอ่คนนั้นหน่ะ ไอ่คนนั้นหน่ะ+1+1
‘ไอ้ผู้ชายอบอุ่นที่สาวๆใฝ่ฝัน’ น่ะ มันก็แค่หน้ากากหนาๆของผู้ชายที่ชื่อฮันคยองเท่านั้นแหละ

= =* อ่านแล้วเป๊ะมาก! ผู้ชายเรียบร้อย อบอุ่น เฮอะ! *ยักไหล่*

แต่เสี้ยมอะไรโจวคยูค๊ะ ตกลู่ = =

ปล. อยากคลอเคลียคุณนักร้องมั่ง(หัวเราะ)
^
อ่านแล้วพีคมา บทโจคยูกระแทกตับกระแทกม้าม~,,,

#5 By *หมึกคึกคัก* on 2008-04-30 00:32

มาไวได้ใจมากมายยยย ย ย
กะว่าจะไม่เปิดคอมพ์ แต่ยอมเปิดเพราะฟิคนี้เลยทีเดียว ฮาๆ

รูปประกอบฟิคเหมาะมากก ทงเฮหน้าตาหาเรื่องสุดๆ ><

คยูยังใจร้ายไม่เลิกรา แอบโมโหง่าา มาเตะทงเฮได้ไงเนี่ยยยยย
แถมยังไม่เลิกพูดจากโหดร้ายอีกต่างหาก แอบเจ็บปวดในใจปะเนี่ยคยู? (ฮ่าๆๆ)
งืด ด ด ด โจคยูแปลงร่างเป็น โจคยูใจดี แถมยังอ่อนโยน ป้อนข้าวจะกลายเป็นน้ำตาลไม้นั่น ~~~

เอ่อออ...คยูมิน คู่หวานต่างวัย = = ทงเฮแอบหึงนะนั่นน
แล้วเจ้าหนูซองมินนี่ก็ร้ายกาจมากกก ก กก ทั้งแหกหน้าทงเฮ
แถมยังจะขอจูบอีกก (ว๊าก)winkแต่ซองมินก็ต้องเศร้าไป เพราะคยูจูบทงเฮ เอิ๊กก ก >////<"

#6 By ziilch (58.9.110.196) on 2008-04-30 00:39

โอ้ยยย พ่อคาสโนว่า
โจคยูฮยอน ร้ายนัก

แอบปิ๊ง คุณผู้จัดการที่น่ารักอ่ะเด้
โด่แล้วมาทำฟอร์ม

ชริ!!!!
มันไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แอบหอมแก้มเค้าแล้ว
แล้วนั่น ใช้เด็กเป็นเครื่องมือ
เจ้าเล่ห์ที่สุด หนูอ้วนซองมินไม่น่าเปิดช่องให้มันเลย -*-

แล้วคุณฮันคยองคะ เสี้ยมกันมาใช่ม๊ายยยยย
มันต้องมีแผนอะไรสักอย่าง ฮ่วย
มาดผู้ชายอบอุ่นหายเกลี้ยงไม่สงสัยเลยที่มีลูกแก่แดดซะ
เชื้อมันแร๊ง!!!

ว่าแต่ คุณผู้จัดการทงเฮ
ตอนวิ่งวุ่นไปมานี่ นึกภาพตามแล้ว
ป๊าดดด น่าฟัดเป็นบ้า โอ้ยยยย......

ชอบค่ะชอบเรื่องนี้ น่ารัก
ชอบอิมเมจของทั้งคู่และกำลังพีคคู่นี้อยู่ทีเดียว
คยูเฮ้ คยูเฮ

รอนะคะ ^_^

#7 By (58.8.160.238) on 2008-04-30 01:35

อ้าวลืมลงชื่อซะงั้น
เมามันส์ไปหน่อย

#8 By JingJo (58.8.160.238) on 2008-04-30 01:36

อ่า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เราก็ชอบคยูด๊องงงง
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ชื่อจิ๊บนะคะ ^^

อ่า...ฟิคขอแปะไว้ก่อน
เดี่ยวเรากลับไทยแล้วมาตามอ่านน้าค้า^^

#9 By ::.★JiBBY★.:: on 2008-04-30 02:44



พี่ขอเซฟเก็บเลยนะ ถ้าพี่อ่านแล้วจะมาเมนท์ให้จ๊ะ

ตอนนี้ยุ่งๆนิดหน่อย

กรั่กๆ


คิดถึงงงงงงงcry


พี่ขอเซฟเก็บเลยนะ ถ้าพี่อ่านแล้วจะมาเมนท์ให้จ๊ะ

ตอนนี้ยุ่งๆนิดหน่อย

กรั่กๆ


คิดถึงงงงงงงcry
ชอบค่ะชอบ...
มาต่อเร็วๆนะ

#12 By (203.155.40.12) on 2008-04-30 10:47

เป็นประจำเลยอ่ะ

ได้ของที่ไม่อยากได้แล้ว
ทั้งที่เคยอยากได้จะเป็นจะตาย เหอๆ

ซองมินลูกสาวพ่อ นิสัยในเรื่องนี้สุดๆ ไปเลย T_T 55
....นะปกติ (ก๊าก!) แต่ปากจัดชอบด่าหนูด๊อง T_T

แต่ที่ชอบใจคือนิสัยป๋าอ่ะ ทำไมคิดเหมือนกันเด๊ะ
เราว่าป๋ามันแอ๊บอ่อนโยนอบอุ่น ก๊ากกกก (ไปว่าเค้าอีก)
เมื่อก่อนก็คิดแบบนั้นมาตลอด จนไปเห็นภาพถ่ายแบบครั้งหนึ่ง
สายตาและท่าท่างนั่น นะ...นะ.นั่นมัน อ่อย! ชัดๆ 555


ดูยังไงเรื่องนี้ "ด๊อง" ก็เป็นเหยื่อ - -* เหอๆ
ว่าแต่จะสงสารดีมั้ยเนี่ย?

#13 By li FaAS il on 2008-04-30 11:14

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เปนบ้าไปแร้ววววว

คยุกี้ทำอย่างนี้ได้งัย T-T ( อันที่จิงช้านก้อยากให้ทำแบบนี้มานานแร้นนน 555+ )

แต่แบบ ป๋า+คยู นิสัยที่แท้จริงของพวกนายเปนงัยกันแน่เนี่ย -*-

อยากรุ้ๆๆๆๆๆ

แต่งตอไวๆนะค่ะ

หนุกมากมายยยย><

#14 By PloYz (117.47.6.114) on 2008-04-30 12:39

สรุป ฮันกับโจคยู แอบมีลับลมคมนัยอะไรที่ทงเฮชิ ยังไม่รู้

-*-

อ๊ากกกก (ไม่พ้นที่จะมี? - -)

คยูมิน โลลิค่อน หมั่นไส้เด๊ะอ้วนเฟ้ยยย หมั่นไส้อ่ะ

ผิดมั้ย บังอาจมากไอ้หนูน้อย มาว่าทงเฮพี่เตี้ย งืออออ

ทำร้ายจิตใจแม้มันจะจริงก็เหอะ แต่มาทำร้ายร่างกายทงเฮ

อีกนี้รับไม่ได้ ไอ้เด๊ะแก่แดดดดด~~~!!!


(เฮ้ย ฟิคเว้ยๆ ใจเยนนน~- -" --น้าม)




แล้วสรุปว่าทงเฮก็ถูกขโมยจูบจากผู้ชายที่ชื่อ...โจวคยูฮยอน


งืดดดด >/////<

#15 By ❤ DonGKiI ❤ on 2008-04-30 14:53

555+ ติดใจบอร์ดนี้เเล้วอ่า คยูด้องจงเจริญ อ่านแล้วหน้าแดงเลยอ่า เราติดเรื่องนี้มากกว่า แอมฟายอ่า (เพราะเราชอบคยูเฮ)ซะงั้นเลย อยากอ่าน waltz in
ด้วยอ่า ทุกเรื่องที่เป็นคยูเฮ อิอิ ไรเตอร์คนนี้แต่งฟิคได้เจ๋งจิงๆเลย

#16 By natt (58.9.88.116) on 2008-04-30 15:24

โฮกกกกกกกกกก
ซองมิน !
ไอ่เด็กแก่แดดดดดดด
T__________________T


โจโจ้...
ฉลาดร้ายเกินไปแล้ววว
คึคึ

ทงเฮยิ่งฉลาดๆอยู่
มันจะรู้มั้ยนั่น ?

คึคึ


มาต่อเร๊วววว เร็ว !!
เน๊ ค่ะะะะ

ติดโคดด 5555

#17 By กล้วยศรี ♥ on 2008-04-30 15:54

งืดๆ...

พี่น้ามมาต่อเร็วเกินคาด5555+

นิดกำลังจะเผาพริกพี่น้ามอยู่พอดี...อยากอ่านแอมไฟน์เน๊อะ

นู๋ซองมินน่ารักมากๆถึงแม้อาจแก่นๆไปหน่อย

แต่ก็...น่าร๊ากกกกกกกก

ป๋ามีลูกอย่างนี้รักตายเลย...

โจคยูป้อนข้างทงเฮ...ระวังปาปารัสซี่น่ะค่ะ...

ถึงแม้ว่าเป็นผู้จัดการแต่ขอโทษฮ่ะ...

ไอ่แสงสีชมพูวิ้งๆเหมือนคนเอาตะเกียงที่ชื่อซองมินมาเปิดเนี่ย

มันก็น่าให้ถ่ายรูปจริงๆ

ขอบคุณน่ะค่ะพี่น้ามมมม

*กระโดดกอด...แก้มถู๊วววววว*
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!
ร้ายจริง ๆ คยูฮยอน !!!!!!

-/////////////////-

ตอนนี้ทำยิ้มไม่หุบจริง ๆ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก
เอาอีก ๆ 555555555

รอติดตามอ่านตอนต่อไปค๊าบบบ : )))))

#19 By {CODE;4079} on 2008-04-30 19:27

และแล้วคยูก็ถอดหน้ากากออกมา

กรี๊ด คนแต่งขา ชอบคยูที่เป็นแบบนี้จังเลยค่ะ

แอบมีแผน เจ้าเล่ห์ไม่มีที่สิ้นสุด >"<

น้องลีด๊องของเราก็ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

ครั้งนี้เสียจูบไปแล้ว

ครั้งหน้าจะเสียตัวตอนไหนดีคะ อุ๊บส์ เรทไปป่ะเนี่ยคอมเมนท์เรา

ปล.ใครบอกว่าเรื่องนี้ไม่ฮิต ออกจะฮิตและน่าอ่านขนาดนี้

ตอนหน้ามาต่อเร็วๆแบบนี้อีกนะคะ

#20 By ::.Seize the day.:: on 2008-04-30 23:15

ดีใจที่มีคนแต่งฟิคคู่นี้ให้อ่าน

แม้ว่าคู่นี้จะไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่แต่ก็มีคนชอบ

รวมทั้งตัวพี่ด้วยนะ

ซองมินเรื่องนี้ทำเอานึกภาพตามได้ไม่ยากเลยจริงๆ

คยูก็เจ้าเล่ห์ได้อย่างดีเยี่ยม

สรุปคือชอบทั้งหมดที่เป็นฟิคเรื่องนี้

จะรออ่านตอนหน้านะจ๊ะ

#21 By tu (124.121.197.190) on 2008-05-01 20:09

เรื่องนี้มันคู่ไม่ฮิตตรงไหนนนนะเนี่ย
หรือเราจะฮิตอยู่คนเดียว -o-

ซองมินกลายเป็นเด็กแก่แดดไปแล้ว ฮ่าๆๆ
อ่านแล้วขำกร๊ากกเลย
ว่าทงเฮเตี้ย แต่ได้ข่าวว่าเตี้ยกว่า
ยังไงๆก้ถนอมๆ"ไอ่เด็กอ้วน"ไว้หน่อยน่ะ
ซองมินน่ารักน่าชังนะ >///<

อ่านๆแล้วด๊องต้องเสร็จโจคยู แหง๋แซะ หึหึ
อ่าา หรือมันจะกลายเป็นคยูมิน! คู่โลลิ อิอิ

สนุกมากเรื่องนี้^^b

#22 By ::[M]ai:: on 2008-05-01 20:54

กร๊ด....ไมมินนี่แก่แดดเงี้ยอ่า

แกเพิ่งจะ 5 ขวบเองนะยะ

โอ้วป๋าจ๋า หมดเลย ป๋าที่มีนวาดฝัน

ตาคยูก็เหมือนกัน

คิดจะแอ้มหมวยของช้านหรอยะ

อ๊าก

ชอบๆๆๆๆๆ

เขิลได้อีก กรี๊ดได้อีก

#23 By มีนน้อย (118.174.174.4) on 2008-05-01 23:32

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

>____<!!!!!!!!

นับวันยิ่งจิ้นคู่คยูเฮวุ้ย!!!!

น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคอด

มัยต้องมีนู๋เด็ก 5 ขวบมาคอยขัดขว้างด้วยยยยย (คนอ่านเกลียดเด