● |Fic| Can we |Part 4|

posted on 02 May 2008 10:07 by kyuhae  in Fic-Can-we

กด F5 ด้วยค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามา 

Part 4

 

 

 


มีอยู่หลายเรื่องทีเดียวที่ทงเฮไม่มีเวลาเก็บเอามาคิดในช่วง 2 อาทิตย์ของการทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวนักร้องที่ตัวเองเคยชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการโกหกหน้าด้านๆของพี่ฮันซึ่งมันกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา หรือว่าจะเป็นเรื่องที่คยูฮยอนจูบเขาต่อหน้าซองมินเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน เพราะเวลางานของคยูฮยอนที่แน่นเอี๊ยดและผู้จัดการส่วนตัวอย่างเขาก็ไม่ได้มีงานน้อยลงไปกว่ากันเท่าไหร่เลย

เสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังครืนล้อไปกับสายลมอุ่นๆริมทะเล ฟังดูคล้ายบทเพลงช้าๆที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีสองชนิด ทงเฮฝากรอยเท้าเล็กๆไปบนผืนทรายยามเหยียบย่ำมันไปตลอดทาง แต่ไม่นานคลื่นน้ำก็ซัดสาดชำระล้างมันออกจนไม่หลงเหลือร่องรอยใดๆ ริมหาดฝั่งโน้นยังคงวุ่นวายไปด้วยกองถ่ายโฆษณาที่มีพรีเซนเตอร์สุดฮอตถึง 3 คนด้วยกัน แน่นอน หนึ่งในนั้นต้องมีโจคยูฮยอนอยู่แล้ว

เมื่อการคิดหาคำตอบด้วยตัวเองไม่ค่อยจะภิรมณ์ใจเท่าไรนัก ทงเฮจึงกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักที่ขาดการติดต่อไปเกือบสัปดาห์ ..หาเพื่อนคุย ดีกว่าฟุ้งซ่านเป็นไหนๆ

“ว่างัย ไอ้หมวย!”

“หือ เสียงระรื่นเลยแฮะ”

“ก็คิดถึงนี่หว่า คิดว่าหลงโจคยูหัวปักหัวปำจนลืมเพื่อนดีๆอย่างฉันไปซะแล้ว” ไก่ฮยอก..ก็ยังเป็นไก่ฮยอกอยู่วันยังค่ำ ไม่จิกนิดจิกหน่อยจะลงแดงตายเลยว่างั้นเหอะ

“เหอะ น่าหลงตายล่ะ ฉันเบื่อเค้าจะแย่แล้ว เอียนหน้าจนอยากจะขอลาหยุดยาวซักครึ่งปีเลย!”

“อ้าวเฮ้ย! ทำไมวะ? โจคยูของนายแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“แย่กว่านั้นพันเท่า ไม่สิ หมื่นเท่าเลยก็ได้” ทงเฮเขี่ยปลายนิ้วเท้ากับพื้นทรายขณะคุยโทรศัพท์ด้วยเสียงเนือยๆ

“อะไรกัน หมอนั่นมันทำอะไรกับนาย มันใช้งานนายหนักมากเลยเหรอ ไอ้หมวย” สรรพนามที่ใช้เรียก โจคยู เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ทงเฮถอนหายใจเสียงดังแต่ฮยอกแจไม่ได้ยินเพราะมันถูกเสียงคลื่นทะเลกลบจนหมด

...เหนื่อยกายน่ะ ทงเฮทนได้ แต่เหนื่อยใจเนี่ยสิ.......

“ฮัลโหล ได้ยินที่ฉันพูดอยู่รึเปล่า”

“ได้ยิน.....แล้วนายล่ะ สบายดีรึเปล่า”

“เรื่อยๆหว่ะ ทำงาน กิน นอน จะมีอะไรไปมากกว่านี้ได้ล่ะ”

“เหงารึเปล่า?”

“ทนได้ ว่าแต่นายเหอะ ดูเสียงเข้า...เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก”

“เปล่าซะหน่อย เสียงฉันก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร” ทงเฮแก้ตัวไปเนิบๆ

“แล้วนี่อยู่ที่ไหนวะ ได้ยินเสียงคลื่นด้วย อย่าบอกนะว่าไปทะเลน่ะ”

“อื้ม ที่พูซาน”

“บ้านเกิดแกนี่ โอ๊ย!! อิจฉาหว่ะ” ฮยอกแจทำเสียงเล็กเสียงน้อยจนทงเฮจินตนาการว่าป่านนี้เพื่อนคงตัวม้วนเป็นริ้วอยู่บนเตียงไปแล้ว “แล้วนี่จะแวะหาแม่แกรึเปล่าฮะ?”

ทงเฮชะงัก จริงๆเขาคิดถึงแม่ใจจะขาด แต่มันติดอยู่ที่เขาไม่มีเวลาเนี่ยแหละ “ฮื่อ คงไม่ได้ไป...ไม่มีเวลาเลย”

“เป็นเพราะโจคยูนั่นอีกน่ะสิ อะไรกันน่ะ นี่นายต้องเป็นเงาตามตัวหมอนั่นเลยเหรอวะ?”

“ก็มันเป็นงานนี่”

“อ้าว แล้วนี่ไม่ได้ทำงานเหรอ ถึงมาคุยกับฉันได้”

“จริงสิ!! งั้น...แค่นี้ก่อนนะ ฉันคงต้องไปทำงานแล้ว เดี๋ยวโจคยูจะอาละวาดที่ฉันแอบอู้งานมาเดินเล่น”

“โอเคๆ ฉันเข้าใจ” ทงเฮกำลังจะกดวางสาย แต่ฮยอกแจเรียกชื่อเขาขึ้นมาเสียก่อน “เดี๋ยว ทงเฮ”

“หืม?”

“นายชอบบอกว่ารักฉัน ฉันก็อยากจะบอกว่ารักนายเหมือนกัน มีอะไรไม่สบายใจต้องรีบบอกนะเว้ย อย่าเก็บไว้คนเดียวแล้วก็แก้ปัญหาคนเดียว โอเค๊??”

“อือๆๆ รู้แล้วๆ แค่นี้ใช่มั๊ย?”

“ดูแลตัวเองด้วย”

“โอเค บาย....บาย”

เขาวางสาย มองหน้าจอที่แสงไฟเพิ่งดับไปแป๊บหนึ่งก็ละออกมาเปลี่ยนเป็นมองไปสุดขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มจางๆแทน ทงเฮถอนหายใจออกไปอีกเฮือกเมื่อคิดได้ว่าเวลาอยู่คนเดียวกำลังจะหมดลงแล้ว และเมื่อเดินกลับไป ก็ต้องเจอโจคยู คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น –นักร้องของเขา- แต่ทำตัวได้เหมือน –เจ้านายของเขา- ยังกับแกะ


เฮือกกกกกกกกกกกก!!


อากาศที่ทงเฮถอนทิ้งไปสองครั้งคืนกลับสู่ปอดเป็นสองเท่า ใบหน้าหล่อจัดของคยูฮยอนห่างออกไปแค่คืบ และก่อนที่ทงเฮจะรู้ตัวแล้วถอยหลังออกมา แขนของเขาก็ตกอยู่ในกำมือโจคยูฮยอนไปซะแล้ว

“ทำไมไม่อยู่ที่กองถ่าย”

“ฉันก็แค่ออกมาเดินเล่น......”

“......” คยูฮยอนไม่พูดแต่จ้องตาดุๆลงมาที่ร่างเล็กๆในมือแทน

“อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ อันที่จริงฉันต้องถามนายมากกว่า ว่านายออกมาจากกองถ่ายได้ยังงัย ไม่ใช่นายที่ต้องถามฉัน”

“เป็นผู้จัดการส่วนตัวไม่ใช่เหรอ?”

“ล....แล้วยังงัย ฉันเป็นผู้จัดการของนาย แล้วฉันก็จะไม่มีเวลาของตัวเองเลยงั้นเหรอ?”

“อย่า-ไป-ไหน-ห่าง-ฉัน”

“ตัวฉันไม่ได้ติดกับนาย!!” ทงเฮตะโกนแข่งกับเสียงลมเสียงคลื่น แต่เมื่อตั้งสติได้ เขาจ้องกลับไปที่ร่างสูง โจคยูฮยอนตอนนี้มีสีหน้าที่แปลกไป เขาดูซีดๆ และทงเฮก็คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับงาน “เป็นอะไร...ปวดหัว? ไม่สบายเหรอ?”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร!!”

“หงุดหงิดแล้วก็ลงที่ฉันอยู่เรื่อย!!” ทงเฮบ่นอุบ และโดยที่ยังไม่รู้ตัวเลยเขาปล่อยให้คยูฮยอนลากตัวไปแล้ว

ทงเฮเพิ่งรู้ว่าระยะทางที่เขาเดินมาเรื่อยเปื่อยนั้นมันค่อนข้างมากทีเดียว เพราะกว่าจะกลับไปถึงกองถ่ายได้ก็เล่นเอาขาลาก “อย่าเดินเร็วนักสิ ไหนๆก็เสร็จงานแล้วไม่ใช่เหรอ? เสียเวลาเดินดูวิว แล้วก็ดูพระอาทิตย์ตกดินไม่ได้เหรอ?”

“ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้นหรอก คืนนี้มีงานเลี้ยง”

“แต่ว่างานเริ่มตั้งทุ่มกว่า นี่ก็เพิ่งจะ 5 โมงกว่าๆเอง ...น่านะ ดูพระอาทิตย์ตกดินก่อน” ทงเฮรั้งแขนตัวเองจากแรงลากมหาศาลของคยูฮยอนจนผืนทรายแหวกเป็นทางตามรอยเท้าที่ครูดกับมัน

“ไม่เคยเห็นรึงัย ไอ้พระอาทิตย์ตกดินน่ะ”

“ฉันน่ะเห็นบ่อย แต่นายนั่นแหละที่ไม่เคยเห็น”

คยูฮยอนชะงักฝีเท้าและผ่อนแรงที่ข้อมือเล็ก เขาหันกลับมาจ้องทงเฮด้วยดวงตาดุแบบที่ชอบทำใส่ทงเฮเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนทงเฮที่แข็งไปแป๊บนึงก็รีบกลับมาฉีกยิ้มอย่างอ้อนๆ “เชื่อฉันซี่ มันสวยมากๆเลยล่ะ!"

ทงเฮเห็นคยูฮยอนเหลือบตาไปยังภาพท้องฟ้าสีส้มด้านหลัง เขายิ้มกว้างและใช้โอกาสนั้นผลักคยูฮยอนให้นั่งลงและหันไปทางฝั่งที่จะเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างชัดเจน “นี่ๆๆๆ นั่งตรงนี้ แสงสวยมากๆเลยนะเนี่ย”


“นายชอบเหรอ?”

“ห้ะ? อะไร??”

คยูฮยอนพ่นลมออกจมูกรำคาญๆ “ฉันขี้เกียจพูดกับนายละ”

“เรื่องอะไรถึงต้องขี้เกียจพูดกับฉันด้วยล่ะ?? นายนี่มันเอาแต่ใจตัวเองที่สุดเลย ทำไม...ฉันมันไม่คู่ควรจะพูดกับนายขนาดนั้นเลยเหรอ??”

คนตัวสูงหลับตากำหนดลมหายใจเข้าออก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องทงเฮเขม็ง “ฉันถามว่าชอบเหรอ? ไอ้พระอาทิตย์ตกดินเนี่ย!!!” แน่นอนว่าการหลับตาของเขาไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ ทงเฮห่อไหล่แล้วก็หดคอทันทีที่โดนตะคอก

“เพราะฉันถามนาย แล้วนายก็ไม่เคยฟังฉัน ฉันถึงเบื่อที่จะคุยกับนายงัยเล่า!!”

“ทำไมต้องตะคอกกันด้วย......” ทงเฮเถียงอย่างหมดแรง

อารมณ์ร้ายที่กำลังไต่ระดับความสูงขึ้นจนเกือบสุดลดฮวบลงทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นของคนตัวเล็กตรงหน้า คยูฮยอนตะโกนไม่ออก เหมือนตัวใบ้กระโดดเข้าปากตอนที่เขาเผลอ คยูฮยอนมองคนตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าลงต่ำและทำท่าจะยันตัวลุกหนี

“เฮ้! ทำไมถึงได้ใจน้อยแบบนี้นะ”

“ก็จะรีบกลับไปงัย คืนนี้มีงานเลี้ยง ฉันไม่อยากทำให้นายเสียเวลา”

ทงเฮเดินดุ่มๆไม่สนใจฟังเสียงของคยูฮยอนที่ตะโกนฝ่าเสียงคลื่น ตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่หันหลังให้กับโจคยูฮยอน ไม่เข้าใจเลย...ไม่เข้าใจ ทำไมถึงต้องร้องไห้ด้วยล่ะ?

 

“ฉันง้อคนไม่เก่ง”

คนฟังยังคงเงียบและมุ่งมั่นที่จะเอาหน้าทิ่มแฟ้มงานต่อไป

“อีทงเฮ ฉันง้อใครไม่เก่ง ไม่ได้ยินรึงัยห้ะ!!!”

“แล้วมาบอกฉันทำไมเล่า?” ทงเฮตอกกลับทั้งยังไม่เงยหน้า คยูฮยอนเลยต้องกระชากแขนแล้วเหวี่ยงตัวบางๆให้หันมาประจันหน้ากัน ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในห้องพักที่ปราศจากสายตาของคนอื่น

คยูฮยอนจ้องตาอีทงเฮเขม็งแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ส่วนทงเฮแค่มองกลับไป ไม่ได้ใช้สายตาท้าทายหรือทะนงตัวอะไรทั้งนั้น “กำลังจะบอกว่ากำลังง้อฉันอยู่ใช่มั๊ยล่ะ?” เขาถามเสียงนิ่มๆ “ไม่จำเป็นเลยคยูฮยอน เพราะนายไม่เคยผิดอยู่แล้ว”

“ฉันจะพูดอีกที ว่าฉันง้อใครไม่เก่ง อีทงเฮ” คยูฮยอนย้ำ

“ก็บอกว่าไม่ต้องง้อ”

“อย่ากวนประสาทฉันได้มั๊ย?”

“โอเค ขอโทษ ฉันผิด”

“อีทงเฮ!!”

“ครับ เจ้านาย” ทงเฮไม่ได้ตั้งใจยั่วโมโห เขากล้าสาบาน

คยูฮยอนไม่ยอมพูดอะไรออกมา เอาแต่จ้องหน้าและสุดท้ายก็สะบัดหน้าหนีไป “นายต้องอยู่ในงาน ถ้าฉันยังอยู่ในนั้น”

“ขัดไม่ได้อยู่แล้ว” ทงเฮสะบัดมือทิ้งบ้าง ก่อนจะกระทืบเท้าเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปงานเลี้ยงที่กำลังจะมีขึ้นในไม่ช้านี้

 

ทงเฮงงตึ่บทันทีที่เห็นชุดสูทสีขาวกับเชิ้ตสีชมพูอ่อนๆวางพาดอยู่ที่ขอบเตียง หันไปทางคยูฮยอนที่กำลังจัดแจงเนกไทสีดำสนิทแล้วก็ยิ่งสงสัย “ชุดนี้ ของใครน่ะ”

“ฉันคิดว่านายคงไม่ได้เตรียมมา ก็เลยให้คนเตรียมไว้ให้”

“แต่ฉันเป็นแค่ผู้จัดการ ไม่ต้องใส่สูทก็ได้มั้ง แล้วฉันก็มีเชิ้ตสีดำอยู่ 1 ตัวนะ”

“ใส่ชุดนั้น ฉันจะได้จำได้ และจะได้รู้ถ้านายหายออกไปจากงาน”

“เอาแต่ใจตัวเองชะมัด”

“เพิ่งรู้รึงัย?”

“ฉันรู้มาตั้งนานแล้ว!” ทงเฮเถียงเสียงมู่ๆ และเคลื่อนตัวเองที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำไปนั่งแหมะอยู่บนเตียง เขาเอาแต่จับเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมาสำรวจและไม่ยอมหยิบจับขึ้นมาใส่เสียที คยูฮยอนพ่นลมหายใจยาวแล้วหลับตาแน่น

“รีบไปแต่งตัวเข้าสิ!! อย่าทำตัวชักช้าอืดอาดได้ม้ะ?”

“ฉันไม่ได้ชักช้าซะหน่อย ฉันก็แค่........โจคยู ฟังฉันให้จบก่อนเซ่!” แต่คยูฮยอนไม่มีกะจิตกะใจจะฟังแล้ว เขารีบสาวเท้าออกจากห้องด้วยเสียงส้นเท้าที่ดังโครมๆ


ก็ใจของเขามันอยู่ที่คนตัวเล็กๆนั่น...คนตัวเล็กที่ทั้งร่างกายมีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำห่อหุ้มอยู่
หยดน้ำเย็นจัดที่ไหลไปตามโครงหน้าหวานๆนั่น..
มันทำให้ตัวเค้าร้อนรุ่ม หวั่นไหว แข้งขาสั่นคลอนจนยืนแทบไม่ได้

อีทงเฮ!! นายมันยั่ว!!!

 


พนันได้ว่าทงเฮไม่รู้ตัวเลยว่าเขาน่ะไปยั่วคยูฮยอนตอนไหน จนถึงตอนนี้เจ้าคนตัวเล็กก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาได้ปฏิบัติการยั่วนักร้องในปกครองเป็นครั้งที่สองด้วยชุดสูทสีขาวกับเชิ้ตสีชมพูอ่อนที่ทำให้ความน่ารักเปล่งประกายเกินหน้าเกินตาผู้คนในงาน

อีทงเฮยืนตัวโยกเยกอยู่กลางงานตั้งแต่คยูฮยอนโดนคนนู้นคนนี้ลากไป เขามองไปรอบๆและไม่เห็นมีใครที่พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาซักคน หน้าตาของอาหารที่หลากหลายช่วยทำให้ความประหม่าลดลงไปได้บ้าง รสชาติอาหารก็ถูกปากดี...แต่ทงเฮรู้สึกอึดอัดจนเกินกว่าจะรับรสชาติอะไรได้อย่างเต็มที่


อ้ะ!


เขาอุทานเสียงเบาเมื่อชนเข้ากับกำแพงคนตัวสูงตอนที่เจ้าตัวคิดจะหันหลังกลับ โชคร้ายที่ไม่ใช่แค่หัวของเขาจะโขกเข้ากับคางของคนๆนั้นเข้าอย่างจัง แก้วทรงสูงในมือที่บรรจุค็อกเทลสีหวานยังบรรจงหกรดเสื้อของผู้ชายคนนั้นเข้าอีก

“ขอโทษนะฮะ อ๋า~ เสื้อคุณ....ทำยังงัยดี?” ด้วยความที่ตกใจจนคิดอะไรไม่ออกก็เลยได้แต่ป้ายมือสะเปะสะปะไปบนหน้าอกของผู้โชคร้ายตัวโต ทงเฮยิ่งตาลีตาเหลือกเข้าไปใหญ่เมื่อสีส้มแปร๊ดของเครื่องดื่มยิ่งฝังตัวลึกจนเกิดคราบเปื้อนเด่นชัด

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“แต่ว่า...มัน.......มันเละไปหมดเลย......” ทงเฮแทบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่อเงยหน้าแล้วเจอเข้ากับ ‘เชวซีวอน แห่งซุปเปอร์จูเนียร์’ “แย่แล้ว คุณ....คุณเป็นพรีเซนต์เตอร์โฆษณานี้ด้วยนี่ แล้ว...มันเลอะแบบนี้....อั่ย...แย่แล้ว ทำงัยดีๆ??”

“ไม่เป็นไร นิดหน่อยเอง ไม่มีคนสังเกตเห็นหรอก” อีกฝ่ายที่ไม่ซีเรียสกับอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆอันนี้เท่าไหร่ได้แต่ปฏิเสธ แต่ทงเฮก็ยังรั้นที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายให้ได้

“ล้าง...ใช่ ต้องล้าง มานี่ฮะ!” ว่าแล้วก็ลากแขนคนตัวโตให้ตามติด และนำไปยังห้องน้ำใกล้ๆ

 

อีกครั้ง..ที่ทงเฮยั่วไม่รู้ตัว เพราะความนุ่มนิ่มจากมือเล็กๆที่เชวซีวอนได้สัมผัส มันทำเอาหัวใจของเขาเต้นแรงจนเหมือนว่าไอ้เจ้าก้อนเท่ากำปั้นนั่นจะทะลุออกนอกอกเสียให้ได้ ทงเฮลากเขาจนมาถึงห้องน้ำของโรงแรมได้สำเร็จ จัดแจงเปิดก๊อกน้ำและวักน้ำขึ้นมาก่อนจะละเลงๆถูๆมันลงบนคราบเปื้อนนั้น

“เหมือนมันจะไม่ออกเลย.....”

ทงเฮพึมพำกับตัวเองและออกแรงขยี้เสื้อเชิ้ตของซีวอนให้มากกว่าเดิม ซีวอนมองดูการกระทำของคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วทงเฮน่ะ..เวลาตั้งใจทำอะไรก็มักจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างเสมอ มันเลยทำให้ซีวอนสามารถมองเขาทำนู่นทำนี่ได้อย่างเต็มสายตา


เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนั่น...เวลาลูบแล้วจะนุ่มมือดีมั๊ยนะ?
มือเล็กๆนั่นอีก....ถ้าลองเอามาจุ๊บซักทีคงจะหอมไม่หยอก
แล้ว...ตัวเล็กๆอย่างนี้ กอดที ก็คงจะจมหายเข้าไปในอก

ทำไมถึงได้ น่ารัก อย่างนี้นะ??


“ทำไมคุณไม่ใส่สูทนะ” อยู่ๆคนตัวเล็กของเขาก็เงยหน้าขึ้นทำเอาซีวอนชะงักงันไปดื้อๆ

“อะ....ครับ ไม่ได้ใส่”

ทงเฮมู่หน้า ก่อนจะทำในสิ่งที่ซีวอนไม่คาดคิด เขาถอดสูทสีขาวของตัวเองออกจากตัว “จะทำอะไร.....”

“ใส่สูทฉัน อย่างน้อยๆมันก็น่าจะพอพรางตาไปได้บ้างล่ะนะ!” ทงเฮยื่นสูทสีขาวสะอาดให้กับซีวอน ที่ยังคงไม่รับเอาไปในทันที “เอาไปเถอะน่า ไหนๆฉันก็ผิดเต็มประตูอยู่แล้ว”

“แล้วคุณล่ะ?”

“ฉันไม่ได้เป็นดาราดังแบบคุณซะหน่อย แต่งตัวยังงัยก็ไม่มีคนมาสนใจอยู่แล้ว” ทงเฮว่าพลางกระทุ้งสูทในมือไปที่อกของซีวอนแรงๆ จนกระทั่งอีกคนยอมรับมันไว้นั่นแหละเขาถึงถอยหลังออกมา แล้วกระโดดไปนั่งแกว่งเท้าเล่นบนขอบอ่างล้างมือ

“คุณ...เชวซีวอนใช่มั๊ยฮะ?”

“ใช่” ซีวอนตอบขณะพยายามยัดสูทตัวเล็กๆนั่นใส่แขน “ผมว่า มันเล็กไปสำหรับผมนะ?”

“แล้วกัน แล้วจะทำ....”

“ไม่ต้องทำอะไรหรอก” ซีวอนชิงตัดหน้า ตัดสินใจถอดสูทเจ้าปัญหาออกจากตัวแล้วเป็นฝ่ายจ้องทงเฮบ้าง “ผมยังไม่รู้จักคุณเลย”

“อ้อ...อีทงเฮฮะ แต่ว่า..เรียกทงเฮเฉยๆมันจะน่าฟังกว่า เวลามีคนเรียกชื่อเต็มๆแล้วมันอึดอัดพิกล” ทงเฮยังมีบุคลิกภาพที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ เพราะตอนนี้เจ้าตัวกำลังคุยอยู่กับซีวอนแต่กลับก้มหน้าจ้องแต่เท้าของตัวเองที่แกว่งไปแกว่งมาอยู่ด้านล่าง

“ทงเฮ ชื่อเพราะดี”

ทงเฮเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มหวาน แต่เจ้าตัวคิดว่าเขาก็แค่ยิ้มธรรมดาๆเท่านั้น

“อ้อ!! แล้วจะเอายังงัยล่ะ เรื่องเสื้อของคุณ คุณจะกลับเข้าไปในงานได้ยังงัย?”

“จิ๊บจ๊อย~” ซีวอนทำท่ายักไหล่ไม่ยี่หระ แต่ทงเฮขมวดคิ้วติดกันอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ “จริงๆนะ อย่าคิดมากเลยครับ”

“ฉันก็แค่...รู้สึกว่าตัวเองนี่ซุ่มซ่ามที่สุดเลย”

…แต่มันก็น่ารักดีออก... ซีวอนลอบคิดในใจแต่เผลอส่งมันออกไปทางสายตาจนทงเฮทำหน้าไม่ถูก คนตัวเล็กรีบกระโดดลงจากขอบอ่างแล้วหาเรื่องคุยไปทางอื่น

“เข้าใจแล้ว คุณจะบอกว่า หล่อๆอย่างคุณใส่เสื้อเปื้อนยังงัยก็หล่ออยู่แล้วใช่ม้า? งั้นก็...กลับเข้างานกันเถอะ”

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นซะหน่อย แต่ถ้าทงเฮจะคิดอย่างนั้นก็ไม่ว่าหรอก”

“ก็ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆนี่ คุณน่ะหล่อจนผู้ชายอีกครึ่งเกาหลีอิจฉาเลยรู้รึเปล่า?”

“คุณก็ด้วยเหรอ?”

“ยกเว้นฉันคนนึงได้ม้ะ?”

“อ้าว งั้นผมก็ดูไม่ดีในสายตาคุณสิ”

“เปล่านะ ฉันก็แค่..รู้ตัวน่ะว่ายังงัยก็หล่อไม่เท่าคุณอยู่แล้ว”

“ผมก็..ไม่มีวันน่ารักเท่าคุณเหมือนกัน”

“เห? อะไรนะ??” ทงเฮกำลังแปะเครื่องหมายคำถามลงบนหน้า แต่ซีวอนลอบยิ้มแล้วเดินนำเข้างานไปก่อนแล้ว “คุณ....หมายความว่างัยน่ะ!”

 


เกือบ 4 ทุ่มแล้ว แต่งานเลี้ยงยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกเลย ไม่รู้ว่าพวกนักข่าวกินแบตเตอรี่ยี่ห้ออะไรถึงได้อึดกันนัก ทงเฮเห็นพวกเค้าลั่นชัตเตอร์กันไม่ได้หยุดได้หย่อน โจคยูของเขาหายไปจากกรอบสายตาของทงเฮตั้งแต่ตอนที่เขาดันซุ่มซ่ามทำน้ำหกใส่ซีวอนแล้ว ส่วนเชวซีวอนที่อยู่เป็นเพื่อนคุยได้ไม่ได้นานนักก็ถูกนักข่าวตามล่าไปอีกคน ตอนนี้ทงเฮเลยต้องกลับสู่โหมดเก่า...โหมดเดียวดาย

ค็อกเทลผลไม้หมดเกลี้ยงแล้ว มีแต่ไวน์แดงเท่านั้นที่ยังถูกนำมาเสิร์ฟอยู่เรื่อยๆ

“กินอะไรน่ะ ไวน์??” คยูฮยอนโผล่มาจากไหนไม่รู้ คว้าเอาแก้วทรงสูงไปจากมือทงเฮเอาดื้อๆ

“กินไวน์แล้วมันผิดตรงไหน...หา?”


ผิดตรงไหน..?
มันก็ผิดตรงที่ ทำให้นายเมา แล้วก็ยืนโงนเงน ส่งสายตาหวานฉ่ำ ยั่วฉันยังงัยล่ะ!!!


“กลับห้องได้รึยัง?” คยูฮยอนพยายามเบนสายตาไปทางอื่นที่ไม่ใช่ อีทงเฮ แก้มสีชมพูใสตรงหน้าคนนี้

“กลับเร็วจาง งานยังไม่เลิกเล้ย”

“ฉันบอกให้กลับก็กลับ!” ตัวที่เบาเป็นทุนเดิม พอทบฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดเข้าไปมันเลยทำให้น้ำหนักตัวของทงเฮเหลือเท่านุ่น คยูฮยอนยกแขนทงเฮพาดคอแล้วลากออกจากงานทันที ไม่สนใจพวกนักข่าวที่มองตามกันเป็นแถบ

“นึกจะกลับก้อกลับ นายนี่มาน....เอาแต่จายตัวเองที่สุด” ทงเฮบ่นงึมงำฟังไม่ชัดเพราะริมฝีปากที่มันแนบอยู่กับไหล่ของคยูฮยอน คนตัวสูงกระชับร่างเล็กให้แน่นเพราะเจ้าตัวกะเปี๊ยกนี่ทำท่าจะไหลไปกองกับพื้นอยู่เรื่อย

“หยุดพล่ามซักที ฉันรำคาญ”

“พวกนักข่าวยางอยากด้ายข่าวนาย...” แต่อีทงเฮไม่มีสติพอจะประมวลอารมณ์หนุ่มเลือดร้อนได้แล้ว เขายังพูดต่อไปเรื่อยๆ “นี่! นายด้ายกินไวน์รึปล่าว....ฉันว่ามาน อร่อยดี อึก!” ทงเฮเริ่มสะอึก คยูฮยอนได้แต่เบ้หน้าแล้วก็ออกแรงลากต่อไป

สามัญสำนึกกับความใคร่ของโจคยูฮยอน ทำสงครามกันรุนแรงมากที่สุดยามเมื่อทั้งคู่อยู่ในลิฟต์สองต่อสอง ทงเฮเหมือนมังกรพ่นไฟได้ เพราะเขาหายใจแรงแถมลมหายใจที่ปะทะข้างคอของคยูฮยอนก็ร้อนระอุ ชายหนุ่มพยายามหลับตาแล้วนับ 1 ถึง 10 แต่มันก็ยากเกินจะทนเพราะมือเล็กๆของทงเฮเริ่มไต่ดะไปทั่ว เริ่มจากไต่ขึ้นมาเกาะไหล่ขวาเลื่อนไปกุมฐานลำคอแล้วก็คล้องไว้อย่างนั้นเหมือนเขาเป็นเสาหลักให้ยึดเหนี่ยว อีทงเฮหยุดอยู่แค่นั้นแล้วก็นิ่งไป

เฮ้อออ!!

โจคยูฮยอนถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะถ้าเกิดว่าคนที่เกาะเขาอยู่ทั้งตัวคนนี้ทำมากกว่านั้น

เขาก็ไม่อาจมั่นใจ
ว่าจะไม่จับปล้ำทำเมียมันกลางลิฟต์!!


ตุ่บ!

คยูฮยอนเลือกโซฟากลางห้องนั่งเล่นให้กับร่างเล็ก เขาไม่เถียงหรอกว่าจริงๆแล้วไม่อยากเลือกเตียงในห้องนอนเพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้

“ร้อนอ่ะ ร้อน ร้อน” ทงเฮดิ้นขลุกขลักพยายามถอดสูทตัวหนาออกจากตัว คยูฮยอนหลับตานิ่งสบถเบาๆกับตัวเองก่อนจะตั้งสติเลื่อนมือไปถอดสูทสีขาวให้อย่างทุลักทุเล

และเมื่ออาภรณ์เทอะทะหลุดออกไปได้แล้ว คนตัวบางถึงได้เลิกบ่นอะไรๆที่มันล่อแหลมและยอมนอนนิ่งๆเงียบๆ คยูฮยอนนั่งมองอีทงเฮอยู่แบบนั้นไม่ยอมขยับตัวให้ไปไหน

เขาไม่ได้เปิดไฟ แต่แสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ตกกระทบสามารถทำให้มองเห็นใบหน้าเรียวสวยของทงเฮได้อย่างชัดเจน คราวก่อนคยูฮยอนขโมยหอมแก้มไปแล้ว และครั้งนี้...หัวใจมันกำลังตะโกนก้อง

จูบ..จูบสิ

“หมอนข้าง อยากได้หมอนข้าง” อีทงเฮกำลังทำให้ความอดทนของคยูฮยอนหมด ด้วยมือเล็กที่กระตุกปลายเสื้อเชิ้ตของเขา


อีทงเฮ....นายยั่วฉันเองนะ!!

ระยะห่างถูกลิดรอนภายในช่วงเวลาไม่ถึงวินาที เขาช้อนนิ้วมือเข้าที่หลังกกหูและรั้งหน้าหวานๆอมชมพูระเรื่อเข้ามาจนใกล้ อีกเพียงไม่ถึงเซนต์ก็จะได้สัมผัส คยูฮยอนหยุดมองแพขนตาในระยะกระชั้นชิด ปลายจมูกแตะกันเบาๆและจากนั้น กลีบปากแดงก็ตกอยู่ใต้อาณัติของเขา

ลมหายใจของทงเฮกระตุก มือเล็กยกขึ้นดันหน้าอกผู้บุกรุกตามสัญชาตญาณ แต่มันแทบไม่รู้สึกเมื่อความนิ่มและรสชาติไวน์แดงที่ปลายลิ้นมันดึงให้เขาตกสู่ห้วงจุมพิตจนไม่รับรู้สิ่งอื่นใด คยูฮยอนขบเม้มกลีบปากอุ่นพร้อมกับกดจูบให้นุ่มลึกจนความหวานซาบซ่านไปทั้งตัว


ไม่ขัดขืน หมายความว่าอนุญาติ...ใช่มั๊ย?


คยูฮยอนแทบคลั่งกับความหอมตรงซอกคอขาวนวลเนียน ริมฝีปากหยักสวยไล่ประทับตรา –ของของโจคยูฮยอน- ไว้บนผิวเนื้อนุ่มเหมือนคนบ้า ทุกอย่างที่เขาสัมผัสคือทุกอย่างบนตัวของอีทงเฮ ทุกอย่าง..ที่เขาต้องการ

อืมมมม.......

เสียงครางเบาๆของอีทงเฮที่ดังอยู่ข้างหูเป็นเหมือนยาปลุกเซ็กส์ขนานดี

ไม่หยุดแล้ว...
อีทงเฮ นายกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า

แสงวิบวับจากดวงตาคู่กลมสบเข้ากับดวงตารีเรียวของเขา หน้าอกบางสะท้อนขึ้นลงเพราะอาการหายใจหอบ ทงเฮขยับปากคล้ายพูด “โจคยู............อืมมมมม”

อย่านะ..อย่าห้ามฉัน

คยูฮยอนไม่ยอมให้ถ้อยคำใดๆหลุดออกมาได้เด็ดขาด เขาปิดกั้นวลีคำจากริมฝีปากแดงด้วยปากของเขา มอบจุมพิตดูดดื่มจนอีทงเฮอ่อนระทวย มือเล็กป่ายปัดไปทั่วแผ่นหลังกว้าง เหมือนกับที่แผ่นหลังเนียนก็กำลังถูกลูบไล้ รุกรานอย่างจาบจ้วง คยูฮยอนจูบปากทงเฮซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลำคอระหงคือจุดพักเหนื่อยยามเมื่อร่างเล็กต้องการอากาศหายใจ ก่อนที่เขาจะมอบจุมพิตอีกเป็นพันครั้งให้กับกลีบปากอุ่นที่ไม่รังเกียจเขาเลยซักนิด

คยูฮยอนโอบกอดทงเฮเอาไว้ทั้งตัว ทั้งแขนทั้งขากอดก่ายกันจนไร้ช่องว่างให้เพียงอากาศเล็ดลอด


ตุ่บ!!


กระดูกซี่โครงของเขาชาร้าวไปหมด คยูฮยอนกลับมามีสติอีกครั้งและนอนหายใจหอบหน่วงอยู่กับพื้น มีทงเฮนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวทับร่างของเขาอยู่

“ไอ้คยูฮยอน นายเป็นบ้าอะไรของนายวะ!!?”

 


คยูฮยอนหายตัวไปแต่เช้า เดือดร้อนทงเฮต้องโทรหาให้วุ่น พอๆกับต้องตะลอนหาทั่วโรงแรมจนหัวหมุน กระทั่งถึงเวลาที่ต้องถ่ายเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของโฆษณาโดยการแก้บางฉากที่ยังไม่ตรงสเป็กผู้กำกับตอนประมาณ 4 โมงเช้านั่นแหละ เขาถึงได้เห็นเงาของโจคยู

“โจคยู!! นายไปไหนมา เฮ้!! โจคยู!!”

“คยูฮยอนต้องเข้าฉากนะฮะ มีอะไรไว้คุยกันตอนพักนะ” ผู้ช่วยผู้กำกับกระซิบบอกกับทงเฮ จริงๆทงเฮรับรู้แล้วเพียงแต่ละสายตาออกจากร่างสูงนั่นไม่ได้

..นายเป็นอะไร ทำไมต้องทำเหมือนจะหลบหน้ากันด้วย...

ตลอดวันนั้นทงเฮไม่ได้คุยกับคยูฮยอนเลย หมอนั่นเอาแต่กุ๊กกิ๊กอยู่กับ ยูริ ดาราสาวที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกัน ทงเฮที่เมื่อกี๊อุตส่าห์หวังดีซื้อน้ำไปให้ยังต้องกินแห้วเพราะคยูฮยอนเลือกที่จะไปกับเธอคนนั้น ตอนนี้ก็เลยต้องมาดูดน้ำจากขวดน้ำสองขวดจนสำลักเข้าให้

แค่กๆๆ!!

“คุณ...เป็นอะไรไป?” ทงเฮจำเสียงนี้ได้ แต่เขากำลังสำลักน้ำจนหน้าดำหน้าแดง จึงไม่สามารถตอบคำถามกลับไปได้ในทันที

“ไม่...ได้เป็นอะไร” ทงเฮเลือกที่จะโกหกซึ่งๆหน้า ซีวอนมองด้วยสายตาจับผิดอยู่นิดๆและเขาก็เลือกที่จะแสดงละครกันซึ่งๆหน้าเหมือนกัน

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ทงเฮ....”

“ห...หืม?? อะไร?”

ซีวอนถูมือไปมาก่อนจะยืดอกแล้วพูดแบบแมนๆ “ไปกินข้าวกัน”

“หา?? อะไรนะ”

“ผม..ชวนทงเฮไปกินข้าว” ซีวอนตอบให้ ตากลมโตของเขาจับจ้องมาที่ทงเฮไม่วางตา แต่มันไม่ได้ทำให้ทงเฮอึดอัดเลยซักนิด

“คุณพูดเหมือนรู้เลยว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดของฉันน่ะ”

“เอ๋??” ซีวอนเอียงหัว และเหล่ตามองคนตัวเล็กของเขา “ผม..ไม่รู้เลย”

“เอางี้ ฉันจะพาคุณไปตลาดปลา ไปหาซื้อของสดมาย่างกินกันริมทะเล สนใจมั๊ย?”

“ริมทะเล อ่าฮะ....น่าสนใจมากๆเลยล่ะ แล้ว....จะไปยังงัย?”

“ตามมา!” ทงเฮวิ่งนำไปก่อนด้วยสีหน้าแจ่มใส มือเล็กๆกวักเรียกเขาให้วิ่งตามไป..จริงๆไม่ต้องกวักหรอก ไปอยู่แล้ว!

 

ทงเฮยื่นแก้มใสๆให้ลมทะเลปะทะเต็มที่ ไม่ได้กลับมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้นานแล้ว ขอทำอะไรเต็มที่ๆให้มันสมกับความคิดถึงบ้านเกิดหน่อยเถอะนะ!

วู้ววววววววววววววว!!

ขาทั้งสองข้างออกแรงปั่นจักรยานให้เร็วขึ้น ซีวอนยิ้มขำกับท่าทางของคนตัวเล็กแล้วก็ออกแรงปั่นตามไปจนเคียงคู่กัน

ตลาดปลายังคึกคักไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาแม้เวลามันจะล่วงเข้าไปเกือบ 2 ทุ่มแล้ว ซีวอนสมกับเป็นเชวซีวอนแห่งซุเปอร์จูเนียร์จริงๆ เขาดูจะไม่ค่อยคุ้นชินกับสัตว์ทะเลมีชีวิตเสียเท่าไหร่

“ปู!!!” ทงเฮจับก้ามปูตัวใหญ่ขึ้นโชว์ซีวอนด้วยท่าทางทะมัดทะแมงไม่กลัวว่าจะโดนมันหนีบนิ้วเลยซักนิด แต่ซีวอนหน่ะ ผงะไปแล้ว

“อันนี้ก็ ปลากระเบน.....นี่ๆ คุณรู้มั๊ยว่าหน้าตาของกระเบนที่จริงน่ะเป็นยังงัย?” ทงเฮถามเสียงใส ซีวอนส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้ซี~ ทงเฮหัวเราะคิกไป 1 ทีก่อนจะเอาฟันล่างกัดกับริมฝีปากบนแล้วเอานิ้วจิ้มตรงใต้จมูก ทำเอานักร้องมาดคุณชายฮาแตกไปเลยทีเดียว “เหมือนป่ะ เหมือนป่ะ?”

“อื้ม....เหมือน..มากๆ”

“ฮ่าๆ!!”


“โว้วๆ ร้อน” ซีวอนที่คงจะไม่ค่อยถนัดเรื่องทำครัวเท่าไรร้องจ๊ากเอานิ้วจับติ่งหูแทบไม่ทัน ทงเฮแอบยิ้มขำแล้วอาสาเป็นแม่ครัวภาคสนามเอง นั่งฟังเสียงคลื่นไปเพลินๆ ไม่นานกลิ่นหอมน่ากินของหมึกย่าง กุ้งย่าง ปูย่าง สารพัดจะย่างก็ลอยเตะจมูก

“ทงเฮเกิดที่นี่เลยเหรอ?”

“อื้ม ใช่ๆ เกิดที่นี่ แล้วก็เรียนที่นี่จนถึงประถมปีสุดท้าย” ทงเฮเว้นช่วงเพื่อจับหมึกย่างชิ้นโตเข้าปากเคี้ยวหยับๆ

“แล้วทำไมถึงได้ไปเรียนที่โซลล่ะ ที่นี่ก็ไม่ได้แย่ไปซะเท่าไหร่นี่ อากาศก็ดีกว่าเยอะเลย”

“พอๆกันนะฉันว่า เดี๋ยวนี้ที่นี่เจริญมากๆ”

“ก็จริง แต่ก็นั่นแหละ...”

“ฉันรู้ว่าคุณจะถามอะไร?”

“เรียกฉันว่า ซีวอน หรือว่า นาย เฉยๆไม่ได้เหรอ?”

ทงเฮเอาตะเกียบทิ่มปากพลางกลอกตา “ซีวอน ฮ่าๆ...ซีวอน โอเคๆ เรียกอย่างนี้นะ” ซีวอนยิ้มรับแล้วทงเฮก็พูดต่อ “ตามประสาวัยรุ่น อยากเข้ากรุงน่ะ......จริงๆนะ ไม่เชื่อเหรอ?”

“เชื่อๆ”

“ล้อเล่น!” นั่นทำเอาซีวอนยิ้มหุบ “จริงๆแล้ว พ่อฉันเสียชีวิตตั้งแต่ฉันยังเด็กน่ะ” ทงเฮเงียบไป

“เสียใจด้วยนะ”

“อ้อ! ไม่เป็นไรๆ...” ทงเฮยังพยายามยิ้มร่า ทั้งที่ทุกครั้ง..เวลาเขาพูดเรื่องพ่อขึ้นมาทีไร น้ำตาก็พาลจะไหลอยู่เรื่อย “อื้ม...เสาหลักของบ้านไม่อยู่ แม่ก็ป่วยออดๆแอดๆ เงินที่พ่อเก็บไว้ก็พอเลี้ยงพี่ทงฮวาคนเดียว อื้อ...พอดีว่ามีญาติที่โซลยินดีจะช่วยเรื่องค่าเล่าเรียนของฉันน่ะ เลยต้องย้ายมาที่นี่...แต่ตอนนี้หาเงินเรียนเองแล้ว”

“เอ่อ.....ผม...ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวทงเฮมาไปรึเปล่า?” ซีวอนถามเสียงแผ่ว

“ไม่หรอก ไม่ได้ละลาบละล้วงอะไรเลย ถ้านายถามอะไรที่ฉันไม่พอใจนะ รับรองว่าไม่ได้มานั่งทำหน้าหล่ออยู่ตรงนี้แน่ ฮ่าๆ” ทงเฮก็ยังร่าเริงได้อย่างคงเส้นคงวา

“รู้มั๊ย ยิ้มของทงเฮ..ทำให้โลกสีหม่นสดใสขึ้นมาได้”

“จริงเหรอ?” ทงเฮเขี่ยเศษหัวกุ้งในจานเล่น “เออนี่!! ซีวอน!!” เจ้าของชื่อเหวอไปเพราะการเรียกชื่อขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ฉัน.....มีอะไรจะให้นายฟังล่ะ”

“อะไรเหรอ?” ซีวอนทำตาถลน นึกสงสัยว่าคนตัวเล็กจะเล่นอะไรอีก? อีทงเฮยิ้มแก่นกะโหลกใส่ก่อนจะคลานกุลุกกุลุกไปข้างหลังคนตัวโตที่นั่งอยู่ แล้วเอื้อมมือไปปิดตา

“เงียบๆนะ”

คนรับคำสั่งนั่งเงียบตามที่คนตัวเล็กสั่ง เขาไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย ตอนนี้ประสาทสัมผัสของเขามันลำเอียงมาอยู่ที่ตัวรับกลิ่น เพราะซีวอนรับรู้ได้เพียงกลิ่นหอมละมุนจากเรือนร่างบอบบางเท่านั้น

“ได้ยินอะไรมั๊ย?”
“เสียงลมงัย”
“ได้ยินรึเปล่า?”

ซีวอนโป้ปดไปว่าได้ยิน ทงเฮเลยยิ้มกว้างจนแก้มตุ่ยแล้วสาธยายว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่คุณปู่ของเขาสอนให้ทำตอนเด็กๆ แล้วทงเฮยังบอกอีกว่า เขาชอบหลับตาฟังเสียงลมเสียงคลื่น เพราะมันจะไพเราะมากเป็นพิเศษ


ซีวอนกับทงเฮกลับมาถึงโรงแรมตอนนาฬิกาบอกเวลาว่าอีก 15 นาทีก็จะถึงวันใหม่ ทงเฮโบกมือเร็วๆพร้อมรอยยิ้มหวานๆเป็นคำลา แล้วก็รีบตรงดิ่งไปที่ห้องพัก พอดีว่าทงเฮมีคีย์การ์ดอยู่กับตัวเองจึงไม่ต้องโทรปลุกให้คยูฮยอนลุกมาเปิดให้กลางดึก แต่เมื่อร่างเล็กของเขาผ่านพ้นบานประตูไม้เข้าไปถึงได้รู้ว่า คยูฮยอนยังไม่นอน

ทงเฮมองเห็นเงาร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียง

“ยังไม่นอนอีกเหรอ?”

“ทำไมกลับเอาป่านนี้”

“ไปกินข้าว...กับเพื่อน”

“มีเพื่อนด้วยเหรอ?”

“มีสิ ที่นี่เป็นบ้านเกิดฉัน” ทงเฮไหลลื่น และเมื่อคยูฮยอนไม่ได้ยิงคำถามอะไรแล้ว จึงตัดสินใจยิงคำถามของเขากลับไปบ้าง “แล้วนายล่ะ ทำไมยังไม่นอน”

“นอนไม่หลับ” คยูฮยอนจดบุหรี่ลงบนริมฝีปากแต่คราวนี้ทงเฮกระชากมันออกมาแล้วขยี้ปลายมวนที่ลุกเป็นสีส้มเข้ากับขอบระเบียงจนดับเหลือเพียงกลุ่มควันสีเทาที่วาดเป็นลายเส้นกลางมวลอากาศ คนตัวสูงเพียงมองตามแต่ไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงอย่างที่ทงเฮนึกกลัว

“ทำไมถึงไม่ดูแลตัวเองอย่างนี้นะ?”

“เป็นห่วงฉันเหรอ?”

ทงเฮชะงัก และไม่ยอมหันไปสบตากับเจ้าของคำถาม “นายเป็นนักร้องนะ เสียงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ทำแบบนี้มันเป็นอันตรายกับกล่องเสียงไม่รู้รึงัย?”

“รู้” คยูฮยอนตอบเบาๆ ทงเฮยอมหันไปมองคนข้างๆแล้ว เพราะน้ำเสียงของนักร้องตัวร้ายของเขาเปลี่ยนไป

“ถามอะไรหน่อยได้มั๊ย?” ทงเฮหยั่งเชิง คยูฮยอนไม่ว่าอะไรจึงกล้าถามเต็มเสียง “ทำไมวันนี้ต้องหลบหน้าฉันด้วยล่ะ?”


ทงเฮไม่ได้รับคำตอบใดๆนอกจากเสียงคลื่นม้วนตัวกระทบฝั่งซึ่งดังอยู่ไกลๆ ทงเฮมองหน้าคยูฮยอนอีกครั้งให้แน่ใจว่าเขาจะไม่มีคำตอบให้จริงๆแล้วจึงหันหลังกลับ ทงเฮกำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าสู่ห้องนั่งเล่นอยู่แล้ว แต่ท่อนแขนที่คว้าเอวของเขาเอาไว้นั้นออกแรงดึงทั้งตัวให้ถอยหลังกลับไป

คยูฮยอนจดปลายคางไว้ที่ไหล่บาง ท่อนแขนทั้งสองสอดรัดแน่นอยู่ที่เอว ทงเฮมั่นใจว่าลมที่กระทบปลายติ่งหูไม่ใช่ลมทะเลแน่ๆ แต่มันคือลมหายใจอุ่นๆของโจคยูฮยอน

ทงเฮไม่กล้าตั้งคำถาม ได้แต่ยืนนิ่งๆให้คยูฮยอนกอดอยู่แบบนั้น

จนกระทั่งท่อนแขนแข็งแรงรั้งหัวไหล่ทั้งสองให้หันไปเผชิญหน้ากัน คยูฮยอนให้เวลาสบตากันน้อยเหลือเกิน เขาทาบทับริมฝีปากลงมาจนปิดสนิท เอียงหน้าหาองศาที่จะทำให้รสจูบของค่ำคืนนี้หวานที่สุดแล้วจึงแทรกเรียวลิ้นคลุ้งกลิ่นบุหรี่เข้ากักเก็บน้ำหวานจากโพรงปากเล็ก

คืนนี้ทงเฮไม่ขัดขืน มือเล็กคล้องแน่นอยู่ที่ลำคอของเขา ช่วงเอวแนบสนิทอยู่กับขอบระเบียง แผ่นหลังถูกประคองไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ลูบไล้ขึ้นลงราวจะกล่อมให้หลับฝันดี

ทงเฮไม่อาจรู้ได้เลยว่าหัวใจของคยูฮยอนเต้นแรงแค่ไหน เขาได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามเสียดังลั่นจนกลบทุกสิ่งอย่าง กลัว..ว่ามันจะดังกว่าหัวใจของเจ้าของอ้อมกอดอบอุ่นนี้ กลัว...แต่ไม่อยากผละออกมา

ทงเฮได้รับอากาศหายใจคืน แต่คยูฮยอนยังอ้อยอิ่งอยู่ที่กลีบปากสีแดงที่วาววับเพราะการจูบเนิ่นนานเมื่อครู่ ทงเฮรู้แค่ว่าเขาไม่กล้าสบตากับคยูฮยอนเลย แต่ก็ไม่กล้าขยับไปไหนเหมือนกัน นิ้วมือของคยูฮยอนยังลูบไล้อยู่ที่เส้นผมและจับมันทัดใบหู กระทั่งตั้งสติได้แล้ว ทงเฮก็เป็นฝ่ายวิ่งออกมา


เมื่อกี๊ เราจูบกันใช่มั๊ยคยูฮยอน??
จูบ...ที่นายเคยบอกว่า คนรักกันเค้าจะจูบกัน

 


ทงเฮนอนไม่กลับทั้งคืนจนต้องเอารายงานขึ้นมานั่งเขียนตั้งแต่ตี 4 จนตอนนี้นาฬิกาตีบอกเวลา 6 โมงเช้าแล้ว เสียงเปิดประตูดังเบาๆในความเงียบ แต่มันทำให้ทงเฮรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตก้าวเท้าเข้ามาในห้องเดียวกันแล้ว หัวใจของทงเฮกระโดดโลดเต้น แต่มือของเขากลับกลายเป็นอัมพาตไปเรียบร้อยแล้ว

คยูฮยอนก็ไม่ได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างใจอยาก กลิ่นหอมรัญจวน กับความนุ่มนิ่มที่ติดตรึงอยู่ในใจตามหลอกหลอนตลอดค่ำคืนที่ยาวนาน เขาเองก็ชะงักไปเหมือนกันที่เห็นว่ามีอีกคนจับจองพื้นที่ห้องนั่งเล่นอยู่ก่อนแล้ว

“อรุณสวัสดิ์”

ทงเฮตกใจจนปากสั่น “อ..อรุณ...หวัดดีตอนเช้า” แค่ทักทายภาษาเกาหลี ทงเฮยังทำให้มันมั่วไปหมด คยูฮยอนลอบยิ้มระหว่างที่ตรงไปยังห้องครัวเพื่อชงกาแฟดื่ม ทงเฮถอนหายใจออกมายาวเหยียดตอนที่ร่างสูงลับขอบประตูไปแล้ว เอามือทุบหน้าอกซ้ายหนักๆคล้ายจะย้ำเตือนอะไรบางอย่างกับตัวเอง

ราวกับจะกลั่นแกล้ง คยูฮยอนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าฝั่งตรงข้ามและชะโงกหน้าเข้ามาดูรายงานที่ทงเฮเขียนด้วยทีท่าสนอกสนใจจนโอเว่อร์ “ทำอะไรแต่เช้า ฮะ?”

พระเจ้า!!
เย็นชาแบบเดิมเถอะ ถือว่าอีทงเฮขอร้องละกันนะ
อ่อนโยนแบบนี้ หัวใจจะวายตาย!!

“ก..ก็เห็นอยู่นี่...ร..รายงานที่ต้องส่งคุณลีซูมาน”

“ให้ช่วยมั๊ย?”

“ม..ไม่ต้องหรอก” ทงเฮก้มหน้าจนจะเอาจมูกมุดโต๊ะได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นคยูฮยอนก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ ทงเฮเขียนรายงานไม่รู้เรื่องเลย มือแข็งเกร็ง หายใจก็ไม่ทั่วท้อง

“มานี่...ไปหาอะไรหนุกๆทำดีกว่า ป่ะ!!”

ทงเฮลอยหวือข้ามห้องนั่งเล่นไป ปากกาสีเงินวับร่วงหล่นลงบนพื้นพรม คยูฮยอนพาทงเฮลงลิฟท์แล้วลากไปยังหาดทรายละเอียด

เสียงคลื่นทะเลในยามเช้าน่าฟังกว่าตอนไหนๆ แม่ทงเฮชอบบอกแบบนั้น แล้วเขาก็คิดว่ามันจริงด้วย...คยูฮยอนหยุดยืนทอดสายตาไปที่ขอบฟ้าไกล ทั้งที่มือยังกุมมือของทงเฮเอาไว้ไม่ปล่อย

“ว้า ไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นแฮะ” เขายกฝ่ามือข้างที่ว่างขึ้นป้องคิ้วคล้ายๆท่าของพวกกะลาสีเรือ

ทงเฮกลั้นยิ้มจนปวดแก้มสุดท้ายก็ต้องเผยมันออกมา “ไม่เคยเห็นเหรอ? ไอ้พระอาทิตย์ขึ้นน่ะ” ทงเฮใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ถามพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ

คยูฮยอนหันมาแล้วหรี่ตาลงหนึ่งข้าง จากนั้น...ทงเฮก็ลอยได้

โจคยูฮยอนอุ้มตัวเขาทั้งตัว และส่งเสียงคาดโทษที่ทงเฮฟังไม่ถนัดว่าเขาพูดว่าอะไร รู้ตัวอีกที เกือบทั้งตัวก็เปียกโชกไปด้วยน้ำทะเลเย็นๆแล้ว “โจคยู ไม่เอา...ฮ่าๆ นี่แน่ะๆ มาแกล้งฉันฝ่ายเดียวได้ยังงัย?”

“ใครใช้ให้ประชดล่ะ หา? ประชดฉันใช่มั๊ย หา?”

“ก็นายเคยว่าฉันแบบนั้น อ้า...ปล่อยนะ” ทงเฮที่กำลังจะวิ่งหนีขึ้นฝั่งโดนรวบตัวจนหงายหลังจมอ้อมกอดของคยูฮยอน พอจะตะเกียกตะกายให้หลุดออกจากวงแขนแน่นๆนั่น ก็โดนขโมยหอมไปฟอดใหญ่

“ทำอะไรน่ะ” พอดิ้นจนหลุดก็รีบหันมาหาเรื่องทันที คยูฮยอนมองแก้มใสที่ต้องแสงแดดอ่อนๆยามเช้าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงไปอีกครั้ง “ไม่เอา!”

คราวนี้คยูฮยอนรวบเรียวหน้าใสไว้ทั้งสองมือแล้วจุ๊บเบาๆบนริมฝีปากสีแดง พอทงเฮอึ้งไป เขาก็จุ๊บอีกครั้ง..อีกครั้ง...และอีกครั้ง จนกระทั่งคนตัวเล็กกระดิกไม่ได้แล้วเอาแต่มองเขาตาแป๋ว คนขี้ขโมยก็เลยบอกไปว่า

“หมันเขี้ยว”

เหตุผลสุดแสนจะเอาเปรียบ ที่โยนมาให้แพะที่ชื่ออีทงเฮอย่างจัง


แบบว่า....
อีทงเฮน่าจุ๊บ ก็เลยต้องจุ๊บ!

ฉะนั้น...อีทงเฮนั่นแหละผิดเต็มประตู!!!

 


..รู้สึกว่าไอ้เสื้อตัวนี้จะพับไปสามรอบแล้วนะ..

สปริงเตียงนอนยุบยวบเมื่อทงเฮตัดสินใจเขวี้ยงเสื้อตัวสุดท้ายลงกระเป๋าส่งๆแล้วเกลือกกลิ้งตัวเองลงบนเตียงแทน จูบของโจคยูอร่อย...อร่อยจนอยากกินอีก...กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ กอดของโจคยูก็อบอุ่น ถ้ามีเชือกวิเศษมัดตัวเขาเอาไว้กับอกกว้างๆนั้น เขาก็จะยอมแต่โดยดี...

อีทงเฮ กำลังเป็นบ้า
บ้าเพราะ...โจคยู


ก่อกๆ!!

ทงเฮกระเด้งตัวเองจนแผ่นหลังตั้งฉากกับเตียงนอน คยูฮยอนเรียกเขาจากข้างนอกเลยรีบขานกลับไป งานถ่ายโฆษณาที่พูซานสิ้นสุดลงแล้ว

 

“โจคยู...” ทงเฮลองเรียกชื่อคยูฮยอนเบาๆ ตอนที่รถตู้แล่นออกจากโรงแรมมาได้ไม่ถึง 5 นาที

“หืม?”

“เออ....คือว่า....”

“มีอะไรก็รีบพูดสิ”

“พูซานเป็นบ้านเกิดของฉัน แล้ว..ฉันก็คิดถึงแม่” คราวนี้ทงเฮไม่เฉไฉอีกแล้ว อยู่ๆก็คิดถึงแม่...แค่รู้ว่าจะต้องกลับโซล ก็คิดถึงแม่มาดื้อๆ

“ไม่ได้หรอก...เรามีงานที่โซลรออยู่เยอะแยะ”

“อืม....ไม่เป็นไร ฉ..ฉันเข้าใจ” ทงเฮพูดว่าไม่เป็นไร แต่เขากลับซึมลงอย่างเห็นได้ชัด คยูฮยอนมองตามแต่ไม่กล้าพูดอะไรอีก

ทงเฮเอนหัวพิงกับกระจกบานหนา บางครั้งเขาก็ปล่อยให้มันโขกไปตามแรงเหวี่ยงของรถจนเกิดเสียงดังป่อกๆอย่างไม่กลัวเจ็บ ทงเฮหลับตาแน่นแต่คยูฮยอนรู้ว่าเจ้าตัวกำลังแอบร้องไห้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร...เขาเอื้อมมือไปประคองหัวทุยๆนั้นแล้วดึงเข้าหาตัวเอง คยูฮยอนซุกจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่ม กกกอดอีทงเฮไว้ให้จมอ้อมกอด ทงเฮไม่ได้ปล่อยโฮแต่กลับถูหน้าใสๆไปมาบนเนื้อผ้ายืดสีน้ำเงินเข้มของเขาและพูดซ้ำไป-ซ้ำมา

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ!”

 


ทั้งคยูฮยอนและทงเฮกลับถึงโซลในช่วงหัวค่ำของวัน พวกเขาขนสัมภาระลงจากรถโดยที่คยูฮยอนมีคนช่วยถือเนื่องจากกระเป๋าของเขามีมากกว่าของทงเฮตั้ง 2 ใบ

ทงเฮก็เพิ่งรู้ว่าเขาคิดถึงคอนโดฯห้องนี้เหมือน เขาร้อง-ฮ๊า...คิดถึงจังเลย-แล้วก็โถมตัวใส่โซฟาตัวยาวหน้าทีวี คยูฮยอนหัวเราะกับท่าทางแบบนั้น แต่แล้วช่วงเวลาสบายๆก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงริงโทนจากโทรศัพท์มือถือของคยูฮยอน

“อะไรนะครับ?!!”
“เป็นไปไม่ได้หรอก”
“โอเคๆ แล้วผมจะไป...ครับ ครับ”

“มีอะไรเหรอ??” ทงเฮถามอย่างตื่นตระหนก เพราะดูจากหน้าตาของคยูฮยอนแล้ว คงจะไม่ใช่เรื่องดีนัก

“ไปกับฉัน!”

 

ไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งเขาและคยูฮยอนก็มาปรากฏตัวอยู่กลางห้องทำงานของคุณลีซูมานแล้ว ทงเฮแปลกใจที่พี่ฮันก็อยู่ที่นั่นด้วย แต่ดูเหมือนคยูฮยอนจะรู้อะไรมาบ้างแล้ว เขาถามทุกคนในห้องอย่างหัวเสีย

“มันเกิดอะไรขึ้น!!”

ผู้อาวุโสที่สุดพ่นลมออกจากจมูกก่อนจะเขวี้ยงกองหนังสือพิมพ์เปรี้ยงไว้ตรงหน้าคยูฮยอน เขาหันหน้ามาทางฮันคยองที่นั่งทำหน้าไม่สบายใจ และเมื่อไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา จึงคว้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมา 1 ฉบับ ภาพของคนสองคนที่กำลังจูบปากกลางทะเลสีครามปรากฏอยู่บนนั้น พร้อมกับพาดหัวข่าวขนาดใหญ่


ทะเลหวานฉ่ำ
นักร้องดัง-ผจก.หน้าสวยสวีทกันหวานชื่น
ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ไร้พรมแดน


“อะไรเหรอ? โจคยู?? เกิดอะไรขึ้น!!” คยูฮยอนไม่รับรู้แรงกระชากที่ท่อนแขน ไม่ได้ยินที่ทงเฮเรียก ความชาร้าวที่แสนหนาวเหน็บราวถูกน้ำแข็งสาดใส่คืบคลานเข้าแทนที่ทุกต่อมความรู้สึก

ทงเฮหันซ้ายหันขวาหาคำตอบ ก่อนจะกระชากเอาหนังสือพิมพ์ที่คาอยู่ในมือของโจคยูฮยอนมากวาดสายตา แล้วความรู้สึกแบบเดียวกันก็เข้าโถมใส่จนชาไปทั้งร่าง

 

 

 

 

 


End of part 4

กาเท่เร่ :: ยังคงความสม่ำเสมอด้วยคอนเซป 2 วันครั้ง ฮ่าๆ ช่วงนี้โคตรชอบปลาการ์ตูนกะหมาจิ้งจอกเลยอ่ะ ไม่ไหวๆ

นั่งอ่าน tran วันละ 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น แล้วมันก็คึกปั่นๆๆ ,ไอ้ I'm fine ก็เลยคาไหปลาร้าไปก่อน อ๊ากกกกกกก อีกแค่ 2 ฉาก แต่ทำไมมันเขียนไม่ได้!!! *โมโห*

พาร์ทนี้อิหมวยเปลืองตัวชะมัด สาเหตุมาจากอิไรท์เตอร์เอง เหอ เหอ เหอ

เอาล่ะค่ะ สนุกกับการอ่านนะ ขอบคุณคอมเม้น แล้วก็ขออภัยสำหรับบอร์ด KyuDong ด้วย น้ามลงหลายที่แล้วมันเหนื่อยอ่ะ เลยขอลงที่นี่กับบอร์ดมืด 2 ที่ละกัน ^^

ตอน 5 ไม่ช้าไม่นานค่ะ ปั่นตอน 6 เสร็จเมื่อไหร่รับรองได้ยลโฉม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หวานน่ารักอิ๊อ๊างมากเลยพาร์ทเน้ >______< กี๊ซซซ
ลุ้นให้โจคยูได้ด๊องเป็นเมียในลิฟท์ ก๊ากกก
แต่ดูโจคยูจะมีสามัญสำนึกดีกว่าคนอ่านคนนี้เยอะเลย 555


จากนั้นมาก็ยังหวานและกุ๊กกิ๊กกันได้เรื่อยๆ
ด๊องมันผิดตลอด เอะอะก็ด๊องผิด ด๊องมันยั่ว ฮ่าๆๆๆๆๆ
คนอ่านเห็นด้วยยยยยยย ~*

ตอนท้ายของพาร์ท .. ท่าทางพายุใหญ่จะมาเยือน TT

#1 By li FaAS il on 2008-05-02 11:11

พาร์ทนี้อ่านไปเขินไป
อะไรจะหวานได้ขนาดนี้เนี่ย อ๊ากก

ตอนต่อไปน่าสนใจ จะเกิดอะไรขึ้นกับด๊องบ้างเนี่ย

#2 By cherie (118.174.91.189) on 2008-05-02 12:23

อยากหอมมั่ง !
T^T



โฮกกกกกกกก
พาร์ทนี้ ลีดงเฮ น่ารักได้อีก > <

อ๊า ยย ย ย ย ย
กุ๊กกิ๊กๆ


โจ ! ประกาศไปเลย
นี่แฟนผม !!!
55555555555555

#3 By กล้วยศรี ♥ on 2008-05-02 13:12

ดิฉันแสกนด้วยสายตาความรวดเร็ว
เพราะจะไปนอนบ้านแฝด
โจคยู.....ร้ายนักเชียวววววว

เว้!!!!!!!!!!!!!!

จะเอาผู้ชายคนเน้ -///////-
ตอนง้อนั่น ชอบเหอะ รู้สึกว่า มันมีพยายามดีมาก = =

โจคยู โจคยู

เว้!!!!!!!!!!!!!!!

เลื่อนโจวคยูมาลู่ 1 เพราะฟิกน้าม =3=!
เรื่องอื่นไม่ต้องไปต่อและ *จริงจัง*

เดี๊ยวจะกลับมาอ่านอีกรอบ
แต่เห็นอะไร ชเวๆ = = .. วอนยอกซักทีซิ(แอบล่อลวง)

เน้ๆๆ...แล้วจะมาเม้นท์อีกรอบเมื่ออ่านอย่างระเอียดนะ
(ฮ่าๆๆๆ)

#4 By *หมึกคึกคัก* on 2008-05-02 14:08

รอคอยย ในที่สุดก็มาลง เย่ๆๆ ~~~ ~ ~

คยูฮยอนยังคงความโฉดไว้เช่น เกลือรักษาความเค็ม : (
โดนทงเฮงอนเข้าให้เลยนั่นไง ไม่ยอมให้ง้อซะด้วย หิหิหิ สมๆๆๆ

โอ้วว ว วซีวอนแห่งซูเปอร์จูเนียร์ O[ ]O"""
[แอบสงสัย แล้วอย่างงี้ในเรื่องเอสเจจะมีกี่คน เพราะสอง
คนหายมาเป็นพระ-นางซะแล้ว (ฮ่าๆๆ)]
แม้แต่ซีวอนยังหลงรัก ผจก.หน้าหวานคนนี้เลย แต่ถ้าไม่หลงก็คงแปลก
เพราะขนาดนักร้องในปกครอง ยังหลงจนห้ามใจไม่ได้
คืนก่อนไม่พอ มาต่อคืนถัดมา แหม่ ! ชักจะแสดงออกมากขึ้นนะเนี่ย คยู ~~~

งืด ด ดดนี่เป็นผู้จัดการกับนักร้องในปกครองไม่ใช่เร๊ออ?? แต่สวีทซะ~~ ><
คนอ่านยังเขินม้วนนนน น นน แทนทงเฮ โดนไรท์เตอร์ฆ่าทางอ้อมซะแล้ว : P
มายืนสวีท จูบหวานกันกลาง ทะเลยามเช้า จนขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์กันขนาดนี้
หวังว่าคยูฮยอนใจร้ายคงจะไม่กลับมาอีกนะะ TTTT_______TTTT/////

ปล.โจคยูเวลาอ่อนโยน น่ารักกจริงๆ XD

#5 By ziilch (58.9.108.178) on 2008-05-02 14:38


กรี๊ดๆๆๆๆ อะไรเนี่ย สี่ตอนแล้วเรอะ ใจจะวาย

ทวงแอมไฟ ทวงวอนฮยอก ทวงๆๆๆ


ไปปั่นฟิคตัวเองแป๊บ เดี๋ยวมาเมนท์ให้จริงๆ
โอ้วววววว อยากกระโดดกอดคนแต่งที่ซู้ดดดดดดด

หมวยน่ารัก หมวยยั่วค่ะพี่น้อง

ชุดออกงานของด๊อง อ่านแล้วนึกถึงMV KISSING YOU ของSNSDพิบผ่าเด่ะ โอ๊ยยย น่าฮักอย่างแรง

ขอกรี๊ดอีกร้อยที คะ คุณชาย‘เชวซีวอน แห่งซุปเปอร์จูเนียร์’ ได้อีกได้อีก อ่านไปจิกโต๊ะกันสุดริด

แต่แอบสงสัยว่าจะเป็นเชวตัวปลอม เพราะ-ฉ่อยมือไว-คนนั้นหายไปหนาย เหลือแต่สุภาพบุรุษที่หลงความน่ารักของปลาการ์ตูนเหมือนคนอ่านเด้ะเลย

แอบกลัวว่าจะมีศึกชิงนางกันกลางงานซะแร้ว
.
.
คยูกี้ น้องหมวยมันน่ารักน่าจับกดชิมิคะ เขาขอหมอนข้างนะ แกรก็แจกจูบแถมซอกคอให้เค้าซะงั้น ใครเมาไวน์กันแน่หว่า

แอบลุ้นให้ปล้ำอีทงเฮทำเมียกลางลิฟต์จะแย่ (อ้าว)

รักกันๆแล้วสินะ โฮะๆๆๆ ไปเล่นน้ำกันอย่างหวานชื่นแบบนั้น เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวแทบจะหันไปฟัดรูปด๊องในวอลเปเปอร์ ดีใจค่ะ ลูกสาวจะมีสามีแล้ว กร๊ากกกก

แต่ตกเป็นข่าวซะได้ ความสัมพันธ์นี้พี่ไม่ห้ามค่ะ มีแต่สนับสนุน

จะรออ่านสามเวลาหลังอาหารเลยค่ะ
ขอบคุณที่เขียนให้หมวยน่ารักได้ขนาดเน้ (เค้าน่ารักอยู่แล้วละเนอะ)

#7 By ||gold fish|| on 2008-05-02 17:08

แบบว่า

หวานกว่านี้มีอีกมั๊ยๆๆๆ

ด๊องเปลืองตัวมากๆๆๆๆๆ><

ชอบ น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

แร้วตอนสุดท้าย จะทำยังไงหล่ะเนี่ย รูปขึ้นหนังสือพิมพ์ซะขนาดน้านนนนน

#8 By (222.123.234.152) on 2008-05-02 17:19

อ๊าๆๆ น้ามมม เด่วแน๊ทมาอ่านต่อ งือออ ยังไม่ถึงไหนเลย

ป๊ากะหม๊าเรียกไปข้างนอกแล้ว T^T



ทงเฮทงไห่ เด๊ะน้อย รอแน๊ทก่อนนะ โจคยูด้วยเว้ยเฮ้ย~!!


พูซาน...เอ้า งี้สำเนียงก็เหน่ออ่ะดิ ทงเฮ ฮ่าๆ แค่มกโพมันคงไม่พอ

#9 By ❤ DonGKiI ❤ on 2008-05-02 19:16

เค้าอยากเป็นด๊อง 5555555555555555 (เพ้อ 5 วิ)
น่ารักมาก ๆ ๆๆ ๆๆ !!!!
คยูฮยอนหมั่นเขี้ยวบ่อย ๆ นะ ชอบบบ 5 55555
ซีวอนก็น่ารักอ้ะะ ... เลือกไม่ถูก (ใครให้แกเลือก -_-)

เกลียดอิพวกปาปารัซซี่จัง -0-+
นำพาความเดือดร้อนได้ดีจริง ๆ ... จะแก้ข่าวยังไงล่ะเนี่ย T T

* รอพาร์ทต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

#10 By