● |Fic| Can we |Part 6|

posted on 10 May 2008 14:53 by kyuhae  in Fic-Can-we

+คนที่เพิ่งเข้ามา กด F5 กันด้วยนะ!! 

Part 6

 

 

 


สรุปแล้วคนที่ทำให้เรื่องมันบานปลายไปกว่าเก่าก็คือโจวคยูฮยอนเพียงคนเดียว

มื้อเย็นวันนั้นผ่านพ้นไปท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ที่พัดผ่านจนฮันคยองและซองมินยังรู้สึก พี่ฮันไม่ได้ชวนคยูฮยอนดื่มและซองมินเองก็ไม่ดื้อรั้นที่จะเล่นกับพี่คยูและรีบกลับบ้านนอนตามคำสั่งของพ่อบังเกิดเกล้า อีทงเฮกินข้าวน้อยจนนับจำนวนคำได้ ส่วนโจวคยูฮยอนเอง...เขากินอะไรไม่ลงเลย


เข้าสู่เดือนใหม่ กระแสข่าวและการตอบรับเรื่องความสัมพันธ์ชื่นมื่นระหว่างนักร้องดัง,โจวคยูฮยอน และนักแสดงสาว,ยูริ เป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาแม่ยกอันเนื่องมาจากผลงานเพลงคุณภาพของเขาและผลงานอันน่าประทับใจในการแสดงของเธอ ดังนั้น เรื่องที่คยูฮยอนและทงเฮจะนำมาพูดคุยกันจึงเหลือเพียงเรื่องงานเท่านั้น

และนั่นก็นับว่าเป็นโชคดีของอีทงเฮอยู่อย่าง อย่างน้อยๆช่วงนี้เขาก็หัวหมุนกับตารางงานแน่นเอียดของคยูฮยอนจนไม่รู้จะเอาเวลาส่วนไหนไปแบ่งให้กับเรื่องส่วนตัว และทงเฮก็มีความสุขที่ได้เครียดเรื่องงาน มากกว่าที่จะต้องทนเครียดเรื่องของโจวคยูฮยอนเป็นไหนๆ

ทงเฮปิดประตูห้องทำงานของท่านประธานลีซูมานอย่างเงียบกริบ แผนงานที่จัดวางเพื่อโปรโมทผลงานชิ้นใหม่ของโจวคยูฮยอนยังอยู่เต็มอ้อมแขน คนตัวเล็กแหงนเงยมองหานาฬิกาติดข้างฝา เพราะไม่มีความสามารถที่จะจับหัวตัวเองให้ก้มลงไปดูนาฬิกาข้อมือที่ถูกบรรดาแฟ้มงานบดบังไว้ได้

เหลืออีกประมาณชั่วโมงกว่า ก็จะเริ่มงานแรกของวัน อีทงเฮจึงเลือกที่จะฆ่าเวลาพวกนี้ด้วยการศึกษาแผนงานให้ละเอียด แต่แล้วท่อนขาที่มันขยันขันแข็งมาตลอดช่วงเช้ากลับหมดเรี่ยวแรงลง เพียงแค่เห็นร่างสองร่างเดินเคียงคู่กันมาด้วยท่าทางที่ใครๆก็มองออกว่าเป็น -คู่รัก-

“อ้าว? คุณผู้จัดการ สวัสดีตอนเช้าค่ะ” แน่นอนว่าคนที่ทักเขาไม่ใช่พ่อนักร้องนั่นแน่ๆ ยูริยิ้มกว้างแต่ทงเฮไม่ได้ยิ้มตอบเพราะมัวแต่จับสายตาไปยังท่อนแขนที่เกี่ยวคล้องกันของคนทั้งสอง ดวงตากลมกะพริบปริบไล่น้ำตาที่ปริ่มๆก่อนจะฝืนยิ้มกลับไปให้ดูธรรมชาติมากที่สุด

“แล้ว...พวกคุณจะไปไหนกันเหรอฮะ?”

“เราสองคนจะออกไปข้างนอก”

ทงเฮเผลอใจกระตุกไปกับคำพูดนั้นของโจวคยูฮยอน ...เรา....อย่างนี้ อีทงเฮก็คงเป็นคนนอกสินะ น่าสมเพชสิ้นดี

“แต่ว่าตอน 10 โมงนายมีฟิตติ้งละครนะ อย่าลืมสิ”

“เอ่อ....คุณอีทงเฮคะ ไม่ต้องห่วงนะ เพราะว่าฟิตติ้งละครเนี่ย ฉันก็ต้องไปด้วยเหมือนกัน ก็ถ้านางเอกไม่ไปแล้วโดนปลดกลางอากาศมันไม่คุ้มกันหรอก จริงมั๊ย? อ่า.....ยังงัย..ฉันจะรับผิดชอบนะ รับรองว่าไม่เลทแน่ๆค่ะ” ยูริกล่าวเสียงหวานและใบหน้าที่ยิ้มแย้มโดยไม่มีการเสแสร้ง และมันก็เป็นอีกครั้งที่ทงเฮเผลอกระตุกหัวใจของตัวเองอย่างแรง

“งั้น เราไปกันเลยดีมั๊ยคยูฮยอน”

“เอาสิ”

“ไปแล้วนะคะ แล้วเจอกันนะคุณทงเฮ”

ทงเฮฝืนยิ้มออกไป จวบจนร่างของทั้งคู่ลับหายไปพร้อมๆกับดวงตารีเรียวคู่นั้น ความรวดร้าวที่ไม่ได้พบปะกันเสียนานก็เข้าจู่โจมจนตั้งตัวรับไม่ทัน

“ทงเฮ มายืนทำอะไรตรงนี้ หืม?”

 


เวลาอีกเกือบๆชั่วโมงนั้นเลยตกเป็นของเชวซีวอนไป ทงเฮไม่สามารถโกหกตัวเองได้เลยว่าหลังจากวันนั้นแล้ว ทุกครั้งที่เขาต้องเข้าใกล้ซีวอนหรือเพียงแค่เห็นหน้ากันนั้นจะไม่มีความรู้สึกอึดอัดเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์และซีวอนเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องวันนั้นอีกเลยก็ตาม

ซีวอนอาสาลุกไปซื้อกาแฟมาให้เหมือนเคย และทงเฮก็รับมันมา ไม่ลืมที่จะตั้งสติยามเมื่อต้องเติมน้ำตาล

“งานเยอะเหรอ?”

ทงเฮพยักหน้าเป็นคำตอบ

“ต้องเยอะกว่าทุกครั้งแน่ๆ เพราะปกติไม่ว่างานจะกองใหญ่ซักแค่ไหน ทงเฮก็ยังคงยิ้มได้...ไม่เหมือนตอนนี้” ซีวอนขยับใบหน้าของเขาให้เข้ามาอยู่ในกรอบทัศนะของทงเฮ เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะยิ้มแก้มบุ๋มให้ “ยิ้มหน่อยสิครับ”

ทงเฮพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มที่เขาสร้างขึ้นมาได้กลับเป็น ‘รอยยิ้มที่อ่อนแอ’ จนหัวใจของซีวอนปวดปลาบตามไปด้วย ...ไม่มีใครอยากเห็นคนที่ตัวเองรักไม่มีความสุขหรอก จริงมั๊ย?...

“ให้ผมพาไปขับรถเล่นอีกมั๊ย? หืม??”

“ม..ไม่เป็นไร” เพราะตอนนี้ทงเฮเหนื่อย และอยากอยู่กับตัวเองมากกว่า ทว่าเป็นครั้งแรกที่ซีวอนรั้นที่จะทำตามใจตัวเอง

“แต่ผมอยากพาคุณไปเที่ยว ที่ไหนก็ได้...คุณจะได้สบายใจ ผมไม่ชอบเลยที่เห็นคุณเป็นแบบนี้”

“แต่ว่า...”

“ลีทงเฮ คนที่ยิ้มเก่ง คุยเก่งคนนั้นหายไปไหนซะแล้ว”

ทงเฮเงียบ ก้มหน้าลงซักพัก ก่อนจะยอมเงยขึ้นมาประสานตากันอีกครั้ง “งั้น...ฉันขอแค่มื้อค่ำก็พอ......ได้มั๊ย?”

“ได้สิ” ซีวอนยิ้มกว้าง ไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว อย่างน้อย..ทงเฮก็ไม่ได้คิดหลบหน้าเขา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่เคยต้องการอะไรมากกว่านี้เลย

“แล้ววันนี้จะไปกินที่ไหนดีล่ะ? เนื้อย่างคุณก็คงเบื่อแล้ว ราเมนยิ่งแล้วใหญ่ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนดีล่ะ ว้า! แต่ทงเฮก็คงไม่ชอบ หรือว่า...จะไปซื้อของสดทำกินกันเองที่บ้านผม ว่างัยครับ อีทงเฮ???”

แต่ทงเฮไม่รับรู้สรรพเสียงใดๆแล้ว สายตาของเขาเหม่อลอยออกไปไกลแสนไกล กลิ่นเมล็ดกาแฟหอมกรุ่นคือฉากบางๆที่กั้นกางทุกอย่างเอาไว้ ให้อีทงเฮอยู่ตามลำพังท่ามกลางการเคลื่อนไหวของโลกใบนี้

 


เพราะกาแฟร้อนที่ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นชืดไม่ล่อตาล่อใจแก่การลิ้มรสเสียเท่าไหร่ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มงาน  ทงเฮจึงใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเดินออกมากดกาแฟเย็นกระป๋องจากเครื่องบริการเครื่องดื่มตรงทางเดิน


“คยูฮยอนกับพี่ยูริเหมาะสมกันมากๆเลยเนอะ ว่าป่ะ?”

“ทั้งหล่อทั้งสวยกันทั้งคู่ เห็นแล้วอิจฉาหว่ะ ทำไมฉันไม่สวยแล้วแฟนไม่หล่อแบบนั้นบ้างนะ?”

“หืออออ.....คงจะเป็นได้ง่ายๆหรอกนะ”

“เออนี่ แล้วไอ้เรื่องข่าวกับผู้จัดการหน้าสวยนั่นล่ะ หายไปเลย?”

“นั่นน่ะสิ ภาพข่าวที่เห็นก็จูบปากกันขนาดนั้นเนอะ?”

“บางที คยูฮยอนอาจจะควบสองก็ได้นะ”

“ไม่จริงอ่ะ คยูของฉันก็ต้องรักผู้หญิงสิ”

“ต๊าย คยูของฉัน เดี๋ยวฉันจะไปฟ้องพี่ยูริคอยดู”

 

แกร๊ง!!

คนที่ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไร้ทิศทางสะดุ้งเฮือกเมื่อกระป๋องอลูมิเนียมในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ทงเฮลนลานก้มเก็บกาแฟกระป๋อง หญิงสาวที่เพิ่งจะเม้าท์ข่าวกอสซิบดาราถึงกับตาถลนอารามตกใจที่เจอจุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง

ทงเฮพยายามไม่สบตาเข้ากับพวกหล่อน เพราะไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าสายตาของเขาจะไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรออกไป ทงเฮไม่อยากให้ใครเห็นความเจ็บปวดที่มันแฝงอยู่ในนั้น

แค่คำตอกย้ำของคยูฮยอนก็เกินพอแล้ว
ทำไมจะต้องมาซ้ำเติมกันแบบนี้??

“นั่น.....ผู้จัดการของคยูฮยอนใช่มั๊ย?”

“ก็ใช่น่ะสิ เธอนั่นแหละ พูดไม่ดูตาม้าตาเรือ ดูซิ......”

ทงเฮไม่ได้ยินที่เธอทั้งสองพูดต่อจากนั้น ฝ่ามือกอบกุมกระป๋องอลูมิเนียมเย็นเฉียบและเขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเหมือนถูกแช่แข็ง

 

“ทำไมถึงเพิ่งมาล่ะคะ คุณทงเฮ” ดาราสาวหน้าตาสะสวยคือคนแรกที่ทักเขา ทงเฮชะงักเพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากันเร็วขนาดนี้ แต่เพราะบรรยากาศการทำงานที่รุมล้อมทำให้อีทงเฮเลือกที่จะสลัดทิฐิในใจออกไป

“พอดีผม....ออกไปหากาแฟดื่มน่ะครับ”

“ช่วงนี้คุณคงปวดหัวน่าดูเลยใช่มั๊ยคะ? คยูฮยอนงานเต็มมือเสียขนาดนั้น แต่ก็ต้องทนกันนิดนึงล่ะคะ....แหม โอกาสทองแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆเลยนะ”

ยูริเป็นผู้หญิงที่คุยเก่งแล้วก็น่ารักร่าเริงตลอดเวลา เธอมีความสามารถทำให้บทสนทนาสั้นๆกลายเป็นเรื่องคุยยาวๆสนุกปากไปได้ ทงเฮจึงไม่แปลกใจเลยซักนิดที่ว่าทำไมคยูฮยอนถึงได้หลงรักมากมายขนาดนั้น

“คยูฮยอนเค้าเก่งนะคะ ดูสิ...มีความเป็นมืออาชีพจนบางทีนักแสดงตัวจริงอย่างฉันยังอายเลยล่ะค่ะ”

“ฮะ” ทงเฮตอบรับเบาๆ แต่สายตากลับมองไปที่ร่างสูงโปร่งซึ่งกำลังโพสต์ท่าถ่ายรูปท่ามกลางแสงแฟลช

“ฉันน่ะ อิจฉาคุณจริงๆเลยน้า”

“อิจฉา.....อิจฉาเรื่องอะไรฮะ”

“ก็คยูฮยอนน่ะสิ....”

อิจฉาอีทงเฮ....เพราะผู้ชายใจร้ายที่ชื่อโจวคยูฮยอนคนนั้นน่ะหรือ??

“คยูฮยอนเค้าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากๆเลยนะ ใครที่ได้อยู่ใกล้ๆเค้าน่ะต้องหลงรักเค้าทุกคนแน่ๆ ฉันเชื่ออย่างนั้น..จริงๆนะ” เธอพูดไปสายตาก็จดจ้องไปที่คยูฮยอนตลอดเวลา แววตาของเธอเป็นประกายวิบวับเหมือนดวงดาวในท้องฟ้ามืดสนิท ประกายที่ทอแสงอย่างชื่นชม

ทงเฮยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน และพูดเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ “คยูฮยอนน่ะ เป็นคนที่อบอุ่น....อบอุ่นเหมือนบทเพลงของเค้า” ภาพที่พูซานฉายชัดในความทรงจำ ทงเฮฝืนพูดทั้งที่ปากมันสั่นและขอบตาก็ร้อนผ่าว “ทุกครั้งที่ฟังเพลงที่เค้าร้อง....คุณจะลืมเรื่องไม่สบายใจทุกอย่าง มัน.....เหมือนเป็นคำปลอบที่อ่อนโยน.......”

เพราะทุกครั้งที่คำพูดเลวร้ายของคยูฮยอนทำร้ายหัวใจจนมันป่วยหนัก ทงเฮก็มักจะเยียวยาด้วยบทเพลงที่แสนอบอุ่นของโจวคยูฮยอน

เพราะแบบนี้งัย....ทงเฮถึงเกลียดผู้ชายคนนั้นไม่ลงเสียที

“แสดงว่าเวลาที่เค้าอยู่กับคุณก็คงจะใจดีเหมือนอยู่กับฉันสินะคะ”

“ฮะ......” ทงเฮรู้อยู่แก่ใจว่าคำตอบที่ให้ไปน่ะ ความเป็นจริงมันอยู่ตรงไหน แต่ยูริคงไม่รู้...ไม่รู้เลยซักนิด

“เพราะอย่างนี้งัย ฉันเลยอิจฉา นักร้องดังๆส่วนใหญ่น่ะ เอาแต่ใจกันทั้งนั้น”

“....”

“คยูฮยอนน่ะดีจริงๆนะ....เค้าเข้าใจฉัน แล้วก็เอาใจเก่งเชียวล่ะ เค้ามักจะให้กำลังใจเวลาฉันท้อด้วยนะ ส่วนเรื่องเหตุผลนี่เป็นที่หนึ่งเลย ตอนแรกฉันคิดว่าเค้าต้องเป็นพวกโมโหร้าย ใช้อารมณ์ตัดสินใจซะอีก”

ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับสู่ห้วงความทรงจำที่ปิดกั้นตัวมันเองมานานอีกครั้ง มันเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ถาโถมจนไม่อาจต้านทาน ทั้งที่ทงเฮพยายามลืมมันแล้ว


ไม่เคยรู้ตัวว่าทำผิด
ไม่เคยรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
เอาแต่ใจตัวเอง
โมโหร้าย
ไม่มีเหตุผล

นี่ไม่ใช่หรือ ตัวตนที่แท้จริงของโจวคยูฮยอน


“คุณ.....คุณทงเฮคะ เป็นอะไรรึเปล่า?”

ทงเฮสบตาเข้ากับเรียวตาคมของเธอ ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ และฝืนยิ้มบางๆกลับไป

คำพูดของยูริไม่ได้เป็นมีดปลายแหลมที่จงใจทิ่มตรงกลางอก
แต่มันเป็นแค่เข็มเล่มเล็กๆนับแสนเล่ม...ที่ปักลงไปกลางหัวใจ

ค่อยๆกัดกินประสาทการรับรู้ของมัน....จนไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีก

 


ทงเฮมองตามผ้าใบคู่เก่าที่กำลังสลับกันประทับตราฝ่าเท้าไปตามทางเดินและเพิ่งรู้ว่าจังหวะการก้าวเดินของเขามันช้าลงกว่าทุกวัน

ไม่อยากกลับไปที่คอนโดฯนั่น
ก็แค่ไม่อยากเจอหน้า
แต่ไม่ได้อยากหนีหายไปไหน

ถึงจะต้องถูกทำร้ายจิตใจ ก็ยังดีกว่าปล่อยให้หัวใจไร้ความรู้สึก จนมันเหี่ยวแห้งตายไปเอง
ก็เหมือนคนโง่………..
แต่ทงเฮก็เต็มใจโง่ ถ้ารู้ว่าชีวิตนี้ขาดผู้ชายที่ชื่อโจวคยูฮยอนไปไม่ได้เลย

รอยยิ้มจริงใจที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทงเฮจำต้องหยุดฝีเท้า มือบางกำสายกระเป๋าสะพายไว้แน่น และฝืนยิ้มกลับไปอย่างทุกวัน

“เป็นยังงัยบ้างครับ เหนื่อยมั๊ย?”

“ไม่เลย”

ซีวอนก้มมองคนตรงหน้าพลางเลิกคิ้ว “ไปกันเลยมั๊ย? คือว่าวันนี้ผมว่าจะพาคุณไปหาทำอะไรกินกันเองที่บ้านผมน่ะ อ่า..........คงไม่รังเกียจใช่มั๊ยครับ?”

คนหน้าหวานตอบด้วยการยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้า

“งั้น....” ซีวอนถูมือแรงๆจนได้ยินเสียงเสียดสีของฝ่ามือ ก่อนจะโค้งตัวเพื่อลดระดับใบหน้าหล่อคมให้ชัดเจนในสายตาของทงเฮ “ไปกันเลยนะ”

 

และแล้วเจ้าครูสเซอร์คันเท่ห์ก็เลยได้ออกมาอวดโฉมแก่ท้องถนนกว้างและตึกสูงเฉียดฟ้าอีกครั้ง แต่สิ่งที่มันออกจะภูมิใจจนออกนอกหน้าก็คงจะเป็นร่างบางๆที่ซ้อนท้ายคนนี้มากกว่า เจ้าครูสเซอร์ก็คงจะเหมือนเจ้าของของมันนั่นแหละ ถ้ามันมีหัวใจ หัวใจของมันก็คงพองโตเท่าลูกโป่ง

“กินอะไรกันดี? ทงเฮอยากกินอะไรล่ะ?” ซีวอนถามเสียงดังเพื่อแข่งกับเสียงลมที่ตีพั่บๆอยู่ข้างหู อีทงเฮเกาะชายเสื้อหนังของเขาไว้และให้คำตอบที่ไม่ช่วยอะไรเลย

“อะไรก็ได้”

ซีวอนนิ่วหน้า แต่ไม่ได้คาดคั้นขอความคิดเห็นเพิ่มเติมจากอีกฝ่าย เขามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองและไม่ลืมที่จะเลื่อนมือไปกุมกระชับหลังมือของอีทงเฮให้มั่นคง

 

 

ใช่ว่าคยูฮยอนจะมีความสุขโสภามากไปกว่าอีทงเฮซักเท่าไหร่ ไอ้ที่เห็นว่าเขาตั้งใจทำงานจนกระทั่งเวลาพักเบรกก็ไม่ต้องการไม่ใช่เป็นเพราะสปิริตแรงกล้าหรืออะไรทั้งนั้น ที่ทำลงไปทั้งหมด...ก็แค่พยายามจะสลัดเรื่องของอีทงเฮให้ออกไปห่างๆจากหัวสมอง แต่ที่เค้าว่ายิ่งหนีก็ยิ่งเจอเห็นจะจริง เพราะวันนี้ทั้งวัน....เรียวหน้าหวานใสของอีทงเฮล่องลอยไปเต็มหมด

ใบหน้าสดใสแต่ดวงตากลับเศร้าสร้อย


“คยูฮยอน......”

ชายหนุ่มสูงโปร่งหันไปข้างๆอย่างเลื่อนลอย ยูริเอียงคอร่นคิ้ว ลดระดับมือที่ถือแพ็คเนื้อสดลงแล้วถาม “เป็นอะไรไปคะ?”

ลมเย็นๆจากเครื่องทำความเย็นกระทบผิวหน้าและทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ความคิดนั่นได้ คยูฮยอนสบตากับหญิงสาวกลับไปและฉีกยิ้มอบอุ่น “ไม่มีอะไร”

“ช่วงนี้คุณดูเพลียๆนะ พักผ่อนไม่เพียงพอเหรอคะ?”

คยูฮยอนลดสายตาไปจับที่ล้อเลื่อนของรถเข็นแทนหน่วยตาจริงใจของเธอ เพราะไม่อยากจะรับรู้ว่าตัวเขาเองมันเลวแค่ไหน

ยูริจะรู้มั๊ย? ว่าเธอก็เป็นแค่เครื่องมือที่เขาเลือกมาใช้ในเกมส์ๆนี้

“เอางี้ อยากทานอะไรก็บอกมา เดี๋ยวยูริคนนี้จัดให้!” เธอว่าพร้อมกับยิ้มกว้างจนตาหยี คยูฮยอนยังไม่ตอบคำถามแต่เธอก็ยิ้มร่าหันไปทางตู้แช่อาหารสดต่ออย่างกระตือรือร้น

“สตูเนื้อดีมั๊ย? หรือว่าเนื้อซี่โครงย่าง? เอ? หรือจะเอาเป็นพวกปลาดี”

“ก็แล้วแต่ยูริสิครับ ผมทานได้หมดนั่นแหละ” คยูฮยอนมองตามร่างเปรียวของหญิงสาว เขาเลือกที่จะยัดความคิดเรื่องอีทงเฮไว้ในลิ้นชักหัวใจและเทความสนใจทั้งหมดไปที่คนข้างๆ ชายหนุ่มหยิบโน่นหยิบนี่ขึ้นมาตามประสาคนไม่สันทัดเรื่องเข้าครัวแล้วก็หัวเราะร่วนเวลาที่โดนเธอตีมือเหมือนกับเค้าเป็นเด็กซนมือบอน

แต่บางที...คนบนฟ้าก็ไม่ได้อยากเข้าข้างเค้า

เพราะแทนที่จะได้ใช้เวลาสั้นๆที่หายากพวกนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่อีทงเฮ ฟ้าก็กลั่นแกล้งให้เวลาเหล่านั้นอันตรธานหายไปในพริบตา

ปึง!

เสียงหัวเราะเบาๆของหนุ่มสาวเงียบลงพร้อมกับดวงตาสองคู่ที่หันไปทางด้านหลังซึ่งเกิดการกระแทกไม่หนักไม่เบานั้น


...อีทงเฮ...


นัยน์ตากลมใสเจือแววไร้เดียงสาคือสิ่งที่ฟ้าจงใจให้เขาเผลอสบสายตาเข้าไป ตอนนั้นเองที่ทุกสรรพเสียงล่องลอยหายไปไกล ทุกชีวิตรอบข้างกลายเป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ลมหายใจ มีแต่คยูฮยอนและทงเฮเท่านั้น

เกือบสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้มองทงเฮเต็มสายตาแบบนี้
เกือบสัปดาห์แล้วที่เขาไม่รู้เลยว่าทงเฮซีดเซียวไปมากแค่ไหน
เกือบสัปดาห์แล้วที่เขาต้องทำเป็นไม่ใส่ใจกับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ อีทงเฮ คนนี้


“คุณซีวอน อ้าว? มากับคุณทงเฮหรือคะเนี่ย?” น้ำเสียงกังวานใสดังขึ้นเพื่อทำลายโลกที่มีเพียงคนสองคน อีทงเฮกะพริบตาและพยายามเสมองไปทางอื่น แต่คยูฮยอนกลับละสายตาไปไหนไม่ได้เลย

ซีวอนคลี่ยิ้มเพื่อทักทายคนทั้งสอง “ไม่ยักกะรู้เลยนะคะ ว่าคุณซีวอนกับคุณทงเฮจะสนิทกันขนาดนี้ แล้วนี่ซื้ออะไรเยอะแยะคะเนี่ย จะไปทำมื้อเย็นกินกันเหรอ?”

“เค้าสนิทกันมานานแล้วล่ะครับ ยูริ” คยูฮยอนโพล่งขึ้นมา เรียกเอาสีหน้าแปลกใจจากหญิงสาวได้มากโข แต่มันก็ยังน้อยกว่าตอนที่ท่อนแขนยาวนั่นเอื้อมไปโอบเอวหล่อน ยูริเอียงคอมองชายหนุ่มในระยะประชิดพลางร่นคิ้วเข้าชิดกันอย่างไม่เข้าใจนัก

ทงเฮพลั้งสูดหายใจเข้าปอดแรงเกินไป เปลือกตากะพริบเข้าหากันถี่เร็วเพื่อไล่น้ำตาที่อยู่ๆก็เอ่อคลอขึ้นมาเสียดื้อๆ

อีทงเฮ...นายมันโง่

“เราเพิ่งจะรู้จักกันได้เดือนกว่าๆเองครับ” ซีวอนรีบออกตัว ดูจากสีหน้าก็รู้ได้ว่าเขากำลังคิดไม่ออกว่าควรจะทำหน้าแบบไหน ที่จะไม่ทำให้คู่รักคนดังตรงหน้าต้องรู้สึกขวยเขินกับการสวีทที่ออกนอกหน้าแบบนี้ “แล้วคุณยูริกับคุณคยูฮยอนล่ะครับ”

“เหมือนกันแหละค่ะ ว่าจะหาซื้อเนื้อซี่โครงเอาไปย่าง แล้วก็ทำซอสอร่อยๆคงจะเจริญอาหารน่าดู”

“น่ารักกันจังเลยนะครับ” เขาพูดขำๆ แต่คยูฮยอนไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องตลกโปกฮาที่จะมาหัวเราะลั่นห้างฯ หรือเบ๊ปากเพราะเห็นว่าเป็นมุขฝืดๆ

“พวกคุณสองคนก็หวานกันออกนอกหน้านอกตา จนผมรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆเหมือนกัน ยูริเค้าเอาใจไม่ค่อยเก่งน่ะครับ แต่กับอีทงเฮ.....นอกจากจะเอาใจเก่งแล้ว ยังย..เอ่อ อ้อนเก่งอย่าบอกใครเชียว” เขาจงใจส่งสายตาเย็นชาไปที่คนตัวเล็กที่ยืนตัวแข็งอยู่ข้างๆ

“ทงเฮเป็นคนน่ารัก ผมยังอิจฉาคุณเลยที่ได้ผู้จัดการส่วนตัวน่ารักๆแบบนี้”

โจวคยูฮยอนกดมุมปากเป็นรอยยิ้มเหยียดๆ

“เอ่อ......คือ ฉันกับซีวอน เรา..........” ทงเฮพูดไม่รู้เรื่อง เขาแค่ต้องการอยากจะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ “รีบไปกันเถอะนะ” ประโยคหลังทงเฮเขย่าแขนซีวอนเบาๆแล้วบอกด้วยสีหน้าร้อนรน

“ท่าทางพวกคุณจะด่วนใช่มั๊ยคะ? งั้น....”

“จะรีบไปไหนกันเหรอครับ?”

“คยูฮยอน...เอ่อ........” ยูริก็อึกอักไปด้วยอีกคน เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงบรรยากาศอึมครึมที่มีเค้าว่าจะเกิดลมพายุรุนแรง “งั้น เราสองคนไม่รบกวนแล้วนะคะ แล้วเจอกันค่ะ คุณซีวอน คุณทงเฮ.....คยูฮยอน ยูริว่าเราไปหาซื้อพวกเครื่องเทศ เอาไปทำซอสกันดีกว่าเนอะ ซื้อแป้งทำขนมเค้กไปด้วยดีมั๊ย? ก็จะได้ทำเค้กเป็นของว่างหลังอาหารงัย”

เธอพูดไปพร้อมกับลากตัวคยูฮยอนไปอย่างแข็งขัน ซีวอนมองตามคนทั้งคู่ก่อนจะหันมาทางคนตัวเล็กของเขาที่ยืนซึมไม่พูดไม่จา เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือบางที่ยังคงสัมผัสกับท่อนแขนของเขาและบีบเบาๆทว่าทงเฮกลับสะดุ้งเฮือกจนน่าตกใจ

“ของครบแล้วใช่มั๊ย? จะซื้ออะไรเพิ่มอีกรึเปล่า?” ทงเฮชิงพูดเสียก่อน และเจ้าตัวก็เลือกที่จะไม่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งได้เผชิญหน้ากับยูริและคยูฮยอนด้วยการเบนไปทางเรื่องอาหารมื้อค่ำแทน

“ทงเฮอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั๊ย?”

“แค่นี้ก็เยอะแล้ว” มือบางคว้านู่นคว้านี่ในรถเข็นขึ้นมาพลิกไปพลิกมาโดยที่ซีวอนก็ไม่เห็นว่ามันมีเหตุอะไรให้ต้องทำแบบนั้นเลย “ไม่รู้ว่าจะกินหมดรึเปล่า?”

“ก็ผมอยากให้คุณทานเยอะๆนี่ จะได้อ้วนๆ ตอนนี้ผอมจนไม่กล้าให้เดินกลางแจ้งแล้ว กลัวว่าจะปลิวไปตามลม”

ทงเฮกล้ำกลืนหัวเราะขันๆกลับไปทั้งที่ในใจอ่อนแอจนเพียงแค่หายใจก็ยังเจ็บระบมไปทั้งอก

 


ทำไม่ได้เลย
แค่จะกินข้าวเหมือนปกติ
แค่จะพูดคุยเหมือนปกติ
หรือแค่จะฝืนยิ้มให้เป็นปกติ

ทงเฮก็ยังทำมันไม่ได้

 

มื้อเย็นวันนี้ก็เลยกร่อยกว่าทุกวันจนทงเฮรู้สึกผิด แต่ซีวอนก็ยังคงทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการไม่ถามเรื่องที่ไม่ควรถาม และพาทงเฮออกมาจิบชาตรงระเบียงไม้ที่ยื่นเข้าไปในสวนไม้สไตล์ยุโรป

สายลมคือเพื่อนแท้ที่จะช่วยปลอบโยนโดยปราศจากคำพูดจาใดๆ จะมีก็แค่สัมผัสแผ่วๆกับสายลมเอื่อยที่โอบล้อมให้รู้ว่าไม่ได้เดียวดาย

อีทงเฮนั่งแกว่งเท้าอยู่ตรงขอบระเบียง ลูกตากลมสุกใสทอประกายแข่งกับดวงดาวนับร้อยบนฟากฟ้า เขาไม่เคยรู้ว่าทำไมชนเผ่าคลาเดียถึงจินตนาการเห็นว่าดวงดาวพวกนี้เรียงตัวเป็นรูปโน้นรูปนี้ได้อย่างไร

รู้เพียงแค่ว่า ณ ค่ำคืนนี้ อีทงเฮคิดแต่เรื่องของโจวคยูฮยอน จนมองเห็นดาวระยับทอแสงเป็นใบหน้าของเขาได้แล้ว

“ชาอุ่นๆ มาแล้วครับ!” ซีวอนหย่อนขาลงบ้าง และความยาวของท่อนขาที่มากกว่าทงเฮเกือบ 2 เท่าก็ทำให้ปลายนิ้วเท้าของชายหนุ่มจมลงไปในผิวน้ำสีน้ำเงินเข้มจนดังจ๋อมเบาๆ

ทงเฮรับถ้วยชามากุมไว้ในมือ แต่กลับไม่ได้เป่าลมเหมือนที่ซีวอนทำ เขาก้มลงมองเงาตัวเองบนผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็นวงเบื้องล่าง “ทำไมขาฉันมันลอยต่องแต่งอย่างนี้ล่ะ??” ทงเฮตัดพ้อตัวเองเสียดื้อๆ ทำเอาคนข้างๆขำพรืดเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆคนที่ซึมเศร้ามาทั้งวันจะนึกมามีอารมณ์ขันเอาตอนนี้

คนตัวเล็กพองแก้มจนกลมดิ๊กก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มเขินๆ ไอร้อนที่ถ่ายทอดให้กับฝ่ามือเริ่มจางลงแล้ว ทงเฮจึงยกถ้วยช้ามันขึ้นมาจิบ “นายชงชาเองเหรอ?”

“อร่อยมากๆเลยใช่มั๊ย?”

“อืม...นุ่มลิ้นดีจัง”

“แต่ผมไม่ได้ชงเองหรอกนะ มันเป็นชาสำเร็จรูปน่ะครับ”

“เอ๋า~” ทงเฮหลุดขำ ช่วงเวลานี้ก็เลยดูมีชีวิตชีวามากกว่า 2 ชั่วโมงที่แล้วขึ้นมาทันตาเห็น คงเป็นเพราะทงเฮยัดเยียดเรื่องหนักอกให้กับเพื่อนแท้อย่างเจ้าสายลมไปแล้วก็ได้ ตอนนี้ร่างกายก็เลยดูมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาหน่อย แล้วก็หวังแค่ว่า เจ้าเพื่อนแท้จะไม่โยนเรื่องพวกนั้นกลับมาให้หรอกนะ

“ชอบรึเปล่า?”

“อื้ม ฉันชอบฟังเสียงลม”
“สวนก็สวย อิจฉาจังมีบ้านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้”

“ทงเฮจะมาทุกวันก็ได้ ผมยินดีต้อนรับนะ” ชายหนุ่มวาดรอยยิ้มหวานลิขสิทธิ์เชวซีวอนออกไปจนทำให้คำสารภาพรักที่เขาเคยบอกไว้กับทงเฮหวนกลับมาอย่างไม่ตั้งใจ อีทงเฮสู้สายตาหวานเชื่อมของซีวอนไม่ไหวจึงรีบหันเหตัวเองไปยังท้องฟ้ากว้างอีกครั้ง

“สงสารดาวพวกนั้นเนอะ”

“.......”

“เป็นแค่ดาวดวงเล็กๆ ได้ส่องแสงแค่ตอนที่ฟ้ามืด น่าสงสารออก”

สายตาของทงเฮจดจ้องอยู่บนฟ้าแต่สายตาของซีวอนกำลังจับจ้องเรียวหน้าหวาน เขาเผลอยิ้มเมื่อถามคำถามนิทานก่อนนอนออกไป “แล้วทงเฮรู้มั๊ย? ว่าทำไมดาวกับดวงอาทิตย์ถึงยังอยู่บนฟ้าเดียวกัน”

“ก็ไม่มีที่อื่นที่จะให้อยู่นี่นา...” คนตัวเล็กหดขาขึ้นมาชันเข่าแล้วก็กอดมันจนตัวโยก

“ดาวที่น่าสงสารของทงเฮน่ะ ยังอยู่กับดวงอาทิตย์ก็เพราะว่าดวงดาวรักดวงอาทิตย์”

“จะเป็นไปได้งัย ดวงอาทิตย์น่ะผยองจะตายไป มีแสงในตัวเองมากกว่าใครเพื่อน ก็แผดแสงบดบังดาวดวงอื่นจนไม่มีใครเห็น อีกอย่าง..ตอนกลางคืน ดวงอาทิตย์ก็ไม่เห็นจะอยู่เป็นเพื่อนกับดาวเลยปล่อยให้ดาวต้องกลัวกับความมืด คนที่ดวงดาวจะรักคือพระจันทร์ต่างหาก” ทงเฮเถียงเสียยาวยืด ยกเอาเหตุผลล้านแปดมาอ้างเสียจนซีวอนหัวเราะร่วน

“ดวงอาทิตย์อยู่กับดวงดาวเสมอ แต่ไม่มีใครรู้”

“........” ทงเฮเอียงคอมองซีวอนตาแป๋ว

“ผมพูดเรื่องจริงนะ!!”

“อย่ามาเล่านิทานแล้วหลอกให้ฉันหลับหน่อยเลย อยากเห็นฉันหลับน้ำลายไหลใช่มั๊ยล่ะ?”

ซีวอนยิ้มกว้าง แล้วใช้สายตาทั้งหมดเพื่อจ้องมองไปยังเครื่องหน้าสวยที่กอรปกันเป็นใบหน้าหวานใสของคนตัวเล็กตรงหน้าคนนี้ “แล้วอยากฟังต่อรึเปล่าล่ะ?”

คนถูกถามทำปากจู๋ครุ่นคิดเหมือนกับกำลังทำข้อสอบเอนทรานซ์ยังงัยอย่างนั้น สุดท้ายก็มาลงเอยที่การพยักหน้าหงึกๆเหมือนเด็กชายใฝ่เรียนรู้

“ดวงอาทิตย์ไม่รู้ตัวหรอก ว่าทำให้ดวงดาวหลงรักไปแล้ว”

“...........”

“ก็ดวงอาทิตย์เอาแต่ส่องแสงจนไม่สนใจใคร ก็เลยไม่รู้ว่าแสงที่ส่องออกไปน่ะ มันไปหล่อเลี้ยงดวงดาวให้ดาวดวงนั้นมีแสงไว้ทอประกายในยามค่ำคืน ถ้าขาดดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าก็จะไม่มีดวงดาวระยิบระยับแบบนี้”

เรื่องที่ซีวอนเล่ามา มันก็ออกจะเป็นนิทานที่น่ารักเรื่องนึง แต่ไม่รู้ทำไม ทงเฮถึงได้รู้สึกว่า เรื่องราวของดวงดาวผู้โดดเดี่ยวกับดวงอาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่….

มันถึงได้เหมือนกับเรื่องราวระหว่างเขากับโจวคยูฮยอนนัก


ก็ทงเฮหลงรักคยูฮยอนคนที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลย
ก็ทงเฮอยู่ได้เพราะผู้ชายที่ชื่อคยูฮยอน

แล้วทงเฮก็ขาดคยูฮยอนไม่ได้

 


ซีวอนมารู้ตัวว่าเป็นคนที่ทำให้ทงเฮกลับไปซึมกระทือเหมือนเดิมก็ตอนที่สายไปเสียแล้ว ชาที่เขาตั้งใจชงด้วยตัวเองแต่โกหกทงเฮไปว่าเป็นชาสำเร็จรูปจึงถูกปล่อยให้ลมโกรกจนจืดชืด ซีวอนอาสาไปส่งทงเฮที่คอนโดฯของคยูฮยอนทั้งที่ทงเฮพยายามปฏิเสธอย่างไม่มีประโยชน์

อีทงเฮวางแผนเอาไว้ว่า ทันที่ประตูหน้าห้องหมายเลข 1309 ปิดลง เขาจะต้องนำพาขาทั้งสองของตัวเองจ้ำเข้าห้องนอนให้เร็วที่สุด และต้องไม่หันไปมองคนๆนั้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทงเฮกลับทำลายแผนการนั้นจนไม่เหลือชิ้นดี

คยูฮยอนไม่ได้อยู่คนเดียว แต่คนข้างๆที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือยูริ แค่นั้น ท่อนขาที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องย่ำเข้าห้องก็หยุดชะงัก สายตาที่พยายามเบนไปยังมุมอื่นกลับหยุดนิ่ง ณ ภาพของคนสองคน

ร่างสูงที่ยืนพิงพนักเก้าอี้เหลือบมองบุคคลมาใหม่เพียงแค่หางตา แต่ยูริที่มือบางยังถูกกุมด้วยฝ่ามือหนาหันมามองเต็มสายตาพร้อมกับทักทายตามนิสัย

“อ้าว คุณทงเฮ”

“..........”

ทงเฮหันเหใบหน้าไปทางอื่นแทบจะทันที แต่สุดท้ายพระเจ้าก็บีบบังคับให้เขาต้องหันกลับมา

คยูฮยอนกระตุกมือของหญิงสาวเข้าหาตัวและมอบจุมพิตแผ่วเบาไว้ที่ริมฝีปากบาง..ต่อหน้าอีทงเฮ


และทงเฮก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไร คยูฮยอนจะจูบเธอนานเหมือนที่จูบอีทงเฮหรือเปล่า รสจูบของคยูฮยอนจะยังเป็นรสชาติเดิมมั๊ย? แต่อย่างเดียวที่รู้ก็คือ

อีทงเฮไม่มีวันที่จะได้รับรู้รสสัมผัสนุ่มนวลแบบนั้นอีกแล้ว.......ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว


เขาไม่ได้หนีเข้าห้องอย่างที่ตั้งใจไว้ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการหลบหน้า อีทงเฮพลิกตัวเองแล้วพุ่งตรงไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นและกวาดเอาทุกสิ่งอย่างที่กินได้มากอดไว้จนแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกและสาวเท้าผ่านประตูที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นไปด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม

อีทงเฮเลือกโซฟาตัวยาวหน้าทีวี และจัดการใช้งานมันด้วยรีโมตที่วางอยู่ข้างๆ ตอนนี้ก็ล่วงเข้าเกือบ 4 ทุ่มแล้ว รายการส่วนใหญ่จึงเป็นพวกเกมส์โชว์ที่ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น เขากดเพิ่มวอลุ่มจนดังกระหึ่มและนั่งขัดสมาธิเคี้ยวขนมกรอบแกรบในมือหน้าตาเฉย

เจ้าของห้องพ่นลมทิ้งอย่างรุนแรง ตวัดสายตามองร่างเล็กซึ่งกำลังเบิกบานใจกับรายการทีวีปัญญาอ่อนโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าไปเหยียบโดนจุดระเบิดของใครบางคนเข้าเสียแล้ว คยูฮยอนไม่ลืมที่จะคว้าข้อมือหญิงสาวแล้วลากไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน อีทงเฮทำหูทวนลมด้วยการไม่แม้แต่จะชายตามอง ทำเอาคยูฮยอนเดือดจนใบหน้าแดงจัด

มือหนากรรโชกรีโมตในมือและจัดการกดเปลี่ยนช่อง และแล้วอีทงเฮก็ช่วยให้แผนการดำเนินไปถูกเส้นทาง เมื่อเขาตัดสินใจผิดด้วยการจ้องตากลับไปอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีชาสั่นระริกกำลังพยุงตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ ไม่ต่างอะไรกับเรียวตาคมดุที่จ้องกลับมาราวจะฆ่ากันทั้งเป็น

ยูริกำลังวิเคราะห์สถานการณ์อย่างหนัก ยอมรับว่าเธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองอยู่ลึกๆ “คยูฮยอน.....คุณทงเฮ...........”

“.......”
“........”

“พวกคุณเป็นอะไรกันน่ะ หรือว่า......เป็นเพราะฉัน”

“มันไม่เกี่ยวกับคุณหรอก ยูริ” และทันใดนั้นอีทงเฮก็ทิ้งโซฟานุ่มอย่างไร้เยื่อใย เขาก้าวตึงๆกลับเข้าห้องและปิดประตูดังโครม!


อีทงเฮปล่อยให้แผ่นหลังครูดไปกับบานประตูโดยไม่ใยดีต่อความเจ็บปวด ก็ใจของทงเฮมันเจ็บกว่า ก็ความเจ็บมันลำเอียงมาเล่นงานหัวใจทงเฮมากกว่าส่วนอื่นๆ

หนี ตั้งแต่แรกก็จบ
ก็หนีไปสิ ก็แค่หนีจะยากอะไรเล่า ปกตินายก็ชอบหนีปัญหาอยู่แล้วนี่ อีทงเฮ!!

ทงเฮเกลียดทุกอย่างที่รวมกันเป็นตัวของเขาเอง
เกลียดร่างกายตัวเองที่เคยยอมโอนอ่อนให้โจวคยูฮยอน
เกลียดคำพูดที่เคยบอกชอบโจวคยูฮยอน
เกลียดความคิดที่วนเวียนแต่เรื่องของโจวคยูฮยอน
เกลียดน้ำตาที่เคยไหลต่อหน้าโจวคยูฮยอน
เกลียดความพยายามที่เคยมีให้โจวคยูฮยอน

เกลียดหัวใจที่มันรักโจวคยูฮยอน

เกลียด!

 

ปึง ปึง ปึง!!


“อีทงเฮ!!”
“อีทงเฮ ออกมาเดี๋ยวนี้!!”
“อีทงเฮ ฉันสั่งให้ออกมา ได้ยินมั๊ย!!!”


ทงเฮสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสะท้านแรงเพราะความกลัวที่กำลังแล่นเข้าสู่หัวใจ

โจวคยูฮยอน..นายไม่สงสารฉันบ้างหรืองัย?
ดวงอาทิตย์ที่ฉันรัก นายไม่สงสารดาวดวงนี้บ้างหรืองัย?!

“อีทงเฮ......ถ้านายไม่ออกมา ฉันก็จะเข้าไปหานายเอง” น้ำเสียงของคยูฮยอนน่ากลัวจนหัวใจของทงเฮสั่นสะท้าน ปลายนิ้วเท้าจิกเข้าหากันพร้อมๆกับที่ท่อนแขนก็วาดโอบตัวเองอย่างต้องการที่พึ่ง

“โอเค....อยากจะให้ฉันเป็นฝ่ายเข้าไปหาใช่มั๊ย?!!”

“อย่านะ!!!” ทงเฮลนลานเปิดประตู เรียวหน้าที่เต็มไปด้วยแรงโทสะปรากฏเต็มสายตา คยูฮยอนรั้งแขนเล็กเข้าหาตัวเพื่อบดขยี้ริมฝีปากบางให้ย่อยยับ ทงเฮดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลังทันทีที่ตั้งสติได้ แต่เขาคิดผิดที่ทำแบบนั้น เพราะมันกลับยิ่งทำให้รสจูบแย่มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก ทงเฮกัดลิ้นของโจวคยูฮยอนที่ล่วงล้ำเข้ามาแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อริมฝีปากหยาบช้านั่นเพิ่มแรงขยี้ที่ริมฝีปากและแผ่นหลังจนแทบแหลกคามือ โจวคยูฮยอนให้อิสระกับท่อนแขนเพื่อเปลี่ยนเป็นแรงบีบที่สันกราม ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นริ้วอยู่ทั่วร่างกายราวจะเฉือนทุกส่วนให้ขาดสะบั้น ทงเฮจิกปลายเล็บเข้ากับไหล่กว้างเพื่อต่อต้าน ขณะเดียวกันโจวคยูฮยอนก็เพิ่มแรงจูบอย่างหนักหน่วงและน่ารังเกียจ

ฝ่ามือเล็กฟาดเรียวหน้าหล่อจัดจนความชาแผ่กระจายไปทั่วซีกหน้าด้านซ้าย คยูฮยอนหายใจหอบทว่าดวงตาดุจนกเหยี่ยวยังจดจ้องไปที่ร่างเล็กไม่วางตา

“ก็อยากให้ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่หรืองัย?”

“โจคยู.......”

“ก็ที่ทำไปเมื่อกี๊ก็ตอบแทนที่นายหึงฉันงัย อีทงเฮ”
“หรือว่ายังไม่พอใจ”

ดวงตาของอีทงเฮปริ่มน้ำตาหากแต่ไม่ได้ทิ้งตัวลงมาอวดความอ่อนแอที่มีอยู่เต็มอก ดวงตาของอีทงเฮจ้องประสานไปที่ดวงตารีเรียวคู่นั้น ดวงตาของอีทงเฮมันน่าสงสารขนาดนี้แต่คยูฮยอนก็ยังไม่เคยคิดที่จะสงสารเลยซักนิด

“ไม่รู้รึงัยว่าฉันรักนาย คยูฮยอน”

เหมือนมีไม้หน้าสามที่ชื่อว่า –ความรู้สึกผิด- ฟาดเข้าเต็มๆตรงท้ายทอย คยูฮยอนแทบจะเข่าอ่อนเพียงแค่ได้ยินประโยคสั้นๆอันนั้น

“............”

ทงเฮแค่นยิ้มราวจะเยาะเย้ยตัวเอง “ทำไมไม่พูดมันออกมาล่ะ?”

“.............”

“พูดสิ ว่าฉันไม่มีสิทธิ์รักนาย....พูดว่านายจะไม่มีวันรักฉัน นายรอที่จะพูดคำนี้กับฉันอยู่แล้วนี่ พูดสิ!!!!”

 

 

“อยากได้ยินมากใช่มั๊ย?”

“…….”

“ได้”


“นายไม่มีสิทธิ์รักฉัน”
“เพราะฉันไม่มีวันที่จะรักคนอย่างนาย อีทงเฮ ได้ยินชัดหรือยัง!!!!”

 

 

คนโง่ก็คือโจวคยูฮยอน
แต่คนที่น่าสงสารกลับเป็นอีทงเฮ


เขาวิ่งออกมาจากห้องหมายเลข 1309 ด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและฝ่าเท้าที่มีเพียงสลิปเปอร์ห่อหุ้ม ทงเฮได้ทำตามนิสัยสันดารตัวเองแล้ว ทงเฮกำลังหนี....หนีไปให้ไกลสุดแต่จะไปได้

ทั้งที่รู้ว่าหนีได้เพียงร่ายกาย
ก็ใจทงเฮมันไม่ยอมวิ่งหนี

Rrrrrrrrrrrrrrrr!!

ทงเฮใช้หลังมือปาดน้ำตาและมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือผ่านม่านน้ำตาที่พร่ามัว

“นอนรึยังครับ ทงเฮ?”

“.........”

“ฮัลโหล.....ทงเฮ”

“.......”

“ทงเฮ คุณเป็นอะไร”

“ซ.........ซีวอน......ฮึ่ก......มาหาฉัน.........ด...ได้มั๊ย?”

 


คยูฮยอนเครียดจนหัวแทบระเบิดอยู่แล้ว เขาขับรถวนหาคนตัวเล็กที่เพิ่งบอกรักเขาจนปวดหัวแต่ก็ยังไม่เจอ

อีทงเฮ...นายจะทำให้ฉันคลั่งตายไปเลยหรืองัย
จะทำให้ฉันรักไปถึงไหน??
แล้วทำไมฉันต้องรักนาย!!

ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งจนเข็มบอกความเร็วพุ่งเกินขีดสีแดง วิวข้างทางเป็นเพียงเส้นสีที่ตัดผ่านฉากสีดำมืดมิด อยู่ที่ไหนก็จะตามหาให้เจอ ฉันจะพานายกลับมาอยู่ด้วยกัน อีทงเฮ

ฉันจะขอโทษนาย

สัญญา...

 


ถ้าบินได้ซีวอนก็คงจะทำไปแล้ว เขาบึ่งรถเร็วฉิวไม่กลัวตายและเบรกกึกจนหน้าครูสเซอร์คันโปรดเกือบทิ่มเอากับฟุตบาท เรียวขาสูงยาวก้าวฉับๆตัดผ่านผืนหญ้าสีเขียวเข้มที่ชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำค้าง.....เกือบตี 1 แล้ว

ซีวอนเห็นเงาดำที่นั่งขดตัวร้องไห้อยู่บนม้านั่งสีขาวตามลำพัง ไหล่บางสะท้านแรงจนหัวใจของเขาร่วงหายไปจากหน้าอก ทงเฮ….คุณเป็นอะไร?

“ฮึ่ก.......” ทงเฮยิ่งกดใบหน้าลงกับหน้าขาที่ยกขึ้นมากอดให้แน่นมากขึ้น หวังจะให้มันช่วยกลบเสียงและเช็ดน้ำตา แต่ประสิทธิภาพมันคงอยู่ในขั้นยอดแย่ เพราะเสียงสะอื้นของทงเฮดังก้อง น้ำตาก็เปียกชุ่มท่อนแขนลามไหลไปถึงหัวเข่า

“คุณเป็นอะไร ทงเฮ”

คนตัวเล็กยกหน้าตัวเองขึ้นมาแล้วป้ายแขนเสื้อกับขอบตาอย่างรวดเร็ว อีทงเฮเงยหน้าขึ้นประจันกับซีวอนและพยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดชีวิต

“ซีวอน”

“ทงเฮเป็นอะไร บอกผมสิ”

ถึงขนาดนี้แล้วทงเฮก็ยังแข็งใจที่จะส่ายหัวกลับไป จมูกโด่งรั้นสูดน้ำมูกเพราะรู้ว่าน้ำตากำลังจะไหล “ไม่เป็นอะไรเลย”

“ไม่เอานะ อย่าโกหกผมแบบนี้” ซีวอนไม่คิดที่จะยั้งใจตัวเองแล้ว เขาเอื้อมฝ่ามือหนาออกไปกุมพวงแก้มบอบช้ำของทงเฮแล้วซับคราบน้ำตาด้วยนิ้วหัวแม่มือ “คุณร้องไห้ แล้วยังจะโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร ทงเฮ....ถ้าคุณโกหกเนียนกว่านี้ผมอาจจะเชื่อคุณก็ได้”

“นายเคยบอก..........”

ซีวอนหยุดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนเป็นจ้องตากับทงเฮเพื่อหาคำตอบ

“นายบอกว่าจะดูแลฉัน นายจะปกป้องฉัน ซีวอน...นายพูดแบบนั้น”

“ใช่ ทงเฮ......แต่ว่า..” เขารู้เจตนาของทงเฮแล้ว ใช่...เขารักทงเฮ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ทงเฮควรจะเต็มใจที่จะตอบรับ ไม่ใช่แบบนี้....อีทงเฮ…ไม่ใช่

“นายจะปกป้องฉันจริงๆใช่มั๊ย?”

“ทงเฮ.......”

“ตอบสิ”

ซีวอนกลั้นหายใจ ก่อนจะลืมตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง “ใช่ ผมจะปกป้องคุณ แต่คุณไม่ต้อง........”

“ฉันจะคบกับนาย ซีวอน ฉันตกลงคบกับนาย”

 


ซีวอนกุมดวงหน้าหวานใสของอีทงเฮไว้ในอุ้งมือ ปลายนิ้วเกลี่ยแพขนตาเพื่อไล่หยดน้ำตาที่เกาะอยู่อย่างแผ่วเบา อีทงเฮก้มหน้าหลบสัมผัสนั้นพร้อมกับก้าวถอยหลังออกมา

“ขอบคุณที่มาส่งนะ”

ขอบคุณ ขอบคุณนายจริงๆ ซีวอน

“ไม่เป็นไรแน่นะ” เขาถามย้ำเพื่อให้มั่นใจว่าอีทงเฮจะไม่ร้องไห้ซ้ำสอง มือหนาคอยแต่จะเอื้อมออกไปกุมกับมือเย็นเฉียบโดยที่ไม่รู้เลยว่ามี –บางคน- ตรงแหน่วเข้ามาทางด้านหลัง

ไม่ทันได้ตั้งตัว ซีวอนก็ถูกกระชากคอเสื้อแล้วหมัดลุ่นๆก็ถูกประเคนใส่ไม่มียั้ง

“ไอ้เลว มึงหลอกพาทงเฮไปไหน หา!!!”

“คยูฮยอน อย่านะ.....”

คยูฮยอนงัดคอซีวอนขึ้นมาด้วยการกระชากคอเสื้อกะจะอัดเข้าให้อีกหมัดแต่ซีวอนสวนเร็วกว่า ส่งผลให้ร่างของคยูฮยอนกระแทกพื้นอย่างแรง โชคดีที่ทงเฮรั้งซีวอนไว้ได้ทันคยูฮยอนก็เลยไม่โดนเบิ้ล

โจวคยูฮยอนกัดริมฝีปากล่างที่เลือดไล่ซิบออกมาจนคาวปาก ก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นแล้วกระโจนใส่ซีวอนอย่างบ้าคลั่ง โจวคยูฮยอนเหมือนถูกปีศาจเข้าสิงเขาปล่อยหมัดเหมือนคนบ้าจนซีวอนที่ได้เปรียบเรื่องรูปร่างที่สูงใหญ่กว่ายังรับมือไม่ไหว

“ฉันบอกให้หยุดยังงัยล่ะ คยูฮยอน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!” ทงเฮที่ไม่มีหนทางอื่นใด นอกเสียจากตะโกนห้ามปรามจึงทำได้เพียงแค่นั้น “คยูฮยอน ปล่อยเค้า!!”

ร่างสูงโปร่งชกกันนัวเนียอยู่บนพื้น คยูฮยอนดึงเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อพลิกเป็นฝ่ายรุก เขาง้างหมัดแล้วซัดแก้มซ้ายของซีวอนเสียงดังอั่ก ไม่มีสิ่งใดที่เขาต้องการรับรู้นอกจากความชาร้าวที่ข้อนิ้วซึ่งเกิดจากแรงอัดกระแทกใบหน้าของไอ้คนที่ทงเฮพูดมามันดีนักดีหนา


“คยูฮยอน นายไม่มีสิทธิ์ทำอะไรซีวอน เพราะฉันคบกับเค้าแล้ว ได้ยินมั๊ย ฉันคบกับซีวอนแล้ว!!!!!”


สติชนประสานงากันกลางสมองของโจวคยูฮยอน หมัดลูกที่ 10 ถูกเงื้อไว้กลางอากาศ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วินาที ทงเฮจึงได้เห็นแววตาตื่นๆของเขา

คยูฮยอนค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะเดินโซเซมาทางที่ทงเฮยืนอยู่ เรียวตาสีดำสนิทว่างเปล่า คาดเดาอะไรไม่ได้ ริมฝีปากห้อเลือดทำท่าจะขยับพูด แต่ทงเฮเลี่ยงที่จะไม่ฟังด้วยวิ่งออกไปดูอาการของซีวอน ทงเฮไม่อยากจะรับฟังคำพูดของคนอย่างโจวคยูฮยอนแล้ว!!

แต่คยูฮยอนไม่ใช่คนที่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ “ว่ายังงัยนะ อีทงเฮ” เขาพูดทั้งที่ใจของเขามันกำลังร้องไห้เจียนขาดใจ “นายคบกับมัน.......งั้นเหรอ?”

อีทงเฮช้อนสายตาขึ้นมองร่างสูงที่ยืนจ้องเขาอยู่

นายเป็นคนถามฉันนะคยูฮยอน ฉันไม่เคยอยากบอกนายเลย ไม่อยากพูดคำนี้เลย “ใช่”

คยูฮยอนพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจในทุกๆอย่าง ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับขึ้นคอนโดฯไปเสียดื้อๆ ไม่มีแม้คำด่า ไม่มีแม้สายตาเย็นชาคู่นั้นให้เห็น


“แน่ใจนะ ว่าคยูฮยอนจะไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดอีก”

“อือ”

“ทงเฮ”

“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ”

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น-คนรัก-กัน แต่ซีวอนก็ไม่สามารถใช้สิทธิพิเศษนั้นทำให้ทงเฮเปลี่ยนใจบอกว่าเขา-เป็นอะไร-ได้เลย ซีวอนพยายามตัดใจและคิดที่จะล้มเลิกความตั้งใจนั้นหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้าย....คนที่เจ็บเองก็คือเขา

คือเชวซีวอนที่รักอีทงเฮสุดหัวใจ

 


ทงเฮฆ่าเวลาด้วยการนั่งนิ่งเงียบอยู่กับซีวอน จนกระทั่งมั่นใจว่าคยูฮยอนคงสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาถึงบอกลาซีวอนแล้วกลับขึ้นคอนโดฯ ด้วยอกที่วูบโหวง

“อีทงเฮ”

ทงเฮชะงักที่ได้ยินเสียงนั้น นัยน์ตาระยิบไหวระริกภายใต้ความมืดของห้องนั่งเล่น แต่ทงเฮเห็น...โจวคยูฮยอนยืนอยู่ตรงนั้น

“อีทงเฮ!”

แต่เขาจะต้องไม่หันไป เขาจะต้องผ่านมันไปให้ได้

“อีทงเฮ!!!”

“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนาย คยูฮยอน”

“แต่ฉันมี”

“เลิกใช้อำนาจกับฉันซักทีเถอะ อ้ะ...ปล่อยนะ!!!!” ทงเฮร้องลั่นเพราะท่อนแขนที่ถูกริบอิสรภาพไปเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จนปัญญาที่จะนับได้ คยูฮยอนยังมีความสามารถในการใช้สายตาทำร้ายหัวใจของทงเฮได้อย่างดีเยี่ยม “ฉันเจ็บ ปล่อยนะ”

“ฉันเจ็บกว่านายร้อยเท่า อีทงเฮ”

“งั้นฉันก็เจ็บไม่เป็นเลยงั้นสิ!!!”
“โจวคยูฮยอน นายมันเห็นแก่ตัว”

“หึ” คยูฮยอนพ่นลมอย่างนึกขัน “ฉันน่ะนะ เห็นแก่ตัว......นายนี่ยัดเยียดความเลวให้ฉันเก่งจังเลยนะ”
“แล้วพอฉันสนองให้ ก็วิ่งโร่ไปหาใครต่อใครให้เค้าปลอบ อีทงเฮผู้น่าสงสาร”

“......”

“ก็อีทงเฮมีเสน่ห์ อีทงเฮน่ารักนี่นะ ใครๆถึงได้รักได้หลง เหมือนไอ้ซีวอนนั่น....ใช้มารยาอะไรล่ะ?”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”

“โอเค แต่ว่ายังงัยนะ เห็นแก่ตัว.........ได้....เห็นแก่ตัว”

“จะทำอะไรน่ะ!!” น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือ อีทงเฮกำลังกลัว

“หึ.....” คยูฮยอนส่งสัญญาณอันตรายเป็นแววตานิ่งลึกที่เชือดเฉือนไปถึงขั้วหัวใจ “มันมีซักกี่วิธีกันล่ะ อีทงเฮ”

คยูฮยอนยังมีความสุขที่ได้ย่ำยีหัวใจของอีทงเฮ
จะต้องให้เจ็บถึงไหนกันนะ นายถึงจะพอใจ
เจ็บจนตายก็คงจะน้อยไป...งั้นสิ


“พอใจหรือยังอีทงเฮ?”


แล้วนายล่ะ โจวคยูฮยอน.....เมื่อไหร่นายจะพอใจกับการทำร้ายคนที่นายรักเสียที???

 


End of part 6

กาเท่เร่ :: เว้นนานอีกล่ะ ตอนแรกว่าจะเขียนให้ได้ล่วงหน้าไปก่อนซัก 1-2 ตอน ที่ไหนได้ ตอนนี้ไฟลนตูดแล้วค่ะ (-*-) ยังอยู่ในโหมดเศร้า ไม่ได้เขียนฟิคเศร้านานแล้ว เรื่องมันเลยกระเตื้องช้ามากๆ ได้วันละ 5-6 บรรทัดตามยถากรรม 55+

ตอนหน้ายังเศร้าอยู่ แต่คงไม่กี่พาร์ทหรอกเดี๋ยวก็ดีละ อิอิ

เอ๊ะหรือยังงัย จะเปลี่ยนแปลงมั๊ย

ก็ต้องติดตาม 55+

ขอบคุณสำหรับคอมเม้น แล้วก็การติดตามค่า ^^

คนไกลๆ || เจนนิเฟอร์ คิ้ม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ๊ยยยย เห็นแค่ภาพประกอบฟิกหัวใจคนอ่านก็จะขาดรอนๆ

วิ่งไปหาทิชชูไว้ซับน้ำตาหมวย งานนี้ต้องมีใครได้ร้องแน่นอน

แงๆๆๆ คยู!!! แกเป็นไรของแกเนี่ย ทงเฮเป็นอาชญากรระดับโลกรึไง แกงต้องทำร้ายเค้าขนาดนั้น ควงยัยชะนีมาทำให้หมวยหึงอยู่ได้ *จิกโต๊ะ*

สงสารชเวมากๆอ่ะ ไหนจะรักคนที่เค้าไม่รักแถมยังเหมือนโดนน้องหมวยดึงมาเป็นโล่ห์เลยอ่ะ

อ่านแล้วสงสารวอนได้อีก เหมือนชเวมานั่งในใจเค้าเลย รักเขาข้างเดียวมันเจ็บปวดขนาดไหน ถ้ายิ่งต้องอยู่ใกล้เค้าไปเรื่อยๆยิ่งเจ็บปวดกว่า โฮๆๆๆๆๆ

ไม่เข้าใจแกรเลยว่ะกี้ ทงเฮบอกแล้วว่ารักแก แล้วแต่จะหยิ่งไปทำไมเนี่ย แกไม่ดีใจเหรอ คนอ่านยังดีใจแทนจะแย่ มาทำปากแข็งพูดจาทิ่มแทงเค้าได้อีก เป็นตรูจะปิดซอยฉลองไปแล้วววว *จิกโต๊ะอีกที*

"พูดสิว่าฉันไม่มีสิทธิ์รักนาย พูดว่านายจะไม่มีวันรักฉัน..." ประโยคนี้ของทงเฮส่งพี่ออกนอกโลกเลยค่ะ T_T สงสารน้องม๊ากกกกกกกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว *กลั้นน้ำตาสุดริด*

แล้วพอเค้ามาคบกันก็จะมาหึงอะไรเนี่ย มาทวงสิทธิ์อันใดมิทราบ ไม่เข้าใจโจคยูจริงๆเลยเว้ยเนี่ย

จะไม่สงสารอิคุณพระเอกเด็ดขาด

#1 By ||gold fish|| on 2008-05-10 15:47

อ๊าคคคคคคคคคคคคคคค !!
ไอ้กี้ ทำไมแกไม่บอกไปเล๊า ว่ารักอิหมวยหน่ะ หึ่มๆ
อยู่ในโหมด เศร้า ปนๆกับอึดอัด อึดอัดที่
ท่านพระนางทั้ง 2 ปากแข็ง อ่ะดิ๊ โช๊ะ




พี่น้ามเห็นยัง ที่กี้เล่นเกมอ่ะ(SJ-M) ถือถังน้ำ
แล้วข้ามแผ่นไม้ ไอ่กี้ของฉ๊านนน
มันหล่นลงมา โฮ้ววว เสียวได้อีก
อยากเอารูปให้พี่น้ามดูจัง
(รูปในเซตนั้น มันมีแต่ วอนด๊อง ? ?? ทำไมไม่มีคยูเฮ ว๊า )

#2 By ''신 소에 on 2008-05-10 16:20

ตอนหน้ายังจะเศร้าได้อีกเหรอ T_T
โจคยูทำร้ายทงเฮไม่พอ...
คนเขียนยังจะทำร้ายได้ลงคอเหรอคับ!? เอิกส์

ล้อเล่นน่อ
ยังไงขอตอนจบแฮปๆ ได้ไหม T_T แค่นั้นก็พอแหล่ว

#3 By li FaAS il on 2008-05-10 16:58

ฮือๆๆๆๆ

โจวคยู

นายมันคนใจร้าย

"นายไม่มีสิทธิ์รักฉัน"
"เพราฉันไม่มีวันรักคนอย่างนาย"

ฉึก!
ปวดใจมากมาย

สงสารวอนอ่า นายเป็นได้แค่นี้เองหรอ..ชเวซีวอน...


ปวดจัยแทนหมวย

เจ็บจิ้ดๆ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
แถมมาเจอเพลงประกอบ กับรูปประกอบอีก

ไรท์เตอร์จะทำให้คนอ่านใจขาดตายเลยหรอ

โอ้ย...ไม่ไหวแล้ว

รีบมาต่อเร็วนะคะ







#4 By มีนน้อย (118.174.22.218) on 2008-05-10 17:10

โฮกT-T พาร์ทนี้เศร้ามากกก

สงสารด๊องมากกกกก

ไมคยูทำแบบนี้

อ๊ากกกกกกกกกก

โหมดหดหู่ พูดไม่ออกเคอะT-T

หมวยน้อยโดนทำร้ายจิตใจ

มาต่อเร็วๆๆนะค่ะ

#5 By (117.47.89.240) on 2008-05-10 17:24

เห็นรูปก้อเศร้าเเล้วอ่ะ

เนื้อเรื่องคงเเบบ อือ คงเศร้าเเหละ

ขอไปตามหนุ่มทหารมาซับน้ำตาก่อนก้อเเล้วกัน

เออ..เศร้าจริงด้วยเว่ย เเล้วนี่มันเพลงไรอ่ะ ไม่ได้ยิน

อย่างที่รู้ๆ

#6 By (118.174.54.129) on 2008-05-10 19:00

ฟิค Can we รอบนี้ตรงเวลามากกมาย....
เเต่เราก็เปิดมาอ่าน ทุกวัีนเลย 55+ เผื่อฟลุคน้องน้ำอัพไว
ตอนนี้เศร้าใจมากๆ
หวังว่าอีกไม่กี่พาทคงจะดีกันสักที
มาอัพต่อไวๆ นะคะ

#7 By Cherie (203.156.32.63) on 2008-05-10 19:18

โอ๊ย เพ้อค่ะ..อิอิ

ต้องมาหน้านี้ตลอด ติดจายยย

คยูเท่ได้อีก กร้าก แต่ใจร้ายไปหน่อย แต่ก้ตามสูตรพระเอกอะเนอะ 55

ชอบค่า สุดยอดดดดดดดด

จะติดตามไปเรื่อยๆนะค้า

สู้ๆค่ะ

#8 By ** (125.25.114.117) on 2008-05-10 19:34

ยูริ กับ ซีวอนอยู่ในฐานะไม่ได้ต่างกันเลย
เง้ออ ~ ทำไปได้นะคยูฮยอนนนน น *

อ่านไป แล้วนั่งมองหน้าคยูที่บีจีธีมไป
โอ๊ยยยยยย ย ยย จะบ้าตาย
มันหล่อมาก (ไม่ได้เกี่ยว) - -^



อ่านถึงตอนที่ด๊องบอกรักแล้วอยากเดินไปตบปากคยู
555555,,
นั่นสิ จะทำร้ายจิตใจทงเฮไปถึงไหน
มีแต่คนเสีย ไหนจะซีวอนอีกกก ก
สงสารซีวอน TT^TT


รออ่านตอนหน้าค๊าบบบบ : )

#9 By プライ on 2008-05-10 20:14

โฮฮฮฮฮฮ

T^T
โจคยูฮยอน !

แกทำร้ายดงเฮ TT
ร้องไห้เลย โฮฮฮ
ตอนหน้าเอาเศร้าอีก ชอบ
(โรคจิตแน่ อิกล้วย = =; )

โฮฮฮฮฮฮ
โจบ้า !!!
บอกรักดงเฮไปเลย
TT


ลุ้น ~

#10 By กล้วยศรี ♥ on 2008-05-10 21:14

โจว คยูฮยอน
.
.
.
.
สารเลว

#11 By (58.9.155.55) on 2008-05-10 21:26

^
^
^
เดี๋ยวจะงงว่าใครเข้ามาด่า

เค้าเองนี่แร่ะ

ด่าอีกที

ไอ้กี้สารเลว เถื่อนถ่อยมาก ชั้นเกลียดแก

#12 By enz=^__^= on 2008-05-10 21:29

เง้อ~~


เศร้าจังเลยค่าา


กี้แกก็นะ..ปากแข็ง


โอ้ย สงสารวอนกะด๊องจัง


อยากดูคลิปกี้เล่นเกมส์มั่งจังเลย หาจากไหนหรอ


บอกมั่งจิ น้าา



สรุปนี่คือ จบแล้วหรอ หรือว่าอีกพาร์ทหรอ หรือว่าไงอ่ะคะ




มาแต่งต่อเร็วๆนะ เรื่องหน้าเอาคยูเฮ หรือ คยูกะใครก็ได้ น้องรี่ดีมั้ย อ่ะหุอ่ะหึopen-mounthed smile

#13 By ngk (58.9.9.53) on 2008-05-10 21:34

อะไรกันเนี่ยยยยย


ทำไมมันเศร้าอย่างนี้


ฮือๆๆๆๆๆ






สงสารด๊องจัง คยูเลิกทำร้ายด๊องซักทีเถอะ แง้ๆ


อินจริงๆ

#14 By (125.24.216.168) on 2008-05-10 22:07



จิ้มๆๆ

เผ่น cry
ถูกค่ะ ทงเฮคือคนที่น่าสงสารที่สุด T^T

ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้ไปพร้อมกับน้องหมวยเลยค่ะ(เหมือนโดนคยูทำร้ายเองเลย)

คยูคนหล่อ รู้ว่าเค้ารัก แล้วตัวเองก็รักเค้าแล้ว ยังไปพูดทำร้ายจิตใจได้อีก คิดอะไรอยู่คะ ไม่เข้าใจเลย >"<
เดี๋ยวยกหมวยให้ซีวอนเลยนี่ (แหะๆ พูดเล่นนะคะ ไรท์เตอร์อย่าถือเป็นจริงเป็นจังนะ จนมือลั่นเผลอพิมพ์ให้ด๊องเป็นของวอนนะ)

ตอนสุดท้ายมันช่างเป๊ะยิ่งนัก ตอนหน้าได้กันเลยเถอะค่ะ มันจะได้เชื่อมโยง กร๊ากกกก

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ

อย่าหายไปนานล่ะ คนอ่านว้าวุ่น *ทำตาปริบๆ*

big smile

#16 By TooNey (117.47.172.138) on 2008-05-10 22:15

ชเวคนดี~
รักชเวใน can we เหลือหลาย

นอกจากชเวจะหล่อเจ้นแล้ว ยังทุ่มเทแบบนี้
ยกถ้วยคนดีให้ไปเลย

ภาพประกอบฟิคแบบ