Fic-Waltz-in-a-major

● |Fic| Waltz in a major |04.00 MHz|

posted on 08 May 2008 01:05 by kyuhae  in Fic-Waltz-in-a-major

COMEBACK 

คุณไม่ได้ตาฝาด กาเท่เร่ การันตี

: 04.00 MHz :

 

 

 

น่าจะดี ที่ไม่มีคนมานั่งบังทัศนีภาพในการดูกระดานดำ เพราะจะได้เรียนให้มันรู้เรื่อง แต่มันก็ดันไม่ดี เพราะไอ้คนที่หายตัวไปดันน่าดูกว่ากระดานดำเป็นล้านเท่านี่น่ะสิ

คยูฮยอนรู้สึกคันปากที่เคยกัดคนข้างหน้ายิบๆ คันมือที่เคยเอื้อมไปขยี้ผมฟูนั่นยิกๆ ที่สุดแล้ว อาจารย์แก่วิชาสังคมก็เอาชนะความอยากของเขาไม่ได้ เด็กหนุ่มทะลึ่งตัวจนเต็มความสูงตอนที่บุคคลหัวขาวหันหน้าเขียนกระดานก่อนจะติดเกียร์หมาแต่แรงตีนแมววิ่งออกมาจากห้องเรียน


อากาศข้างนอกน่าหายใจกว่าเยอะ อย่างน้อยๆ คยูฮยอนก็รู้สึกมั่นใจว่าอากาศที่ใช้หายใจเป็นออกซิเจนจริงๆ ไม่ใช่บทนิยามเศรษฐศาสตร์อย่างในห้องที่ไม่รู้ว่าเขาสูดมันเข้าไปจนปอดเคลือบสกุลเงินไปแล้วรึเปล่า?

เขากักเก็บอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดจนอิ่มหนำแล้วถึงได้ก้าวเท้าเดินไปตามระเบียงแคบๆที่เชื่อมระหว่างอาคาร ภายในหัวสมองก็คอยแต่จะนึกคิดว่าทงเฮหายตัวไปอยู่ที่ไหน
“ห้องพยาบาล?” คยูฮยอนคิดตัวเลือกที่หนึ่งเอาไว้ ก่อนจะสาวเท้าไปยังจุดหมายทันที

 

 

 

ดวงตารีเรียวราวดวงตาสุนัขจิ้งจอกตามสมญานามที่ได้รับคู่นั้น ทอดมองไปยังร่างเล็กๆที่ขดตัวกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ไม่ต้องจ้องจนวัดขนาดจมูกได้คยูฮยอนก็รู้ว่าภายใต้ผืนผ้านั้นเป็นใคร

ขายาวๆรีบพาร่างของเด็กหนุ่มไปหยุดยืนข้างๆ ก่อนจะโค้งตัวเอามือไปสะกิดไหล่คนขี้เซาเบาๆ

“ทงเฮ.......”

“......” คยูฮยอนเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ กับเสียงงอแงอยู่ในลำคอ

คราวนี้เขาเลือกกระซิบข้างๆหู “ทงเฮอา....”

“นักเรียน เพื่อนเค้านอนอยู่ ไปกวนเค้าทำไม” เสียงดุๆจากอาจารย์ซึ่งนั่งอยู่ตรงเค้าน์เตอร์ดังเข้าหู จนต้องหันไป คยูฮยอนจงใจจับสายตาให้ไปจดจ้องที่ผมมวยสูงของหล่อนมากกว่าดวงหน้าเหี่ยวๆเหมือนดอกไม้ไม่เคยโดนน้ำ


..ก็ดูแล้วมันไม่เจริญหูเจริญตานี่!..


“ทงเฮเค้านอนได้นานรึยังอะครับ?” คยูฮยอนถามคำถามกลับไป หล่อนขมวดคิ้วเพียงนิดก็คลายออก

“เพิ่งนอนไปได้ซักครู่เองนะ ไว้คาบสองค่อยมาปลุกละกัน” คิ้วที่เพิ่งจะคลายออกยังไม่ทันจะตรงดีก็กลับมาย่นเข้าหากันอีกครั้ง ก็นักเรียนหนุ่มคนนั้นผงกหัวรับแต่กลับหย่อนก้นลงนั่งกับพื้นแล้วเอาคางเกยไว้กับขอบเตียงจ้องหน้าเพื่อนแทนที่จะกลับไปร่ำไปเรียนน่ะสิ

“เธอน่ะ ไปเรียนได้แล้ว!”

“ผมจะอยู่นี่แหละ ในห้องเรียนน่าเบื่อจะตายไป” คยูฮยอนพลิกหัวมาตอบ แล้วก็ขุดเอานิสัยดื้อด้านขึ้นมาใช้เพื่อที่จะได้อยู่ต่อ ท่อนแขนแข็งแรงยกขึ้นมารองคางไว้ ดวงตารีเรียวจดจ้องไปที่ดวงหน้าหลับสนิทของอีทงเฮ

อาจารย์พยาบาลอ้าปากหวอค้างกลางอากาศ หล่อนทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะถามชื่ออาจารย์ประจำวิชา แล้วขู่ว่าจะเอาไปฟ้อง แต่เมื่อไม่มีปฏิกิริยาสะทกสะท้านให้เห็น หล่อนก็ทำได้เพียงฮึดฮัดใส่ตัวเองโดยที่คยูฮยอน นักเรียนตัวดีก็ยังนั่งหน้าด้านเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของทงเฮต่อไป

 

.

.

.


เข็มวินาทียังคงเดินเร็วกว่าเข็มนาที และเข็มนาทีเองก็ยังเดินเร็วกว่าเข็มบอกชั่วโมง มันวิ่งไล่กันไปอย่างนั้นจนบอกเวลาได้ว่า ‘เริ่มคาบสองแล้ว’

เสียงเมโลดี้เสนาะหูนักเรียน เสดาะใจอาจารย์บรรเลงยาวจนไปสะกิดเอาฟองความฝันของคยูฮยอนแตกดังโป๊ะ เขางัวเงียขึ้นมาจากท่อนแขนของตัวเอง ความชาที่แก้มขวาบอกเขาว่า ความหล่อเหลาได้ลดฮวบไปเกือบครึ่งแล้ว!

คยูฮยอนใช้หลังมือปาดน้ำลายที่เกาะมุมปากเตรียมจะไหลถ้าหากหลับนานกว่านี้ หันคอไปซ้ายทีขวาที ก่อนจะระบายยิ้มก่อกวนให้อาจารย์พยาบาลคนเดิมที่ยังนั่งทำหน้าซังกะตายอยู่ในที่เดิมๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้ยั่วโทสะอาจารย์ได้สำเร็จ เสียงกรนเบาๆที่ดังแผ่วๆอยู่ข้างหูก็เรียกเอาความสนใจของเขาไปจากหน้ายับย่นเสียก่อน

“ขี้เซาเหมือนเดิม!” คยูฮยอนว่า แต่กลับชอบใจที่ได้มองหน้าหวานๆเวลาหลับไหล

“Zz~……”

เด็กหนุ่มเขยิบตัวเข้าไปใกล้เจ้าชายนิทราตัวเล็ก พลางเอื้อมมือไปสะกิดเบาๆ “ทงเฮ ตื่นได้แล้วนะ”

“..............”

“ทงเฮ”

“อืมม์”

“อืมอะไร อืมก็ตื่นดิ่”

“อืมม์ ตื่นแล้วคร้าบแม่.....” ทงเฮพลิกตัวขึ้นมาเป็นนอนหงาย ยกมือขยี้ตาเบาๆ

“ใครเป็นแม่นายกันเล่า!” คยูฮยอนถึงกับเคืองปริ๊ดขึ้นมา แต่จะให้มาเอาเรื่องเอาความกับลิงครึ่งหลับครึ่งตื่นอย่างนั้นน่ะเหรอ? คยูฮยอนก็เป็นพวกรู้กาลเทศะอยู่น่า!

มืออุ่นๆถูกยื่นมาจับกับมือนุ่มนิ่มของทงเฮแล้วออกแรงดึงขึ้นมาจากเตียง หัวทุยๆที่ตกแต่งด้วยทรงผมฟูๆนั้นสัพหงกเป็นมุมแหลม คยูฮยอนเลยเลื่อนมือไปกุมแก้มแล้วจัดการยกหัวหนักๆนั้นขึ้นมา

 


และตอนที่ดวงตากลมสวยค่อยเปิดเปลือกตาเผยให้เห็นนัยน์ตาวาวระยับ คยูฮยอนเหมือนโดนสาป สาปให้แข็งกลายเป็นหิน


ปื้นแดงๆนั้น.. ชี้ชวนให้คยูฮยอนอยากเป็นพ่อมด เขาจะได้เสกมือตัวเองให้เป็นมือวิเศษลบรอยไม่น่าดูพวกนั้นออกไปจากแก้มของทงเฮ

คยูฮยอนอยากเป็นพ่อมด ใช้เวทมนต์อยู่เหนือกาลเวลา

คยูฮยอนอยากเป็นพ่อมด เพื่อใช้ช่วงเวลายาวนานนั้นมองหน้าทงเฮแบบนี้

โจวคยูฮยอนกำลังจะเป็นบ้า!!

 


“ไอ้บ้าเอ๊ย!!!!!”

 

0.0

 

“ฉันยังนอนไม่อิ่มเลย มาปลุกทำไมวะ?!!”


ไอ้มือที่อยากจะเป็นมือวิเศษตอนนี้มันอยากเป็นมือฆาตรกรรมคนตัวเล็กปากเก่งขึ้นมาซะแล้วสิ


คยูฮยอนอยากจะจับหัวฟูๆนั่น โขกเข้ากับกะโหลกตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด!

“อีทงเฮ!”

“คนจะนอน” เร็วกว่าคำพูด ทงเฮคว้าผ้าห่มติดมือมาแล้วก็ตวัดคลุมหัวตัวเองเตรียมจะเอนตัวลงนอน จริงๆทงเฮน่าจะได้เอนหลังนอนอีกรอบให้ฝันให้จบถ้าไม่ติดที่อะไรแข็งๆซึ่งมาขวางทางนอนของเขาอยู่..


โจวคยูฮยอน!!


“อยากนอนก็นอนสิ”

“แล้วจะนอนยังงัยล่ะ? ก็นายเล่นมานอนขวางอย่างเนี้ย!!” มือเล็กๆตะปบเข้าที่ปกเสื้อนักเรียนของคยูฮยอนแล้วออกแรงทึ้งมันจนเกือบขาดคามือ แต่กับคนที่ทำตัวเป็นตัวขวางความสุขกลับยิ้มเผละ ส่งตาวิ้งๆใส่สนุกสนาน

“ยากอะไร ก็นอนแบบนี้งัย” เจ้าของแขนยาวๆช่างรู้หน้าที่เสียนี่กระไร เขาเอื้อมมือไปกดท้ายทอยของดีเจคู่หูให้ซบลงบนอกตัวเองหน้าตาเฉย

“ไม่เอา ไม่นอนแล้ว!” ทงเฮดิ้นขลุกขลักอยู่บนตัวของคยูฮยอน เขาส่งเสียงโวยวายพร้อมกับดันตัวเองออกมาเต็มแรง

“ฮ่าๆ”

 

“แล้วจะไปไหน?” คยูฮยอนรีบถามพอเห็นอีกคนดีดตัวออกอย่างรวดเร็ว

“ไปเรียน!” คนตัวเล็กตวาดเป็นคำตอบ มือไม้ก็จัดชายเสื้อให้ยุ่งไปหมด

“โหย~ ไปเรียน น่าเบื่อจะตาย” คนตัวยาวหงายท้องลงแหมบกับเตียง แล้วทำเสียงอู้อี้จนทงเฮต้องเท้าเอวมองสภาพ เขาเห็นตัวขี้เกียจมันเกาะยั้วเยี้ยเต็มตัวคยูฮยอนไปหมด

“น่าเบื่อ แต่ก็ต้องไป”

“ทงเฮ” อยู่ๆ ไอ้คนสันหลังยาวมันก็เด้งตัวเองจนหลังตั้งฉากกับเตียง มือไวพอๆกันยื่นคว้าจับมือของทงเฮไว้

“อะไร?”

“อยู่เป็นเพื่อนหน่อย”

“.....”

“น้า!! ทีฉันยังอยู่เป็นเพื่อนนายเลย นี่ฉันอุตส่าห์โดดเรียนคาบแรกเพื่อมานอนเฝ้านายเลยนะเนี่ย”

เหตุผลของคยูฮยอนช่างเรียกเอาคะแนนความสงสารจากทงเฮได้จนติดลบ เขาใช้ลูกไม้เสียงออดเสียงอ้อน กับลูกกะตาหมาจิ้งจอกที่ลอกคราบกลายเป็นหมาชิสุ .. จนในที่สุด ทงเฮก็ใจอ่อน


..จริงๆแล้ว นายมันไอ้หมาบ้า!..

คนตัวเล็กทิ้งก้นลงกระแทกที่นอนนุ่มๆจนมันยวบ เขายังคงทำหน้าเส็งเคร็งใส่คยูฮยอนได้อย่างคงเส้นคงวา

“เออ ก็ได้”

“’งั้น..เล่น เอ็กซ์-โอ กัน!”

 

.

.

.

 

ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ห้องพยาบาลมันไม่ขลังหรือว่ายังงัย เมื่อวานฮยอกแจซองมินก็เนรมิตมันเป็นสนามเด็กเล่นไปครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ทงเฮกับคยูฮยอนยังจะใช้มันเป็นเหมือนห้องนั่งเล่น ขีดเขียนเกมส์แล้วก็หัวเราะเสียลั่นห้อง

ไม่ได้นึกเกรงอกเกรงใจอาจารย์หน้ายับที่ทำหน้ายู่เป็นปลาบู่อยู่ตรงเค้าน์เตอร์ซะมั่ง!


“เออ ทงเฮ”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเลิกคิ้วถามกลับ “อะไร?”

“ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อยน่ะ”

“เรื่อง?”

“ฮยอกแจกับซองมิน”

“เห?” ทงเฮหยุดคิดว่าจะกากบาทลงช่องไหนดี แล้วเปลี่ยนมาคิดว่าจะทำหน้าแบบไหนใส่คยูฮยอนดี

“อื้ม เรื่องของฮยอกแจกับซองมิน” คยูฮยอนย้ำ

“ทำไมเหรอ?”

“ฉันสงสัยน่ะ ว่าสองคนนั้นเค้าเป็นอะไรกัน”

“เป็นอะไรกัน?” ทงเฮถามกลับงงๆ ก่อนจะตอบไปแบบงงยิ่งกว่า “ก็เป็นเพื่อนกันน่ะสิ ถามได้”

“เพื่อนงั้นเหรอ?” คยูฮยอนทำเป็นเขี่ยปลายดินสอเข้ากับคางตัวเองอย่างครุ่นคิด เขาชำเลืองหางตามองคนตัวเล็กที่ตีหน้ายุ่งเป็นยุงตีกันตรงหน้า แล้วค่อยๆเปรยออกมา “เพื่อน..เค้าเล่นกันแบบนั้นเลยเหรอ?”

“แบบไหน!!”

ตาโตๆของทงเฮ ทำให้สุนัขจิ้งจอกหางกระดิก

“ก็เมื่อวาน ตอนเย็น หลังจากที่ฉันมารับนายที่ห้องพยาบาลน่ะ แล้วตอนที่ฉันกลับมาหากระเป๋าตังค์ที่ตกไว้..”

“อือ จำได้”

“ฉันเห็น.......สองคนนั้น”

“เห็น?”

“อื้อ” คยูฮยอนพยักหน้า เขากำลังยืดเรื่องให้ยาวที่สุด เพื่อที่จะทำให้ความอดทนของอีทงเฮย่นระยะลงมากที่สุดเช่นกัน

“เห็นอะไร รีบๆเล่ามาเซ่!!”

คยูฮยอนหัวเราะหึ “เห็นซองมินกับฮยอกแจนอนกอดกันอยู่บนพื้น ซองมินอยู่ข้างบน ฮยอกแจอยู่ข้างล่าง” คนเล่าเล่าเอื่อยๆเหมือนกับเห็นหมานอนแทะกระดูกอย่างนั้น แต่กับคนฟัง ตอนนี้ถ้าเปลือกตามันฉีกออกจากกันได้ ทงเฮคงได้ไปนอนให้หมอเย็บแผลอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วแน่ๆ

“หมายความว่า สองคนนั้น............!?”

“อือ.......”


เขาไม่ได้ใส่ความเห็นตัวเองลงไป ปล่อยให้ทงเฮคิดเองแหละ ดีแล้ว

หึ

หึ

 

 

..

 

 

ทงเฮกับคยูฮยอนเข้าเรียนอีกทีก็ตอนบ่าย และแน่นอนว่าแค่เห็นหน้า ซองมินก็ถามซะจนเลือกตอบไม่ถูก

ไปไหนมา?

ไปอยู่ที่ไหน?

แล้วเป็นอะไร?

ทำไมไม่เข้าเรียน?

ไปกับนายนั่นได้ยังงัย?


แต่สิ่งที่มันแน่นอนยิ่งกว่านั้น ก็คงจะเป็นคำตอบล่องหนของอีทงเฮ ที่เจ้าตัวตอบคนถามด้วยรอยยิ้มแห้งๆเท่านั้น

 


ผู้ชายตัวเล็กเป็นอันดับ 3 ของห้อง กำลังตั้งอกตั้งใจกับประติมากรรมรูปปั้นดินตรงหน้าจนแม้แต่แมลงหวี่ก็ยังไม่กล้าบินเข้าใกล้

ทงเฮเป็นพวกไม่ถนัดศิลปะ ดังนั้นเขาจึงต้องตั้งใจเป็นพิเศษเพื่อผลงานที่ออกมาดีที่สุด

“ทงเฮ!”

“เฮ้ย!!” เจ้าของชื่ออุทานลั่น หน้าสวยๆของเค้าบิดทันทีเมื่อมองไปเห็นสันจมูกเบี้ยวๆของรูปปั้น

“อ๋าย..ขอโทษน้า ทงเฮ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” เสียงออดๆอ้อนๆกับใบหน้าสำนึกผิดของซองมินนั้นขับไล่ความบูดบึ้งจนเผ่นแน่บ ทงเฮถอนหายใจพร้อมกับห่อไหล่ ก่อนจะสะบัดหน้าไล่เอาความโกรธออกไปอีกระลอก แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนตัวอวบ

“มีอะไร?”

“เอานี่มาให้ดู” ซองมินยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า ทงเฮเห็นแล้วมู่หน้า ..มือเลอะแต่ดินแบบนี้แล้วจะรับมันมาอ่านได้ยังงัยเล่า..
“ใบรายชื่อพี่เลี้ยงค่าย”

“ค่ายเหรอ?”

“ช่าย ที่เราเคยคุยกันงัย ว่าถ้าค่ายนี้มาเมื่อไหร่เราจะสมัครเป็นพี่เลี้ยงกันไม่ใช่เหรอ?” ซองมินกางกระดาษแผ่นนั้นออกแล้วจิ้มนิ้วชี้อวบๆลงไปตรงหน้ากระดาษ “ฉันลงชื่อให้นายแล้ว นี่..คู่กับฉันด้วย”

“แล้วฮยอกแจล่ะ หมอนั่นก็บ่นว่าอยากเป็นพี่ค่ายอยู่นี่นา” ทงเฮถามพร้อมกับหันไปทางเพื่อนตัวผอมที่กำลังทำลายรูปปั้นอยู่กับคยูฮยอน สาบานว่ามันทำลายแม้จะดูเหมือนพวกมันพยายามสร้างสรรค์ก็ตาม

“ไม่รู้สิ อ่า,, เห็นว่าจะคู่กับคยูฮยอนมั้ง”

“สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่” อีทงเฮตั้งคำถาม แต่อีซองมินตอบโดยการพองลมเต็มแก้มพร้อมส่ายหัว

 

 


..

 

 


ถ้าเทียบกับ ผู้หญิงหน้าตาน่ารักๆซักคน กับลูกบอลเก่าๆโสโครกไปด้วยคราบโคลน ตัวเลือกตัวแรกดูน่าสนใจกว่าเยอะ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมผู้ชายเกือบ 90% บนโลกใบนี้ ถึงเลือกที่จะวิ่งตามไอ้ลูกกลมๆ แล้วอัดส่งกรอบสี่เหลี่ยมที่เรียกเท่ห์ว่า ‘โกลล์’

และดูเหมือนสองหนุ่มก็จะเป็น 2 ใน 90% ของมนุษย์เพศชายดังกล่าวเช่นกัน


“เฮ้!! คยู” ฮยอกแจส่งเสียงเรียกเพื่อนใหม่ตัวสูงซึ่งกำลังละล้าละลังอยู่หลังคู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย ส่งผลให้เจ้าของชื่อครางหือในคอ และเมื่อฮยอกแจขยิบตาส่งไปให้ คยูฮยอนก็ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้กัน

เด็กหนุ่มตัวสูงวิ่งตัดคู่แข่งในทิศที่ไม่มีใครคาดเดาได้ จากนั้นก็รับบอลมาจากฮยอกแจ เลี้ยงเพียงไม่กี่ก้าวก็อาศัยจังหวะเหมาะเหม็งเล็งเป้าหมาย แล้วเตะลูกอัดมุมเข้าให้ ก่อนที่จะเฮกันลั่น พร้อมๆร่างผอมของฮยอกแจก็ถลาเข้าใส่อารามดีใจ


เย้!!

ทงเฮที่มองดูทั้งคู่เล่นบอลอย่างเป็นจริงเป็นจังกระโดดตัวลอยตามไปด้วย ก่อนจะมารู้ตัวแล้วก็กลับมาสงบเสงี่ยมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสนามบอลเบื้องหน้าตอนที่ซองมินเดินถือกระเป๋าเข้ามาหา

“กลับบ้านกันเถอะ”

“ซองมินกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวเราขอ....เอ่อ...” ก็เพิ่งจะตีหน้าใสซื่อทำเป็นไม่สนใจไปเมื่อตะกี๊นี้เอง จะหลุดแล้วหรือนี่? ทงเฮงับปากตัวเองได้ทันเวลา แล้วหันมาจ้องเพื่อนตัวอวบตาแป๋ว

“วันนี้เราต้องไปหาซื้ออุปกรณ์มาทำบอร์ดเตรียมเข้าค่าย แล้วก็ต้องไปทำงานต่อที่บ้านฉัน ลืมไปแล้วหรือไง”

“อ่า จริงด้วยสิ”

“ป่ะเร็ว เดี๋ยวงานไม่เสร็จแล้วจะต้องอยู่ดึกนะ ฮึ่ย! แต่ยังงัยถ้ามันจำเป็นต้องอยู่ดึกเราก็ขออนุญาตแม่ของนายได้อยู่แล้วนี่นา แต่เอาเถอะ ไม่ให้เสียเวลา” ซองมินพูดเอง เออเองเสร็จสรรพก็ลากทงเฮให้ลุกตามมาด้วย

เจ้าตัวเล็กที่ไม่เคยขัดซองมินได้อยู่แล้วก็เลยต้องทำตัวเบาให้เพื่อนสนิทลากตัวไปได้อย่างง่ายดาย

 

 


ฮยอกแจกับคยูฮยอนนอนแผ่อยู่กลางสนามอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง การเสียเหงื่อมากๆแล้วก็วิ่งมากๆมันดึงเอากำลังกายของพวกเขาหายไปเกือบครึ่ง แต่มันก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะอย่างนี้แหละมั้งพวกเขาถึงหลงเสน่ห์การออกกำลังกายจนโงหัวไม่ขึ้น

“ปกติเล่นหนักขนาดนี้เลยเหรอ” คยูฮยอนเป็นคนที่ถามคำถามนี้ขึ้นมา จริงๆเขาสังเกตอาการของเพื่อนใหม่ได้ตั้งแต่อยู่ในสนามแล้ว ฮยอกแจดูเหมือนคนที่พยายามใช้แรงเพื่อลืมเรื่องบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังกำจัดความฟุ้งซ่านในความคิดของตัวเองอยู่

“เป็นอะไร เรื่องซองมินอ่ะดิ่”

คยูฮยอนถามได้ตรงจุดจนอีกคนถึงกับอุทานเฮ้ย เขาหัวเราะหึตามสไตล์พลางขยับตัวลุกขึ้นเป็นท่าชันเข่า “รู้หรอกน่า แค่สายตาก็รู้แล้ว”

“อ่ะ....เอ่อ.....” คนตัวผอมกระอั่กกระอวลพิลึก เขารู้สึกเหมือนโดนคยูฮยอนเสดาะกลอนไขความลับสุดยอด “ฉัน คือฉัน.....”

“เออ เข้าใจ” เข้าใจในที่นี้คยูฮยอนเข้าใจจริงๆ เขารู้ว่าฮยอกแจคงจะอายที่อยู่ๆเพื่อนใหม่ที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วันก็รู้เข้าซะแล้วว่าเขาแอบชอบเพื่อนตัวเอง และฮยอกแจก็คงจะไม่ร้อนรนอย่างตอนนี้ หากว่าเพื่อนคนนั้นจะไม่ใช่ อีซองมิน ที่เป็นผู้ชายด้วยกัน

แต่ก็นั่นแหละ คยูฮยอนดันรู้เข้าซะแล้ว ว่าฮยอกแจแอบชอบซองมิน!

“นายต่างหากที่ไม่เข้าใจฉัน”

“เห?” อีกคนเอียงคอสงสัย จนกระทั่งคยูฮยอนจำเป็นจะต้องไขข้อข้องใจให้เร็วที่สุด

“นายชอบซองมิน แต่รายนั้นดันไปแอบชอบอีทงเฮ....” พูดมาถึงตรงนี้ ฮยอกแจก็เริ่มจะกระจ่างขึ้นมาบ้างนิดหน่อย แต่กระนั้น คำว่า–ทำไม-ในหัว มันก็ยังมีปริมาณเกินมาตรฐานอยู่ดี

“อยากสมหวังกับซองมินมั๊ยล่ะ?”

“นายช่วยฉันได้งั้นเหรอ?”

“แหง ไม่รู้รึงัย ว่าฉันน่ะ โจวคยูฮยอน เชียวนา”


“อ้าว ไอ้นี่! โจวคยูฮยอนแล้วงัยวะ???”

 

“ฉันก็จะจีบทงเฮน่ะสิ”

 

 

 

..

 

 

 

บ้านของซองมินไม่มีอะไรเปลี่ยนไป นอกจากความหลากหลายของพันธุ์ไม้ที่คุณแม่ที่น่ารักของซองมินจะสรรหามันมาประดับประดาให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น อีทงเฮเดินหอบม้วนกระดาษแข็งเข้าบ้านอย่างทุลักทุเลเพราะมืออีกข้างกำลังตั้งหน้าตั้งตาดึงเอามือถือเครื่องจิ๋วออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้ได้

...ใครมันส่งข้อความมาวะ?...

“อีทงเฮใจง่าย แค่เสียงข้อความดังก็ต้องเปิดดูด้วย ...090130xxxx ไอ้หมาป่า”

“โจวคยูฮยอน..” ทงเฮเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ดันหลงกลพลาดไปตกหลุมที่ไอ้ดีเจกวนตีนมันขุดพรางเอาไว้

“นายก็ใจง่ายเหมือนกัน แน่จริงก็อย่าอ่านดิ่!”

เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างชำนิชำนาญ ก่อนจะกดส่งข้อความแล้วหัวเราะมาดร้ายดัง หึหึหึ

“ทงเฮ!! ทำไมไม่เข้ามาล่ะ?”

คนถูกเรียกสะดุ้งโหยง เงยหน้าทำตาโตใส่เพื่อนร่างอวบที่กวักมือเรียกอยู่หน้าประตูบ้าน ข้างหลังมีคุณแม่คนสวยยืนยิ้มบางเป็นแบคกราวน์ที่น่าดูชมเชียวล่ะ นิ้วชี้กับนิ้วกลางร่วมมือกันเพื่อปิดเจ้าฝาพับของโทรศัพท์ก่อนจะยัดเยียดส่งต่อไปให้กระเป๋ากางเกง ก่อนที่เรียวขาไม่สั้นไม่ยาวจะรีบวิ่งตุ่บๆไปตามทางเดินที่ลาดด้วยหินสีแปลกตา

“มาแล้วๆ”


คุณแม่ของซองมินยังใจดีเหมือนเดิม ขนมนมเนยนี่ประเคนให้เสียเต็มโต๊ะ ไม่แปลกใจเลยซักนิดว่าทำไมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถึงได้เนื้อแน่นน่ากอดแบบนี้ ทงเฮผงกหัวขอบคุณด้วยใจจริงแล้วก็รีบคว้าเอาเจ้าคุกกี้เข้าปากเคี้ยวกรุบๆแก้มตุ่ย

“พอมั๊ยจ้ะ ทงเฮ ไม่พอแม่มีเค้กชอคโกแลตอีกนะ?”

“โห แม่ กลัวไอ้ทงเฮมันจะไม่อ้วนตายรึงัย?”

“แม่ก็กลัวว่าซองมินจะแย่งทงเฮเค้ากินหมดน่ะสิ”

ทงเฮหัวเราะก๊ากแทบสำลัก จนซองมินต้องส่งสายตาคาดโทษแล้วก็เบ้ปากอย่างเคืองๆมาให้ ถึงได้สะดุดกึกแล้วยิ้มแหยๆบอกกับคุณแม่ยังสาวไปว่า “ไม่เป็นไรฮะ”

“โกรธอ๋อ?” เจ้าตัวเล็กกระโดดกอดเอวเพื่อนตัวอวบหนึบแล้วกระซิบถามข้างหูทันทีที่ร่างเปรียวบางของผู้เป็นแม่ลับขอบประตูออกไป

“หึ! ป่าวซะหน่อย” ซองมินตอบอู้อี้

“ทำแก้มป่องแบบนี้ โกรธแหงๆ” ไม่พูดเปล่า มือไม้ก็ไวคว้าไปบีบแก้มย้วยนั่นจนแดงแปร๊ด

“ฉันไม่ได้โกรธซะหน่อย” แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็ยังเถียงข้างๆคูๆจนทงเฮต้องออกแรงรัดที่เอวให้มากขึ้น

“ถ้าอย่างนั้น ไอ้ที่แก้มป่องๆนี่ อยากให้ฉันหอมล่ะสิ”

“ไม่ใช่นะ!”

แต่ช้าไป ทงเฮแปะจมูกขโมยความหอมจากแก้มนุ่มได้ซะก่อน ทำเอาซองมินหน้าขึ้นสีแดงเถือกเหมือนโดนขยี้แก้มมากกว่าจะแค่โดนหอมซะอีก

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!!”

ทงเฮดีดตัวเองออกมานอนตีพุงหัวเราะกลิ้งอยู่กับพื้น ทำประโยชน์เป็นผ้าถูพื้นให้ซองมินไปโดยไม่ตั้งใจ แต่แล้วก็ต้องพุ่งพรวดขึ้นมาเพราะเสียงริงโทนที่บอกว่ามีข้อความส่งมาหา

“ฉันดูเอง” ทงเฮประกาศทันทีที่เห็นว่าซองมินกำลังจะคว้ามือถือเขาไปดู

ปกติซองมินกับทงเฮสนิทกันจนรู้ไส้ในกันหมดแล้ว กะอีแค่ข้อความ..การที่จะเปิดดูแทนกันก็ไม่เคยจะถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้น การที่ทงเฮห่วงมือถือแบบนี้ มันถึงเป็นที่ผิดสังเกตจุดเบ่อเริ่มที่ทำให้ซองมินต้องขมวดคิ้วฉับ

ใบหน้าหวานสวยของอีทงเฮพองออกเหมือนโกรธใครเป็นแรมปีแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ได้ในพริบตาราวกับเล่นมายากล

ซองมินพยายามไม่ใส่ใจกับเรื่องส่วนตัวของเพื่อนมากนัก และพยายามหางานใส่ตัวเองเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ซักครู่ทงเฮก็คลานกุลุกๆมาช่วยทากาวอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม แต่พอข้อความมาก็ต้องคลานหลุนๆกลับไปเปิดอ่านพร้อมกับส่งกลับที่ตรงมุมห้อง เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่งจนนี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

และเรื่องที่ซองมินตั้งให้มันเป็นพาดหัวข่าวตัวใหญ่โตกลางหัวใจ ก็ไม่พ้นเรื่องที่อีทงเฮยิ้มกว้างเป็นผีแป๊ะยิ้มเข้าสิง


“ทงเฮ ปิดมือถือได้มั๊ย?” เมื่อความอดทนหมด ซองมินก็โพล่งออกมาเสียงเย็นเฉียบจนทงเฮที่กำลังพิมพ์ข้อความอยู่ชะงักและเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย

“ทำไมอ่ะ?”

“ก็นายเอาแต่ส่งข้อความ แล้วก็ไม่ช่วยฉันทำงานเลยน่ะสิ”

“ปกติซองมินก็ทำคนเดียวอยู่แล้วนี่นา....” ทงเฮว่าอ่อยๆ แต่ซองมินเม้มปากจนเป็นเส้นตรง “โอเคๆ เดี๋ยวฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายแล้ว นะ.....!” เพื่อนตัวขาวยิ้มสำนึกผิดใส่แล้วก็รีบก้มหน้าก้มตาพิมพ์เมซเสซที่เหลือให้เร็วที่สุด

“อารมณ์เสียมาจากไหนเนี่ย?” ทงเฮถามซองมินที่เอาแต่ทากาวไม่สนใจเขา ทงเฮมองตามมือซองมินก็เห็นว่ากาวมันชุ่มจนจะกลายเป็นทะเลสาบกาวได้อยู่แล้ว

“โกรธที่ฉันไม่ช่วยทำงานเหรอ? แต่ว่า..มันก็ไม่มีอะไรให้ฉันทำแล้วนี่นา” มือเล็กๆตามไปเปิดนู่นแงะนี่ดูก็เห็นว่ามันเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง

“ฉันจะไปอาบน้ำ” ซองมินว่าก่อนจะลุกพรวดออกจากโต๊ะตรงดิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า ค้นหาชุดนอนเสียงดังจนทงเฮคิดว่าซองมินจะทำลายตู้สีชมพูหลังโปรดเข้าแล้วซะอีก ซองมินไม่ยอมหันหน้ามามองทงเฮจนกระทั่งร่างอวบๆนั่นหายลับไปในห้องน้ำและปิดกระแทกด้วยบานประตูสีเดียวกับตู้เสื้อผ้า วอลเปเปอร์ เตียงนอน และสลิปเปอร์รูปคิตตี้


((Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr))

เหวอ!~

ทงเฮสะดุ้งจนเผลอเขวี้ยงความคิดเรื่องซองมินออกนอกหน้าต่าง เขาก้มดูหน้าจอที่กะพริบเป็นชื่อไอ้ดีเจหมาป่าแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น

“รัย?”

((รับโทรศัพท์เพราะๆไม่เป็นรึงัย?))

ทงเฮจิ๊ปาก ก่อนจะประชดประชันกลับไป “ว่างัยครับคุณโจวคยูฮยอนสุดหล่อ”

((ไม่ว่างัยหรอกครับ อีทงเฮที่น่ารัก))

“แหวะ”

((อ้าว? พูดความจริงนะเนี่ย หรือว่าชอบให้ด่า ฮึ?))

“มีรัย?”

((โหย ยังไม่ทันได้ชื่นใจก็เข้าโหมดเดิมอีกละ))

“ถามว่ามีอะไร ถึงได้โทรมาเนี่ย?”

((เพื่อนสนิทโทรหากันแล้วผิดเหรอ?))

“อย่าเอามาอ้างนะ”

((นายสัญญาแล้ว))

“นายบังคับให้ฉันสัญญา”

((แล้วมันเสียหายยังงัยล่ะ กะแค่เป็นเพื่อนสนิทกับฉันเนี่ย อีทงเฮ))

ตัวใบ้กระโดดดึงปากบนกับปากล่างของอีทงเฮประกบเข้าหากันดังฉับ ทงเฮตอบไม่ได้...ทำไมอีทงเฮถึงตอบไม่ได้เล่า

ไม่อยากเป็นเพื่อนสนิทของคยูฮยอนงั้นเหรอ?

แล้วอยากเป็นอะไร?


เป็นอย่างอื่น หรือไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้น

 

((เงียบทำไม))

“เปล่าเงียบซะหน่อย”

คราวนี้คยูฮยอนเงียบบ้าง และทงเฮก็เพิ่งรู้ว่าเวลาที่คยูฮยอนไม่เถียงกลับมามันทำให้เขาใจหายวาบได้เหมือนกัน

((อีทงเฮ))

“อะไร?”

((รู้มั๊ย ว่าฉันโทรมาทำไม))

“ก็ฉันถามนายแล้ว แต่นายหาเรื่องไม่ตอบ”

((แล้วอยากรู้มั๊ยล่ะ?))

“.....”

((อยากได้ยินเสียง))

หัวใจของอีทงเฮกระตุกวาบ ดวงตากลมโตกะพริบปริบปรือแบบคนตั้งตัวไม่ทัน “ก็ได้ยินกันอยู่ทุกวัน เวลาจัดรายการน่ะ”

((มันไม่เหมือนกันหรอก))

“ไม่เหมือนยังงัย?”

((เวลาจัดรายการ มีคนทั้งโรงเรียนได้ยินเสียงนาย แต่เวลาคุยโทรศัพท์ มีแต่ฉันที่ได้ยิน))

“ทำไม เสียงฉันเพราะล่ะซี่”

((อือ...เหมือนเสียงของนางฟ้าเลย))

ทงเฮไปต่อไม่ได้แล้วนะ โจวคยูฮยอน...นายกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่เนี่ย.....จะกลั่นแกล้งอะไรกันอีกแล้ว!!

“หมดเรื่องจะคุยรึยัง?”

((พรุ่งนี้ไปรับนะ เหมือนเดิม))

“แต่วันนี้ฉันค้างบ้านซองมิน อุ๊บ!” มือบางตะปบปากทันทีที่เผลอหลุดความลับสุดยอดให้กับหมาจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์เสียแล้ว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคยูฮยอนไม่รู้จักบ้านซองมินก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย

((โอเค เดี๋ยวไปรับที่บ้านซองมิน))

“จะบ้ารึงัย นายรู้จักบ้านของซองมินด้วยเหรอ?”

((จะยากอะไร โทรถามฮยอกแจก็ได้))

หา!! ทงเฮอ้าปากค้างจนลมวูบเข้าท้อง “อย่ามานะ ก็ฉันจะไปโรงเรียนกับซองมิน ถ้านายมา....”

((งั้นก็ไปตั้งแต่เช้ามืด ตอนที่ซองมินยังไม่ตื่น ฮ๊าววววววววววว~ ง่วงแล้ว อีทงเฮฝันดีนะ อย่านอนดึกล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่สวย))

“โจวคยูฮยอน!!~”

((บ๊ายบาย ทงเฮ))


ทงเฮอยากจะปาเจ้าโทรศัพท์ใส่กำแพงเสียจริง มาร้องติ๊ดเติ๊ดอะไรแถวนี้เล่า คนเค้ายังไม่เคลียร์เว้ย!!

แต่พอหันหน้ากลับไป เจ้าตัวก็เผลอโยนความคิดเรื่องคยูฮยอนลงหน้าต่างแล้วเก็บเอาความคิดเรื่องซองมินขึ้นมายัดใส่สมองแทน “แหะๆ”

เพื่อนตัวกลมปิดไฟพรึ่บพร้อมกับจ้ำเท้าขึ้นเตียง ดึงผ้าห่มคลุมตัวเหมือนคลื่นยักษ์ที่โถมใส่พวกนักเซิร์ฟแล้วก็ขดตัวกลมไม่พูดไม่จา

..เป็นอะไรหง่ะ?..

 

 

..

 

 


คำพูดของคยูฮยอนถ้าเอาไปขายคงได้หลายตังค์เว้ยเฮ้ย!!

เพราะเช้ามืดไก่ยังไม่ตื่น ร่างสูงยาวเข่าดีประดุจนายแบบก็มายืนทำมารยาทเสียกดออดหน้าบ้านซองมินเสียแล้ว เขาจิ้มนิ้วชี้ลงบนเครื่องอินเตอร์โฟนและยืนรออย่างใจเย็น ไม่นานนักคุณนายลีก็เดินหัวยุ่งออกมาชะโงกหน้าถาม

“มาหาใครแต่เช้าหรือพ่อหนุ่ม?”

คยูฮยอนยิ้มเสน่ห์กระจายให้คุณแม่ยังเด้งและตอบเสียงนุ่มแบบที่ชอบใช้เวลาอัดรายการ “ผมคยูฮยอนฮะ มาหาทงเฮครับ เห็นทงเฮบอกว่าเค้ามาค้างที่นี่”

“ใช่จ้ะ ใช่...แต่ว่า คงยังไม่ตื่นหรอกจ้ะ” คุณนายลีเปิดประตูให้เด็กหนุ่มเป็นเชิงเชิญให้เข้ามาข้างในก่อน และคยูฮยอนก็โค้งต่ำอย่างนอบน้อมและเดินตามเข้าไป....รับรองได้ว่าภาพพจน์ที่เจ้าตัวแสดงไปนั้น ถูกอกถูกใจแม่ของซองมินดังโป๊ะเป็นแน่แท้

หน้าตาหล่อเหลาเอาการ
ผิวพรรณดีแบบพวกมีชาติตระกูล
หนำซ้ำยังมารยาทงดงามประหนึ่งเทพบุตร
น้ำเสียงก็ยังเสนาะหูราวบรรเลงด้วยเครื่องดนตรี


ป๊าด!! ใครไม่ปลื้มให้มันรู้ไปดิ่!


“เอ่อ..ถ้าผมจะรบกวน..”

“ว่ามาเลยจ้ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเต็มอกเต็มใจ จนคยูฮยอนยิ้มกริ่ม

“คือว่า ผมกับทงเฮเป็นดีเจของโรงเรียนน่ะครับ แล้วก็จำเป็นจะต้องไปโรงเรียนแต่เช้าด้วย เลยอยากจะรบกวนให้คุณน้า......”

“จะให้แม่ไปปลุกทงเฮหรือจ้ะ ได้เลยๆ เอ้อ...ชื่ออะไรนะ คยู...?”

“บอกว่าเพื่อนสนิทก็ได้ครับ”

“อ้อจ่ะ เพื่อนสนิท”

“เอ่อ.....ไม่ต้องปลุกซองมินก็ได้นะครับ ผมไม่อยากรบกวน”

“อ้อ จ้ะ ได้จ้ะ”


คยูฮยอนยิ้มรับรอยยิ้มของแม่ของซองมินไว้อย่างนอบน้อมและมองตามร่างเปรียวบางไปจนสุดขอบบันไดเวียนเล็กๆ และทันใดนั้น รอยยิ้มเด็กดีก็ผันตัวเองเป็นเด็กเก(ย์)ได้ในพริบตาเดียว

 


“ทงเฮจ้ะ ทงเฮ....” คุณนายลีสะกิดเบาๆที่หัวไหล่ของเพื่อนลูกชาย เสียงงอแงแบบเด็กๆดังแผ่วๆให้รู้ว่าทงเฮเริ่มจะรู้สึกตัวแล้ว “มีเพื่อนมาหาจ้ะ”

“เพื่อน!!”

“ใช่จ้ะ เห็นบอกว่าเป็นดีเจ อ้อ...เค้าให้น้าบอกทงเฮว่าเป็นเพื่อนสนิทของทงเฮน่ะจ่ะ”

ขี้ตาแตกกระจายกลายเป็นผุยผงเมื่อตาบางแหกออกจากกันอย่างรวดเร็ว ....มันเอาจริงหว่ะ....

ทงเฮทำหน้าตาตื่นเกินพิกัดจนคุณแม่ยังสวยเลิกคิ้วด้วยความฉงน แต่ก่อนจะได้ซักไซ้กันให้ได้งงเล่น เด็กหนุ่มตัวกะทัดรัดก็วิ่งฉิวเข้าห้องน้ำไปแล้ว

พอดีว่าทงเฮมาบ้านซองมินบ่อย พวกเสื้อผ้าทั้งชั้นในชั้นนอกก็เลยตกค้างอยู่บ้านซองมินเยอะพอสมควรเหมือนกัน ไม่สิ...เยอะมาก จนแทบจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองได้แล้วมั้ง

ทงเฮกระชากเอาเสื้อนักเรียนออกจากไม้แขวนและสวมมันด้วยความเร็วสูง ก่อนจะติดเกียร์หมาลงบันไดตึงๆไปข้างล่าง และแล้วทงเฮก็ไม่ได้ฝันจริงๆ หน้าหล่อกวนบาทาลอยไปลอยมาอยู่ตรงหน้านี่เอง คยูฮยอนยิ้มแฉ่งและรีบก้าวเข้ามาหา

“ไม่ต้อง ฉันจะเดินไปเอง” ทงเฮหมายความว่า อย่ามาใกล้กูจะได้มั๊ย??

 

“รีบกันมั๊ยจ้ะ เดี๋ยวรอทานแซนวิชก่อนนะ” เสียงหวานๆของคุณนายลีดังมาจากในครัว ซึ่งทั้งสองหนุ่มก็หันไปหา คยูฮยอนเป็นคนตอบ

“พอมีเวลาน่ะฮะ”

“มาทำไม” ทงเฮถามเมื่อได้อยู่ด้วยกันสองคนโดยมีห้องนั่งเล่นสีชมพูเป็นโลเคชั่นหวานแหวว

“มารับนาย....ไปเรียนด้วยกัน” คยูฮยอนต่อประโยคให้จบแล้วยักคิ้วข้างซ้ายกวนๆ 1 ที ทงเฮเบ๊หน้าและก่อนที่จะได้งับเอาหัวไอ้หน้าหล่อเลวนี่เป็นเบรกฟาสท์เสียก่อน กลิ่นแซนวิชก็ลอยมาเตะจมูกจนดั้งเกือบหัก

“มาแล้วจ้ะ”

คยูฮยอนเดินไปนั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกินข้าวสีขาวสะอาด แต่ทงเฮไม่ได้ทำแบบนั้น เขาโค้งหัวให้คุณน้าที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนลายหัวใจแดง และยิ้มบางๆ “ผมไปแล้วนะฮะ เดี๋ยวผมกินไอ้นี่ระหว่างทางก็ได้” ว่าแล้วก็คว้าเอาแซนวิชติดมือมาแล้วเดินดุ่มๆออกจากบ้านจนอีกหนึ่งชีวิตเพศชายถึงกับหน้าชา

คุณแม่ของซองมินส่งลูกตาโตๆมาให้เขา และคยูฮยอนก็ยิ่งอับอายขายขี้หน้าเข้าไปใหญ่ เขาโค้งหัวทั้งปากยังงับแซนวิชคาไว้แล้วเผ่นตามไอ้ตัวแสบไปติดๆ

“อีทงเฮ.....”
“อีทงเฮ!!”
“นายทำให้ฉันขายหน้า แล้วแม่ซองมินก็ต้องสงสัยเรื่องเราสองคน” เขาใส่ไปเสียชุดใหญ่ แต่ทงเฮทำแค่ยกแซนวิชขึ้นมางับและมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ

“โอเคๆ ฉันจะไม่ว่านายแล้ว.....เช้าวันนี้ มันต้องดีที่สุดถึงจะถูก!”

คยูฮยอนเร่งฝีเท้าตามคนตัวเล็กไปติดๆ จนเมื่อระยะห่างมันพอเหมาะพอดี เขาก็โถมตัวเข้าล็อคคอทงเฮไว้ด้วยแขนข้างขวา ปลายคางตามไปวางไว้บนไหล่เล็กอย่างถือวิสาสะ

“เฮ้ย!!”

“กินด้วย!!” เขาว่าพร้อมกับคว้าข้อมือเล็กๆของทงเฮข้างที่มีแซนวิชที่ถูกกัดไป 1 คำขึ้นมากัดต่อเป็นคำที่ 2

“เฮ้ย!!! ของนายก็มีนี่!!!”

“กินนาย.....” คยูฮยอนเอียงคอจนปลายจมูกอยู่ห่างจากแก้มใสไม่ถึงเซนต์ แล้วแก้ประโยคให้ถูกต้อง “กินของนายอร่อยกว่าตั้งเยอะ”

 

 

 

TBC

กาเท่เร่ :: ฟิคคืนชีพ!!! *ชาร์ตพลัง*

มาด้วยความงงๆ อารมณ์ว่าไปหาเปิดไฟล์เก่าขึ้นมาอ่าน แล้วพออ่านเรื่องนี้ พร้อมๆกับฟังเพลง ไม่รักอย่าทำให้คิด ของ Peck Aof Ice แล้วมันโดนอ่ะ ปุ๊บ..ตอนแรกว่าจะแต่ง ซีวอน*เท่เร่ เอาไปลง ไร่ข้าวโพด ไปๆมาๆ ลุย waltz in ต่อดีกว่า ได้มาเลย ฟิคป่วงๆ อารมณ์ป่วยๆ ที่ไม่ค่อยมีอนาคตเสียเท่าไหร่ เอิ๊กกกกกกกก

ติดตามกันก็ได้ ไม่ติดตามก็ได้ไม่ว่ากัน

ไปละนะคั๊ฟ ฟิ้ววววว~

ไม่รักอย่าทำให้คิด || Peck Aof Ice