● |SF| Title : 8-9-3 |nc-18|
posted on 12 May 2008 23:16 by kyuhae in Short-ficลืมบอก ว่าเค้าเปลี่ยนธีมแล้ว กด F5 ด้วยจ่ะ
Title | 8-9-3
Couple | Kyuhyun x Donghae
Authur | katere
ท่ามกลางลานกว้างปูด้วยหินขัดมันปลาบสีเปลือกไม้ ไร้ซึ่งสรรพเสียงอื่นใดเว้นเสียแต่เสียงของลมหายใจอันหนักหน่วง ดวงตาวาวโรจน์ที่ล้อมกรอบด้วยเปลือกตาคมกริบนั้นหยุดนิ่งไม่ไหวติง...ไม่สามารถตีความที่แฝงตัวอยู่ในนัยน์สีชาอันนั้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกจับจ้องก็ไม่อาจละสายตาออกไปไหนได้
ราวถูกสะกดนิ่ง
“ยามาดะ ทาดะโยชิ”
เจ้าของชื่อทำเพียงกระชับฝ่ามือเข้ากับด้ามดาบให้แน่นขึ้น หากแต่ไม่ได้กล่าวคำใดออกไป
“รู้รึเปล่า...ว่าดวงตาของเธอ เหมือนกับพ่อของเธอไม่มีผิด”
“ฉันรู้ และไม่ต้องการให้ใครคอยย้ำ”
“แต่ฉันเป็นเพื่อนของยามาดะ เธอน่าจะรู้ดีนี่”
“ไม่มีประโยชน์หรอก กะอีแค่เพื่อนทรยศ!”
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเขียวขี้ม้ายิ้มเยาะในที ท่อนขาเรียวยาวก้าวเข้าหา 1 ก้าวพร้อมๆกับที่เด็กหนุ่มขยับข้อนิ้วเพื่อกระชับดาบในมืออีกครั้ง ก่อนที่น้ำเสียงแหบพร่าน่าขยะแขยงนั้นจะดังให้ได้ยิน “ถ้าอย่างนั้น....เธอก็คงจะมาเพื่อแก้แค้นล่ะสิท่า”
“เปล่า......ฉันไม่เคยถูกสอนให้รู้จักแก้แค้น แต่ถูกสอนให้ทำตามคำสั่ง” เด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายตอบเรียบๆ ในน้ำเสียงมีเพียงเจตนาบอกเล่า ไม่ได้สั่นโคลงหรือดุดัน
“หมดเรื่องที่จะพล่ามหรือยัง หืม??” เขาถามซ้ำ คิ้วข้างซ้ายกระตุกเป็นลางดี
“ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือ ก่อนที่จะไม่โอกาสได้พูด”
“ถามตัวเองจะดีกว่า” ผู้อ่อนวัยกว่าตอกกลับและยิ้มเย้ยหยัน
“ก็ดี”
สายลมเย็นเฉียบวูบผ่านผิวแก้มจนเกิดริ้วแดงจัด เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าหวานราวอิสตรีขบฟันกรามเข้าหากันจนแน่น ดวงตาอันแน่วแน่มุ่งตรงไปยังร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง ท่อนแขนแข็งแรงสมส่วนยกขึ้นจากระดับเดิมเล็กน้อยเพิ่มความถนัดถนี่ในการจู่โจม แสงเงาวับที่สะท้อนเข้าตาเปรียบเสมือนสัญญาณแห่งการเริ่มต้น
“”วิถีดาบซามูไร จะเน้นการตั้งรับไม่จู่โจม””
คำพูดของผู้เป็นพ่อดังขึ้นกลางหัว เขามองเห็นคมดาบจากอีกฝ่ายสะท้อนวิบวับกับแสงแดดสีส้มจัด
“”ความใจเย็นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การฟันดาบมีประสิทธิภาพ””
ใบหน้าโอบอ้อมอารีย์ที่ถูกเคลือบแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามของบิดาปรากฏชัดเจน เสียงฝีเท้าหนักๆเคลื่อนเข้าหาอย่างรวดเร็ว
“”วิถีของซามูไร จำต้องฝึกจิตให้รู้สึกถึง 'ความไม่มีตัวตน' ในขณะเดียวกันต้องจับทิศทางการเข้ามาของฝ่ายตรงข้าม รู้ถึง 'ความมีตัวตน' ที่อยู่ตรงหน้า””
เขาชักดาบออกจากฝัก เสียงดาบแหวกม่านอากาศดังหวิดหวิว เกิดแรงลมมหาศาลปะทะกับใบหน้าจนชาร้าว หากแต่ดวงตาสีอ่อนกลับสงบนิ่งไม่วูบไหว เขาตวัดปลายคาตานะออกไปข้างหน้าตามทิศทางลม ขยับข้อมือในท่วงท่าอ่อนช้อย เสียงฉาดดังก้องในโสตประสาทพร้อมกับความร้อนจัดที่สาดกระเซ็นไปทั่วใบหน้า
อั่ก!
เด็กหนุ่มสลัดคราบเลือดออกจากคมดาบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าไม่ได้ละสายตาออกจากคู่ต่อสู้เลยแม้แต่นิด
“ท่านรำดาบสวยดี”
เขาว่า ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบทางดาบที่พุ่งเข้าหาอย่างเฉียดฉิว เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นแขนซ้ายแต่ไม่มีเวลามากพอให้ก้มดูว่าร่องรอยแผลนั้นลึกมากเพียงใด ท่อนขาเล็กทว่าแข็งแกร่งเคลื่อนไหวรวดเร็ว ร่างทั้งร่างเบาหวิวและลอยขึ้นจากพื้นดิน ก่อนจะทิ้งตัวเองลงอย่างสง่าผ่าเผยเบื้องหลังชายสูงวัยกว่า
“ปากดีนัก!” เด็กหนุ่มได้ยินเสียงเฟี้ยวอีกครั้ง คมดาบพุ่งตรงแหน่วแต่เขาทำเพียงถอยเท้าขวาไปข้างหลัง 1 ก้าวเท่านั้น รูปร่างที่เล็กกว่าไม่ใช่ข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบ การควบคุมจิตใจเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเกมส์นี้ใครคือผู้ชนะ
มือบางกระชับดาบมั่นไว้ตรงบริเวณอก ตั้งปลายดาบชี้ฟ้าและวิ่งตรงไปข้างหน้า ฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง
ย๊าห์!!!
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน เขาจ้องเขม็งไปที่ร่างไร้วิญญาณที่นอนจมกองเลือดตรงหน้า
เกมส์นี้เขาชนะ
แสงสีส้มแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มสลัดปลายดาบไล่หยดเลือดข้นทิ้งอีกครั้ง ก่อนจะเก็บเข้าฝักดังเดิมเป็นอันจบกระบวนท่า
เงาสีดำทะมึนของตึกร้างล้อมกรอบจัตุรัสแห่งนี้จนดูวังเวง เขาหันหลังกลับและก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคงทิ้งไว้เพียงเสียงกรอบของใบไม้แห้งยามเมื่อพื้นรองเท้าผ้าใบเหยียบทับมันลงไป
ลมเย็นต้นฤดูใบไม้ผลิช่วยให้อาการหนักหัวทุเลาลงไปได้อย่างเหลือเชื่อ เขาชอบที่จะต่อสู้ตัวต่อตัว ชอบที่จะได้ประลองคมดาบกับศัตรูเพราะทุกครั้งที่ได้ก้าวเท้าเข้าไปในสนามรบ มันเหมือนกับเขาได้ย้อนเวลาไปเมื่อยังมีพ่อ
รอบข้างไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตนอกจากตัวเขาเอง เสียงกรอบแกรบของถุงพลาสติกดังบ้างเพื่อขับไล่ความเงียบ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงการเคลื่อนไหวของบางอย่างกระทบโสตประสาท
“เอาเลย อย่ากลัวดิ่”
“เร็ว!”
เด็กหนุ่มร่างผอมบางเงี่ยหูฟังทว่ายังอยู่ในท่วงท่าเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขาเคลื่อนฝีเท้าไปข้างหน้าและหยุดอยู่แค่นั้น
พุ่บ!
“เอ่อ........” ชายหนุ่มตัวสูงที่เขากะประมาณเอาว่าน่าจะมีส่วนสูงมากกว่าเกือบ 10 เซนต์เซถลาออกมาจากหลืบมุมตึกคล้ายโดนแรงผลัก ใบหน้าเรียวยาว ดวงตารีเรียว จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางเฉียบกอรปกันเป็นรูปหน้าที่เข้าข่ายหล่อคม เขาพินิจคนตรงหน้าอย่างระแวดระวังเพียงครู่เดียว ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ก็ผลักดันให้มือบางเอื้อมไปกระชากปกเสื้อยูนิฟอร์มแบบเดียวกันและจับร่างสูงนั้นกระแทกปึกเข้ากับกำแพงปูนใกล้ๆ
“โอ๊ย!!”
“ใครส่งนายมา?”
“พ...พี่ทงเฮ ผม.....ผมแค่จะมาสารภาพ....โอ๊ะ!”
“สารภาพ?” –ทงเฮ-ย้ำคำให้แน่ใจว่าไม่หูฝาดไป
ชายหนุ่มตัวสูงเปลี่ยนสีใบหน้าของเขาจนกลายเป็นสีซีดเผือด เขาขยับแขนข้างตัวและทงเฮก็รีบยั้งมันเอาไว้ด้วยแรงรัดที่ลำคอและมีดสั้นที่จ่อชิด
“จะทำอะไร?!!” ทงเฮถามเสียงแข็ง แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าดื้อรั้นที่จะขยับแขนเพื่อดึงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้ได้ “ฉันถามว่าจะทำอะไร?”
“ผม โจวคยูฮยอน ปี 1 ห้อง A” เขาแนะนำตัวเองเสียงหอบถี่ ทงเฮกดฝ่ามือลงไปอีก คยูฮยอนหน้าเบ๊แต่พยายามฝืนพูดให้จบ “ผม.....แอบชอบพี่ น.....นี่ จดหมายสารภาพรักของผม”
ทงเฮเหลือบมองแผ่นกระดาษสีขาวในมือของชายหนุ่มและรีบตวัดสายตากลับขึ้นมาอย่างไม่ไว้วางใจ เขาจับอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับผนัง ก่อนจะยันฝ่าเท้าไว้กลางอกสามศอกและกระชากเอาจดหมายนั่นมาอ่าน
เขากวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คยูฮยอนลุ้นจนแทบขาดใจ
ตึ่กตั่ก ตึกตึก ตักตัก
“แต่ฉันเป็น--ยากูซ่า—นะ” ทงเฮลดขาลงและเก็บมีดสั้นลงกระเป๋าหลังของกางเกงนักเรียน
“เอ่อ....ผม...คิดว่าผมรับได้”
“ชอบฉันจริงอ้ะ?”
คยูฮยอนพยักหน้าอย่างไม่ลังเลใจ ทงเฮยิ้มมุมปาก ดวงตาเป็นประกาย “งั้นก็....พิสูจน์สิ”
“ได้..ได้” รอยยิ้มของเขาลดลงเมื่อมองเห็นร่างเล็กเต็มสายตา ร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีแดงสด ไม่เว้นแม้แต่บนผิวแก้มใส “พี่ทงเฮ พี่ไปโดนอะไรมา”
“ถามมาได้” ทงเฮยียวนกลับ
“แต่ว่า....”
“พูดเองไม่ใช่เหรอ? ว่ารับได้” ทงเฮช่วยเตือนความจำให้กับรุ่นน้องตรงหน้า ก่อนจะไขว้มือขวาเพื่อเลิกแขนเสื้อซ้ายขึ้นจนเห็นหัวไหล่ รอยแผลลึกเป็นทางยาวประจักษ์แก่สายตาของโจวคยูฮยอน
“จัดการไอ้นี่ที”
คำสั่งที่แสนจะง่ายดายที่จะพูด แต่กลับยากที่จะทำได้ คยูฮยอนมองคราบเลือดที่ยังไม่แข็งตัวและไหลซึมออกจากปากแผลไม่มีหยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
แคว้ก!
เขาฉีกชายเสื้อนักเรียนของตัวเองท่ามกลางดวงตาเป็นประกายของอีทงเฮ ...เปล่าทึ่ง ก็แค่คิดว่าไอ้เด็กนี้ไม่ได้ซื่อบื้อก็เท่านั้น...
“ไม่คิดจะล้างแผลก่อนหรืองัย?” คำถามลองเชิงที่มีแต่ผู้หยั่งรู้เท่านั้นที่จะตีความหมายออก
เรียวตาคมดุที่เจ้าตัวไม่ได้พยายามแสดงมันออกมาทว่าทงเฮกลับมองเห็นเหลือบขึ้นสบกับดวงตาหวานเชื่อมของคนเป็นพี่ ทงเฮยิ้มหวานก่อนที่ใบหน้าหล่อจัดจะก้มลงต่ำกว่าเดิม
ริมฝีปากหนักสวยทำหน้าที่ตีกรอบบาดแผลเจ็บแสบนั้น เรียวลิ้นร้อนที่เปรียบเสมือนสำลีชุบแอลกอฮอล์ไล้เลียปากแผลอย่างไม่รังเกียจ คยูฮยอนเลียคราบเลือดและรับรู้ถึงรสชาติของมัน ดูดเฟ้นจนคาวเลือดหายไปในโพรงปากก่อนจะละออกมาและจัดการพันแผลให้จนเรียบร้อย
...ฉลาดดีนี่...
ทงเฮยิ้มกระหยิ่มมองโครงหน้าของเด็กหนุ่มด้วยความสนอกสนใจ มือบางเอื้อมคว้าเรียวหน้าหล่อจัดอันนั้น รั้งเข้าหาจนถึงระยะที่จะสามารถบดขยี้ริมฝีปากกันได้
เรียวลิ้นเล็กทว่าช่ำชองชอนไชเข้าไปในโพรงปากอุ่น กวาดเอาโลหิตของตัวเองกลับคืน อีทงเฮเอียงหน้าเพื่อให้องศาการฉกชิงคาวเลือดทำได้ถนัดมากกว่าเดิม และคยูฮยอนเองก็ดูจะเต็มใจที่ร่างเล็กทำแบบนั้น
“รสชาติเป็นแบบนี้นี่เอง มิน่า...ใครต่อใครถึงอยากได้เลือดฉันกันนัก”
กาเท่เร่ ภูมิใจนำเสนอ
……………….
………..
…….
….
..
“8-9-3 เมียผมเป็นยากูซ่า!”
ให้เสียงภาษาไทยโดย "พันธมิตร"
เช้าที่ทั่วทั้งบริเวณโรงเรียนอัดแน่นไปด้วยหนุ่มสาววัยเฮี้ยวก็ยังเป็นเช้าที่ไม่ได้มีอะไรมาทำให้มันเปลี่ยนแปลงไป อีทงเฮก้าวเท้ายาวๆฟังเพลงจากไอพอดคู่ใจพลางฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ไปตามระเบียงทางเดินที่แออัดจนต้องซิกแซกหาทางไปให้รอด ดวงตากลมสอดส่องไปข้างหน้าเพื่อหาช่องว่างให้กับตัวเองอย่างไม่รีบร้อนนัก
“พี่ทงเฮ!”
เจ้าของชื่อหันขวับและจ้องมองชายหนุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาเคียงกันด้วยดวงตาดุเดือด
“ให้ผมถือให้นะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้คัดค้าน โจวคยูฮยอนก็จัดแจงร่นกระเป๋าสะพายหลังของอีกฝ่ายไปจนหลุดออกจากสองแขนเล็กแล้วเหวี่ยงข้ามไหล่เอาไปสะพายไว้เองอย่างถือวิสาสะ
“ตัด 5 คะแนนสำหรับการก้าวก่าย” ทงเฮทิ้งประโยคที่ทำให้คยูฮยอนห่อเหี่ยวทันตาเห็นไว้ ก่อนจะกระชากเอากระเป๋าคืนไปและก้าวเท้ายาวๆหนี
“อะไรวะ?” เด็กหนุ่มเกาหัวแคร่ก
วันนั้นก็เพิ่งจะได้คะแนนจากการทำแผลไป 20 คะแนน มาวันนี้อยู่ดีๆก็ตัดคะแนนกันซะงั้น
อย่าลืมเด่ะ คะแนนเต็มมันตั้ง 100 เชียวนะ
ใช่....วันนั้น หลังจากจูบกันเสร็จ ไอ้เราก็หลงดีใจคิดว่าจะได้คบกัน ที่ไหนได้ ดันตั้งกติกาบ้าๆบอๆด้วยการทำดีแลกกับคะแนนให้เต็ม 100 ก่อนถึงจะตกลงปลงใจคบหากันได้!!
ทำไมการจะรักพี่มันถึงได้ยากเย็นอย่างนี้นะ!!!
คยูฮยอนสบถหยาบคายจนเด็กผู้หญิงแถวนั้นหันมามองพร้อมทำสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ใส่ เขาจึงต้องเลือกที่จะกระทืบเท้ากลับเข้าห้องเรียนตัวเองด้วยอารมณ์เซ็งๆอย่างไม่มีทางเลือกอื่น
“อีทงเฮเจ้าเก่า เธอยังไม่ได้ส่งการบ้านนะจ้ะ”
“ผมส่งไปแล้ว!!”
“สมุดเปล่า พร้อมภาพวาดรอยสัก ฉันจำได้ว่าสั่งให้เธอทำการบ้านคณิตศาสตร์นี่จ้ะ....” ครูสาวยิ้มน่าเกลียด ก่อนจะเงื้อมือเขวี้ยงสมุดวาดรูปเล่นของอีทงเฮเปรี้ยงตรงกลางแสกหน้า
โอ๊ยยยยย!!
“โธ่โว้ยยยยยยยย!!” เสียงห้าวตะโกนก้องกลางสนามฟุตบอลในช่วงพักกลางวันที่นักเรียนกว่าค่อนโรงเรียนอพยพเข้าโรงอาหารกันหมดแล้ว จะมีก็แต่คนบ้าหน้าสวยคนเดียวนี่แหละที่โรคบ้ากำเริบอุตริมาแหกปากกลางแดดจ้าที่ส่องลงกลางหัว
อีทงเฮ
เขาขว้างสมุดการบ้านฉบับจริงอย่างไร้ทิศทางจนกระทั่งเกิดเสียงร้องโอ๊ย!
คยูฮยอนที่กำลังยัดข้าวเข้าปากสำลักจนหน้าเขียว เส้นผมสีดำสนิทยุ่งเหยิงเหมือนเคยมีนกมาทำรังกันเป็นครอบครัว
ชายหนุ่มตัวสูงตวัดสายตามองลงไปยังพื้นหญ้าที่มีเม็ดข้าวกระจัดกระจาย บนห่อข้าวของเขามีสมุดการบ้านหน้าปกเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนวางทับไว้ เขาไอแค่กและด่าพ่อล้อแม่ของคนที่เขวี้ยงสมุดมาทั้งที่จับตัวการไม่ได้
“ใครวะ!!”
หนุ่มตัวสูงทะลึ่งตัวและมองข้ามพุ่มไม้ไป แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของคนกระทำผิด เขาทรุดตัวลงตามเดิมอย่างหัวเสียและกระชากสมุดเฮงซวยนั่นขึ้นมาดู
อีทงเฮ ปี 3 ห้อง E
เย็นนั้นคยูฮยอนมุ่งหน้าไปยังตึกเรียนของนักเรียนปีสุดท้ายอย่างแน่วแน่ เขาเผลอผลักเด็กนักเรียนหญิง-ชายจนเซไปกี่คนก็คร้านจะนับได้ ตอนนี้เขาขยันที่จะไล่ตัวอักษรจาก A ให้ถึง E โดยเร็วมากกว่า ฝ่าเท้าที่ห่อหุ้มด้วยผ้าใบคลาสดีวิ่งตึงๆอย่างรู้งาน
“มานี่!!”
เฮ้ย!!
โดยไม่รู้ตัวเลย เขาก็ถูกคนที่ตั้งใจมาหาคว้าท่อนแขนให้เดินตามไปเสียแล้ว คยูฮยอนปรับสมองให้ปราศจากคำว่างงไปตลอดทางจนกระทั่งถูกผลักจนแผ่นหลังกระแทกปึงเข้ากับผนังกระเบื้องในห้องน้ำชายชั้น 3
“พี่ทงเฮ?!”
“ใช่ ฉันเอง”
คยูฮยอนขมวดคิ้วและหรี่ตามองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ท่าทางจะอารมณ์เสียเต็มพิกัด
“50 คะแนน แลกกับการเป็นเป้านิ่งให้ฉันซ้อม”
“เฮ้ย!!”
“60”
“85 จะได้ครบร้อย”
ทงเฮชักมือขึ้นบีบลำคอของอีกฝ่ายจนแน่น “หรือว่าอยากตาย”
“โอเคๆ 60” แน่นอนว่าคยูฮยอนต้องกลัวตายก่อนจะได้คบกับอีทงเฮอย่างเป็นเรื่องเป็นราวอยู่แล้ว เขาพยักหน้าเนือยๆและหลับตานิ่ง ยอมรับชะตากรรม
อีทงเฮกำมือจนเกิดเป็นเสียงกรอบของกระดูกอ่อน และเกิดรอยปูดโปนของเส้นเลือดหลังกำมือ ใบหน้าขาวอมชมพูแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดราวกับจะแผ่รังสีความร้อนออกมาได้
พลั่ก!!
อ่อก!!
ตุ่บ!!
ตั่บ!!!
ทงเฮทั้งต่อย ทั้งเตะ ทั้งอัด จนร่างของคยูฮยอนร่วงกราวไปกองกับพื้น เขาหายใจอย่างหอบหน่วงและเสียงดังโฮกฮาก หน้าอกบางสะท้อนขึ้นลงรัวเร็วคล้ายจะระเบิด กำมือคล้ายออกก่อนจะก้มมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ทั้งใบหน้าและแขนขาถูกประดับประดาไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว
“ไหวมั๊ย ห้ะ?”
“อืม....” คยูฮยอนตอบพลางซี้ดปากที่ถูกแรงต่อยจนเลือดซิบ
ทงเฮทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พิงหลังกับผนังอย่างเหนื่อยอ่อน
“เครียดเรื่องอะไรมา?” คยูฮยอนถาม
“อย่าถาม แล้วถ้านายยังเซ้าซี้ฉันจะเอาคะแนนคืน 30 คะแนน”
“โอเคๆ” คยูฮยอนตอบปลงๆ และหลับตานิ่งอยู่ข้างๆกัน
“เจ็บป่ะ?”
“นิดหน่อย”
“จะเอาของปลอบใจมั๊ย?”
“เห?” คยูฮยอนเลิกคิ้วกับคำถามแปลกๆนั้น กว่าจะกระจ่างได้ก็ตอนที่คนตัวเล็กเค้าเอ่ยปากนั่นแหละ
“ให้จูบ”
“จูบ? ให้ผมจูบพี่เหรอ?”
อีทงเฮทะลึ่งตัวและทำท่าจะประกบปากเสียเอง แต่คยูฮยอนเร็วกว่าคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ได้ก่อน “ผมจูบเอง” จบประโยค คยูฮยอนเบียดริมฝีปากลงไปและออกแรงดันให้อีกฝ่ายชิดติดผนัง ดูดเม้มกลีบปากแดงจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบก่อนจะเริ่มทำสงครามรุ่มร้อนกับเรียวลิ้นเล็กที่สู้ไม่มีถอย
อีทงเฮ....สมกับเป็นยากูซ่าจริงๆ
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
“อยากโดนตัดคะแนนอีกหรืองัย?” คยูฮยอนไม่ได้ตอบคำถามแล้วก็ไม่ได้กระทำการใดที่จะเสี่ยงต่อการถูกตัดคะแนนด้วย เขายิ้มกว้างขวางสาวเท้าแซงรุ่นพี่ตัวเล็กและพลิกตัวเดินถอยหลังเพื่อประจันหน้ากับคนน่ารัก
เขาชูสมุดการบ้านของอีทงเฮไว้ในมือ “เอานี่มาให้ ทำให้เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย”
“ขอบใจ” ทงเฮรับไป แต่ไม่ได้เปิดดู ตั้งท่าจะเดินไปข้างหน้าเหมือนกับกลัวว่าห้องเรียนจะหายอย่างนั้น
“ไม่เปิดดูล่ะ”
“ไม่ดีใจเหรอ ที่ฉันเชื่อใจนาย” ทงเฮตอบหน้าตาเฉย และเร่งฝีเท้าจนนำคยูฮยอนไป “ไม่มีคะแนนสำหรับการทำการบ้านให้ เพราะฉันไม่ได้ขอ”
และแล้ว อีทงเฮก็ไม่พ้นจะต้องทิ้งประโยคแสบๆคันๆให้คยูฮยอนเก็บเอาไปเกาตลอด 3 คาบเรียนในช่วงเช้าจนได้
เที่ยงวันนั้นคยูฮยอนโชคดีที่ไปดักรอรุ่นพี่ทงเฮแล้วไม่เสียเที่ยว เขาเห็นคนตัวเล็กสะพายกระเป๋าด้วยไหล่ข้างเดียวเดินมาแต่ไกล เด็กหนุ่มยิ้มโอเว่อร์และรีบวิ่งเข้าไปหาเพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นทำท่าจะเปลี่ยนเส้นทาง
“ไปกินข้าวกัน”
“เรื่องอะไรฉันต้องไปกับนาย”
“แต่ผมทำคะแนนได้ตั้ง 75 แล้วนะ ถือว่าเยอะแล้ว กินข้าวแค่นี้ไม่ผิดกติกาใช่มั๊ย?”
“ฉันไม่ว่าง”
“จะไปไหน?”
“ต้องให้ย้ำกี่ครั้งว่าอย่าก้าวก่าย” ทงเฮตอกกลับด้วยโทนเสียงแข็งกระด้าง และแววตาไร้ความรู้สึก
“ไปดวลดาบอีกแล้วเหรอ?” คยูฮยอนถามเสียงแผ่ว แต่เจือความเป็นห่วงเป็นใยลงไป ก็หวังเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นมัน
“5 คะแนนจากนาย” และอีทงเฮก็ไม่เคยมองเห็น
“โอเคๆ แต่พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับ” เขาฝืนยิ้มจนเกิดเป็นภาพเด็กหนุ่มเม้มปากจนเป็นขีดเดียว ทงเฮจ้องตาเขม็ง
“เย็นนี้รอกลับบ้านพร้อมกัน” ว่าแล้วก็กระชับสายเป้ที่กำลังจะไหลออกจากบ่าให้เข้าที่และสาวเท้าเดินจากไป กระนั้น...บนใบหน้าของเด็กหนุ่มตัวสูงก็ก่อเกิดเป็นรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง
ใกล้เข้าฤดูหนาว ท้องฟ้าก็มักจะมืดเร็วกว่าปกติ คยูฮยอนมองไปที่สุดขอบฟ้าสีดำสนิทแสดงถึงความไร้เยื่อใยของแสงอาทิตย์ เขามองมันก่อนจะมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง อีทงเฮก็ปล่อยปละละเลยเค้าไม่ได้ต่างกันเลย
“รอนานมั๊ย?” เสียงห้าวคุ้นหูและแรงกดที่ลำคอส่งผลให้หัวใจของเขาสูบฉีดและทำงานอย่างกระปี้กระเปร่าได้อย่างเหลือเชื่อ คยูฮยอนหันคอเพื่อมองคนตัวเล็กที่ริอาจทำเป็นสูงมาคล้องคอคนตัวโตกว่าแล้วยิ้ม เขาเตือนตัวเองได้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะเอ่ยปากถามถึงชัยชนะแล้วจะพลอยถูกตัดคะแนนไปอีก 5 คะแนน และเปลี่ยนเป็นถามไถ่เรื่องอื่นแทน
“ให้ผมรอทำไม”
“ก็กลับบ้านพร้อมกันงัย” ทงเฮตอบเสียงร่าเริง และรีบต่อความให้จบ “บ้านฉันนะ”
“เห?” คนตัวเล็กไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มรุ่นน้อง-งงไปมากกว่านั้นก็รีบลากคอให้ออกวิ่งไปในทันที
บ้านของทงเฮหลังใหญ่โตกว่าที่คิดไว้ มันเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้สีเขียวขจี เจ้าของบ้านตัวเล็กนำคยูฮยอนเข้ามายังห้องโถงกลางบ้านที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเรียกเป็นห้องรับแขกได้หรือไม่ เขาสังเกตไปรอบๆและพบว่าภายในบ้านหลังนี้ก็ล้วนแล้วแต่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ให้กลิ่นอายเป็นญี่ปุ่นโดยแท้
ถ้ามองไปจนสุดห้องจะเห็นเป็นหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถมองทะลุออกไปเห็นสวนญี่ปุ่นด้านนอกได้ ทงเฮทรุดตัวลงนั่งตรงเบาะสีน้ำตาลกลางห้องหันหลังให้กับเขา และโดยที่ไม่คาดคิด อีทงเฮบรรจงถอดเครื่องแบบนักเรียนออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นรอยสัก Irezumi ที่วาดลวดลายอยู่ทั่วแผ่นหลัง เขาเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใจหนึ่งก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก อีกใจก็ตกใจจนขยับไปไหนไม่ได้เช่นกัน
“ตกใจล่ะสิ?”
“เอ่อ.....จริงๆ..ก็น่าจะทำใจได้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม....”
อีทงเฮหันหลังกลับมา เบื้องหน้าที่ปราศจากร่องรอยการสักและปรากฏเป็นแผ่นอกขาวนวลเนียนเผยตัวท้าสายตา ส่งผลให้คำพูดทั้งหมดทั้งปวงเลือนหายไปในลำคอ คยูฮยอนเข่าอ่อนจนต้องทรุดตัวลงนั่งบ้าง อีทงเฮยิ้มได้ใจก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าท้องซึ่งมีรอยแผลเป็นทางยาวฝังเอาไว้
“ฉันจะให้นายเย็บไอ้นี่”
คยูฮยอนกระตุกเฮือก เขาเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลนั้น ทันใดเขาเคลื่อนตัวเข้าหาทันที “พี่ทงเฮ พี่.....”
“ด้ายอยู่ในนั้น”
“ห้ะ?!!”
“ด้ายอยู่ในนั้น”
“แต่ว่า....”
“ไม่มีแต่” คนตัวเล็กชี้มือไปที่มุมหนึ่งของห้องซึ่งมีหีบไม้วางอยู่ คยูฮยอนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะยอมเดินไปค้นเอากล่องด้ายและเข็มสำหรับการเย็บแผลมาตามคำสั่ง
คยูฮยอนมือสั่นในทุกครั้งที่ปลายเข็มมุดหายเข้าไปในผิวเนื้อของทงเฮ เขากัดฟันแน่นพอๆกับที่ทงเฮเองก็ทำเพื่อข่มความรู้สึกเจ็บ น้ำตาคล้ายจะล้นขอบตาหลายต่อหลายครั้งแต่เขาก็ต้องกลั้นมันเอาไว้
ไม่อยากให้พี่ต้องเจ็บแบบนี้
“เสร็จแล้ว” เขาบอกเสียงเบาเมื่อพันผ้ากอซรอบเอวบางจนเสร็จเรียบร้อย ดวงตารีเรียวเผลอสบเข้ากับดวงตากลมโตที่จงใจสบตอบกันมา
“ไม่อยากให้ฉันเจ็บเหรอ?”
คยูฮยอนไม่มีกะจิตกะใจที่จะมาทึ่งกับการที่ทงเฮเดาใจเขาได้ ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาอยากจะทำ นั่นคือการขอร้องให้พี่ทงเฮเลิกเป็นยากูซ่าเสียที
“หรือว่าอยากมีเซ็กส์กับฉัน?”
คิ้วคู่หนาขมวดหนึบทันทีที่ประโยคล่อแหลมนั้นจบลง อีทงเฮเคลื่อนมาข้างหน้าสบตากันอีกครั้งก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จนชิด “พี่ทงเฮ....”
“หืม?”
“ตรงนี้??”
“อืม...ตรงนี้” คนตัวเล็กยืดตัวเพื่อประกบปากให้แนบสนิท แต่คยูฮยอนตั้งรับทันและพลิกตัวเองไปเป็นฝ่ายรุก คยูฮยอนยังรู้จักการใช้ลิ้นให้เป็นประโยชน์ เขาไล่ต้อนลิ้นเล็กที่ดื้อรั้นไม่ผิดแปลกไปจากเจ้าของและพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้มันยอมศิโรราบแต่โดยดี แต่ประสบการณ์ของเขาคงยังน้อยไป เพราะอีทงเฮกลายเป็นฝ่ายรุกที่ร้ายกาจไปเสียแล้ว เขาคร่อมตักของโจวคยูฮยอนและดันร่างของเขาให้นอนราบไปกับพื้น
“พี่ทงเฮ....ผม...ผมไม่รับนะ” เด็กหนุ่มพูดดักอย่างหวาดกลัว ทงเฮยิ้มกริ่มก่อนตอบเสียงแหบพร่า
“ฉันก็ไม่ได้ให้นายรับอยู่แล้ว” พูดจบ แผ่นอกก็แอ่นสูงจนอยู่ในระดับสายตาของคยูฮยอน เม็ดสีชมพูโชว์เด่นล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า และเขาก็ไม่รอช้าที่จะครอบครองมัน ปลายลิ้นชื้นไล้เลียดุนดันจนเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มและแข็งเป็นไตรับสัมผัส คยูฮยอนลักไก่ด้วยการฝังเขี้ยวลงกับผิวเนื้อเพื่อสร้างรอยรักให้โดดเด่นท่ามกลางผิวขาวดุจหิมะ
เสียงแคว่กดังจากเสื้อนักเรียนของโจวคยูฮยอนเป็นครั้งที่สอง อีทงเฮโน้มหน้าเพื่อชิมรสผิวเนื้อเด็กหนุ่มบ้าง “หวาน...”
คยูฮยอนครางต่ำในลำคอและไม่ยอมแพ้ที่จะขบเม้มซอกคอขาวจนเกิดเป็นปื้นแดง
“อ้ะ!” ทงเฮเผลอร้องเพราะความเจ็บ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ฉันไม่ยอมให้หรอกนะ” ว่าแล้วก็ฝังเขี้ยวตัวเองลงไปบ้าง จากนั้นก็ลามปามลามถึงใบหู ฝ่ามือเล็กโอบรอบท้ายทอยของคยูฮยอนและกดจูบนำทาง เขาจูบรับอย่างหนักหน่วง มือหนาลากไล้เค้นคลึงตัวแผ่นอกนุ่ม แต่ไม่ลืมหน้าที่สำคัญ มันเลื่อนลงต่ำเพื่อปลดตะขอกางเกงนักเรียนของอีทงเฮที่กลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ไปเสียแล้ว
“หิวจะแย่แล้ว” เด็กหนุ่มประกาศก้องพร้อมกับกางเกงเนื้อบางที่เลื่อนไปกองที่ปลายเท้า อีทงเฮเงยหน้าขึ้นปล่อยให้ปลายเส้นผมสีอ่อนตกระใบหน้าของเขาอย่างเย้ายวน คยูฮยอนกดยิ้มมุมปากอย่างรู้เท่าทันและมันก็เป็นอย่างนั้นเมื่อมือเล็กเลื่อนลงเพื่อให้อิสระกับเจ้าแท่งเนื้อที่กำลังคับแน่นอยู่ภายใต้กางเกงสีเข้มของเขาบ้าง
“จะไถ่โทษที่ชกนายวันนั้น โอเค๊?” ดวงตาวาวใสดุจลูกแก้วสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มเพียงแว่บเดียวก็ลอยหายไป อีทงเฮเลื่อนใบหน้าลงต่ำและครอบครองแกนกายของคยูฮยอนด้วยโพรงปากนุ่ม
อ้ะ!
อีทงเฮแอบยิ้มแต่ไม่ลืมจังหวะที่ตัวเองเป็นคนควบคุม ฟันคมครูดกับผิวเนื้อจนเสียวซ่านไปทั้งตัว
“เร็วกว่านี้ พี่ทงเฮ” มือหนาเผลอขยุ้มกลุ่มผมนุ่มด้วยอารมณ์กระสัน ปลายลิ้นเล็กดุนดันอยู่ที่ส่วนปลายเพื่อเร่งให้ถึงฝั่งฝันและไม่นานของเหลวสีขาวขุ่นก็พุ่งเข้าสู่โพรงปากจนสำลัก
แค่กๆ!! อีทงเฮละออกมาและไอจนหน้าแดง คยูฮยอนอมยิ้มกับท่าทางบ๊องๆของคนอวดเก่งจนอีกคนรู้ตัวตวัดสายตาดุๆกลับมาให้
“อร่อยมั๊ย?” เขาเฉไฉ แต่ทงเฮไม่ตอบ
“ให้ทำให้บ้างมั๊ย?”
“ไม่ต้อง” ทงเฮตอบเด็ดเดี่ยวและเริ่มบทรักกันอีกครั้ง เขาปิดทับริมฝีปากหยักสวยของคยูฮยอนก่อนแต่แล้วก็ถูกคยูฮยอนไล่กวดจนต้องยอมแพ้...ยอมให้ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึงอยู่แบบนั้น
คยูฮยอนรั้งใบหน้าหวานให้อยู่ในกรอบสายตาและจูบเบาๆที่กลีบปาก ก่อนที่คำร้องขออันวาบหวามจะหลุดออกมาแผ่วเบา “อยากเข้าไปในตัวพี่แล้ว”
ทงเฮยิ้มขวยเขินแต่กลับขยับตัวนั่งให้มั่นเหมาะ “ไม่เอา...ให้ผมทำเถอะนะ”
“อยากโดนหักคะแนนรึงัย?” ทงเฮเอาเรื่องคะแนนมาขู่อีกแล้ว แต่ถึงขนาดนี้แล้ว...ไม่ต้องขู่ก็ได้ม้างงงง!!
คยูฮยอนอมยิ้มกับท่าทีอวดเก่งไม่เลิกของคนตัวเล็ก แต่ก็ยอมนอนนิ่งๆให้ตามที่อีกฝ่ายต้องการ อีทงเฮขยับตัวขึ้นเป็นท่าชันเข่า แหวกขาอ่อนออกเผยให้เห็นช่องทางรักสีแดงสดยั่วยวนใจ ก่อนจะค่อยๆกดน้ำหนักลงบนแกนกายที่ชูชันตั้งรับช่องทางนั้นอย่างเตรียมพร้อม
อิ๊~
ทงเฮครางสูงเพราะความเจ็บ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร..เขาดึงดันที่จะสอดใส่แท่งเนื้อร้อนเข้าไปจนสุดและยิ้มออกมาอย่างท้าทาย
“อ่ะ…………”
“รู้สึกดีมั๊ย?”
“ร้อนชะมัด มัน...บีบรัดผมด้วย.........พี่ทงเฮ....ขยับสิ...เร็ว”
“รู้แล้วล่ะน่า” ทงเฮว่าและเริ่มขยับตัวอย่างเนิบนาบ แต่เพียงไม่ถึง 2 วินาทีก็แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรงดุจพายุลูกใหญ่ที่ซัดสาดกลางมหาสมุทร อีทงเฮเพิ่มน้ำหนักโดยมีมือหนาของคยูฮยอนกุมที่ข้างสะโพกเพื่อควบคุมจังหวะไปพร้อมกัน
หยดเหงื่ออาบไล้ปลายเส้นผมสีอ่อนของทงเฮจนเปียกชุ่มที่ลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง ทั้งเรือนร่างสะท้อนแสงไฟสลัวเป็นสีชมพูจัด เรียวหน้าวาวใสเชิดขึ้นปละปล่อยเสียงครางดังสนั่นห้อง ปะปนไปกับเสียงเนื้อเสียดเนื้ออย่างหนักหน่วง ส่วนหน้า-ที่คยูฮยอนกอบกุมอยู่ใกล้ปลดปล่อยแล้วและคยูฮยอนเองก็คงกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดในไม่ช้านี้ ทั้งคู่เพิ่มจังหวะจนร้อนแรงจนกระทั่งการกระแทกกระทั้นครั้งสุดท้ายมาถึง
อ๊า~
ใบหน้าหวานพราวเม็ดเหงื่อซุกซบลงกับแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงเพราะแรงหายใจ แก้มใสแนบสนิทอยู่กับผิวเนื้อส่งผ่านความร้อนให้แก่ร่างสูงอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหูนิ่มกับหัวใจของคยูฮยอนอยู่ห่างเพียงแผ่นเนื้อกางกั้น
“ผมรักพี่นะ พี่ทงเฮ”
“อือ”
“ผมรักพี่”
“ไม่ต้องย้ำ น่ารำคาญ”
คยูฮยอนยิ้มกว้างและเลื่อนมือไปลูบหลังคนตัวเล็กที่คงจะผล็อยหลับเพราะเหนื่อยจัดไปแล้ว เขาเลื่อนปลายจมูกซุกไซ้กับเส้นผมเพื่อสูดความหอมจากกลิ่นเหงื่อของอีทงเฮ ประทับจุมพิตแผ่วเบาไว้ข้างขมับ และกระซิบคำบอกรักเบาๆ “ก็ผมรักพี่”
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
วันนี้เป็นวันเสาร์ แต่อีทงเฮหายออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้า ทันทีที่คยูฮยอนตื่นมาและพบกับความว่างเปล่า หัวใจเขาก็หลุดหายไป
“พี่ทงเฮ”
“พี่ทงเฮครับ”
เมื่อคืนพี่ทงเฮเหนื่อยมาก ซ้ำยังมีแผลซึ่งไม่หายดีแน่ๆ แล้วนี่หายไปไหน..ไม่รักตัวเองบ้างเลยหรือ?
คนเค้าเป็นห่วงแทบตาย เคยรู้บ้างมั๊ย?!!!
คยูฮยอนออกตามหาแต่เช้า ตามหาอย่างไร้ความหวังและจุดหมาย เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีทงเฮเลย
“พี่ทงเฮ!!” คยูฮยอนแทบจะโถมตัวเข้าใส่เมื่อกลับมาที่บ้านของรุ่นพี่ตัวเล็กที่ตะลอนหาทั้งวันแล้วพบว่าเจ้าตัวยืนโซเซอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน เจ้าของชื่อหันหน้ามาหาและหยุดฝีเท้าเอาไว้ตรงหน้าประตูบ้าน
คยูฮยอนสาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็วและสำรวจความผิดปกติของร่างกายซึ่งปรากฏอยู่ทั่ว คราบเลือดข้นควั่กที่เกาะตามเสื้อผ้าใบหน้ารวมไปถึงเส้นผม บาดแผลและรอยฟกช้ำมีให้เห็นตามตัว ผ้ากอซที่เลือดสีเข้มซึมออกมาจนเกือบทั่ว คยูฮยอนตั้งท่าจะรัวคำถามใส่แต่อีทงเฮโน้มตัวเข้ากอดเขาจนแน่น
คยูฮยอนพาร่างสะบักสะบอมของอีทงเฮเข้ามาทำแผล ณ จุดๆเดิมของห้องโถงกว้าง และต้องฝืนทนเสียงกัดฟันของอีทงเฮอีกครา
“เลิกเป็นยากูซ่าได้มั๊ย?” เขาโพล่งออกไปอย่างสุดจะทน นิ้วมืออุ่นลาก-วนบรรจงทาขี้ผึ้งเบาๆบนผิวเนื้อสีม่วงเข้มตรงมุมปากก่อนจะหยุดลงในอีกวินาทีต่อมา
ทงเฮเงียบไปพักใหญ่ “หัก 5 คะแนน”
“ผมขอร้อง ผมไม่อยากให้พี่ต้องเป็นแบบนี้”
“10 คะแนน”
“พี่ทงเฮ”
“20 คะแนน!!” ทงเฮตะโกนก้อง คยูฮยอนชะงักไปเพียงนิด
“ผมไม่อยากเห็นพี่เจ็บ....” อีทงเฮประกบปากในทันที เขารั้งท้ายทอยของคยูฮยอนและเบียดริมฝีปากปากจนแทบจมหาย ลิ้นเล็กพยายามรุกรานภายในและคยูฮยอนเองก็ยินยอมไม่มีขัดขืนหรือการตอบรับใดๆ จวบจนกลีบปากแดงล่าถอยไปเอง
“ทำไม?”
“เพราะผมรักพี่ แล้วผมก็ไม่อยากเห็นเนื้อตัวของพี่มีแต่รอยดาบเต็มไปหมดแบบนี้!!”
“ฉันก็รักพ่อ และพ่อก็ต้องการให้ฉันเป็นแบบนี้”
“ไม่มีพ่อคนไหนอยากเห็นลูกต้องทรมารแบบนี้หรอกนะครับ”
ทงเฮเงียบงันไปทันที เขาหลับตาและนึกถึงหน้าพ่อ “ฉันเลิกเป็นไม่ได้”
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ไอหนาวเริ่มปกคลุมค่ำคืนที่อ้างว้าง อีทงเฮซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มโดยมีแผ่นอกกว้างของโจวคยูฮยอนเป็นหมอน ท่อนแขนเล็กวาดตามขวางและกอดรัดร่างสูงจนแน่นเหมือนกับกลัวว่าคนๆนี้จะอันตรธานหายไปในพริบตา
“เป็นอะไร?”
“อย่าถาม”
คยูฮยอนถอนหายใจเสียงเงียบกริบ เขาผงกหัวขึ้นเพื่อก้มมองกลุ่มเส้นผมของคนตัวเล็ก อีทงเฮซุกแก้มเย็นเฉียบจนแนบแน่นก่อนจะยอมผละออกมาเปลี่ยนเป็นยันตัวขึ้นนอนทับร่างสูงเพื่อสบตากันตรงๆ
“รักฉันมั๊ย?”
คยูฮยอนยิ้มอ่อนโยนและเอื้อมมือขึ้นลูบผมอีกฝ่าย เขาสบตานิ่งอยู่กับดวงตาสีชาคู่นั้น “อีทงเฮ....จะเป็นคนๆเดียวที่ผมรัก”
“รักมากขนาดไหน”
“......”
“ยอมตายแทนฉันได้รึเปล่า?”
“พี่ทงเฮ!”
“ตอบสิ คยูฮยอน”
คยูฮยอนพยายามค้นหัวใจของอีทงเฮจากแววตาที่สบกลับมา...พี่คิดอะไรอยู่ จริงๆแล้วพี่กำลังคิดจะทำอะไร?....
“ตอบฉัน!!”
“ได้......” ชายหนุ่มตอบเสียงเบาทว่าหนักแน่นในน้ำเสียง “ผมยอมตายแทนพี่ได้”
ทงเฮตบรางวัลให้กับคำตอบนั้นด้วยการโน้มหน้าลงจุมพิตบนเรียวปากหยักสวย ลิ้นเล็กแลบเลียกลีบปากซีดเซียวนั้นก่อนจะถูกรุกล้ำเสียเอง “อื้มมมม...”
ฝ่ามือหนาไล้แผ่วเบาตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงหัวไหล่เกลี้ยงเนียน และออกแรงพลิกร่างเล็กในจมลงกับเตียงนุ่มทั้งยังไม่ละจูบออกจากกัน คยูฮยอนเลิกชายเสื้อขึ้นเผยเนินอกเรียบเนียนที่กำลังสั่นสะท้าน อีทงเฮไม่คัดค้านที่อีกฝ่ายจะทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเชื้อเชิญให้ลิ้นร้อนชอนไชลงลึกกว่าเดิม และปล่อยให้คยูฮยอนเก็บเกี่ยวความหอมหวานจากเรือนร่างโดยไร้ซึ่งการขัดขืน
เช้าที่อีทงเฮกลัวที่สุดเวียนมาพบปะ เขาผุดลุกขึ้นเมื่อพบว่าข้างกายว่างเปล่า
“คยูฮยอน!!!”
ชายหนุ่มร่างสูงโผล่หน้าออกมาจากครัวและส่งยิ้มกว้างทักทายยามเช้า ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนและตรงดิ่งเข้าสวมกอด ไม่ลืมที่จะมอบมอร์นิ่งคิสรสนุ่มเป็นอาหารเช้า “ว่างัยครับ?”
“ไม่มีอะไร ปล่อย..ปล่อยได้แล้ว”
“อ๊าว? ก็เรียกผมเอง จะบอกว่าไม่มีอะไรได้ยังงัย?”
แต่ทงเฮไม่ฟัง เขาสลัดตัวออกจากอ้อมกอดของคยูฮยอนแล้ววิ่งเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ คยูฮยอนมองตามแล้วก็ได้แต่คำว่าไม่เข้าใจเป็นคำตอบ
ปิ๊งป่อง!
เห? เขาหันเหความสนใจไปที่หน้าประตูบ้าน เอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัย เกือบสัปดาห์ที่เขาย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่ไม่ยักกะมีใครแวะมาหา แล้วนี่ใครกันล่ะ??
เขาชะเง้อคอมองข้ามรั้วไปและพบบุคคลประมาณ 5 คนในชุดสูทสีสันแสบตา จึงยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่
“มาหาใครครับ?”
“ใช่โจวคยูฮยอนหรือเปล่า?”
“อ่า.....ช...ใช่ แล้วรู้ได้ยังงัยว่าผมอยู่ที่นี่”
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
อีทงเฮมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบซึ่งเขียนไว้ในโน้ตกระดาษที่ขาดรุ่งริ่ง ในใจว้าวุ่นจนเกินจะควบคุมมันให้หยุดนิ่งได้ ...ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ไม่เคยเลยซักครั้ง...
ยอดหญ้าเขียวชอุ่มพลิ้วไหวคล้ายเกลียวคลื่นไปตามแรงลมที่วูบไหว อีทงเฮหยุดฝีเท้า ณ บริเวญใจกลางและกวาดตามองออกไปจนสุดสายตา ลมเย็นเฉียบโฉบผ่านใบหน้าจนชา เขาเห็นชายฉกรรจ์ในชุดซามูไรประยุกต์ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม รายล้อมด้วยหมู่บริวารในชุดสูทสีสันแสบตา แต่สิ่งที่ดึงเอาทุกอย่างไปจากตัวของเขาจนเบาหวิวได้ในพริบตาคือร่างสูงของชายหนุ่มที่คุ้นตาดี เพียงแว่บเดียวที่ประสานสายตาเข้าด้วยกัน หัวใจของเขาก็ร่วงหายไป ลมเย็นเยือกปะทะช่องโหว่ตรงหน้าอกซ้ายจนปวดปลาบไปถึงกระดูก
“คิดแล้วว่าแกต้องมา”
“........” อีทงเฮตวัดสายตาไปทางผู้พูด นั่นก็คือชายในชุดซามูไรคนนั้น เขาหายใจเข้าปอดลึกและจ้องเขม็งราวจะฆ่าให้ตายเสียตรงนั้น
“หวังว่าคงไม่ลืมที่ฉันเคยพูดเอาไว้หรอกนะ ส่งของของพ่อแกมา แลกกับชีวิตของคนที่แกรัก”
เสี้ยววินาทีแรก ทงเฮปวดปลาบในที่ที่เคยเป็นที่อยู่ของหัวใจ แต่หลังจากนั้นมันก็หายไปเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่นึกถึงพ่อ “ฉันไม่มีวันส่งของที่มีค่าที่สุดของพ่อฉันให้พวกแกหรอก ไม่—มี—วัน!”
“เก่งนักนี่ ฮึ!” คมเหล็กกล้าสะท้อนวาบเข้าตา
“กฏของยากูซ่า คือไม่ฆ่า คาทากิ”
“แต่ไอ้เด็กนั่นมันเป็นคนของนาย”
“ต่อให้เด็กนั่นตาย พวกแกก็ไม่มีวันจะได้อะไรจากฉัน!!”
โจวคยูฮยอนจ้องเขานิ่งก่อนจะหลับตาลงช้าๆ …อีทงเฮเห็นแววตาสุดท้ายก่อนที่มันจะถูกปิดทับด้วยเปลือกตา แววตาที่มีอิทธิพลมากมายนัก
“”ยอมตายแทนฉันได้รึเปล่า“”
“”ได้.....ผมยอมตายแทนพี่ได้“”
...ขอโทษนะ คยูฮยอน...
อีทงเฮหันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมๆกับที่คมดาบวาววับวาดขึ้นเหนือศีรษะ เกิดเป็นเสียงแหวกอากาศดังก้องไปทั่วบริเวณ หัวใจของโจวคยูฮยอนคล้ายจะหยุดนิ่ง ถ้อยคำจากปากศัตรูแผ่วเบาท่ามกลางเสียงลมอื้ออึง
“แกแน่ใจนะ?”
ทว่าการก้าวเดินของอีทงเฮยังมั่นคง
“”ผมรักพี่นะ พี่ทงเฮ“”
“”ผมรักพี่“”
“”ก็ผมรักพี่“”
“”ผมรักพี่นะ“”
“”พี่ทงเฮ ผมรักพี่“”
“”รัก“”
ฉันก็รักนาย คยูฮยอน
เสียงฉับแหวกม่านอากาศแข่งกับเสียงลมหวิดหวิวดังเสียดหู คมมีดลอยละลิ่วตามแนวลม ลำแขนของอีทงเฮเหยียดตรงพอดีกับที่ปลายโลหะแหลมจมหายไปกับผิวเนื้อ โลหิตข้นสาดกระจายเกาะตามยอดหญ้า ชายร่างสูงในชุดสูทสีม่วงเข้มล้มพับ มือหยาบกร้านกุมลำคอที่โดนมีดสั้นปักจนมิดด้าม ดวงตาเบิกโพล่ง
คยูฮยอนตะลึงงัน และในทันทีการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันทันใดก็เกิดขึ้น อีทงเฮเคลื่อนไหวเร็วราวลมพัด คมดาบแหวกอากาศดังเฟี้ยวฟ้าวอยู่ทั่วบริเวณ ดวงตาแข็งกร้าวปราดมองไปรอบตัวเพื่อหาเหยื่อรายแรก ข้างๆเป็นโจวคยูฮยอนที่เขารักษาชีวิตเอาไว้ได้
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” ร่างเล็กดักก่อนที่เด็กหนุ่มตัวสูงจะเอ่ยปาก สายตาจับจ้องศัตรูรอบทิศไม่ให้คลาด
“ฝีมือเจ๋งดีนี่ ยามาดะ แต่จะเจ๋งได้ซักแค่ไหนกัน หึ!!?”
อีทงเฮฟาดฟันดาบกับสมุนสูทหลากสีอย่างเด็ดเดี่ยว โจวคยูฮยอนที่พอจะมีวิชาป้องกันตัวติดมาบ้างทำได้เพียงกระโดดเตะหมาลอบกัดที่พุ่งหวังทำร้ายอีทงเฮจากด้านหลัง คาวเลือดคลุ้งจมูกพร้อมเสียงฉาด คยูฮยอนก้มมองและพบว่าท่อนแขนมีรอยแผลลึก
“หนีไปซะ”
“ผมทำไม่ได้หรอก!!”
“หนีไป ย๊าห์!!” อีทงเฮเพลี้ยงพล้ำและโดนคมมีดปาดสีข้างเป็นทางยาว เขาทรุดเป็นท่าคุกเข่าแต่มือยังกำแน่นกับด้ามคาตานะ
“พี่ทงเฮ!!” เขาร้องลั่นและส่งแรงถีบให้กับชายสูทเหลืองจนอาวุธในมือมันกระเด็นไปไกล ก่อนจะวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ร่างของอีทงเฮ
แต่ช้าไป....เสียงฉึบดังก้องในโสตประสาท กลิ่นคาวเลือด เสียงโอดครวญ และประกายสุดท้ายจากคมมีด มันคือสิ่งที่โจวคยูฮยอนเห็น
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ความมืดสนิทถูกแหวกออกด้วยลำแสงสว่างจ้า เปลือกตาหนักๆกะพริบปริบไม่กี่ครั้งก็ลืมขึ้นมาได้ เขากลอกตามองตั้งแต่เพด้านสีไม้ไผ่จนไปสุดที่ประตูเลื่อนซึ่งกำลังถูกเลื่อนออกอย่างช้าๆ
อ้ะ!
เมื่อลุกแล้วถึงได้รู้ถึงความเจ็บอย่างร้ายกาจที่บริเวณซี่โครงซ้าย อีทงเฮเอนตัวลงนอนในท่าเก่าโดยมีมือหนาของคยูฮยอนประคองไว้ “แผลยังไม่สมานกัน อย่าเพิ่งลุกนะครับ”
“คยูฮยอน...ทำไมฉัน........”
“สงสัยหรือ ว่าทำไมถึงรอดมาได้ หา? ทาดะโยชิ” เสียงแหบต่ำแต่ทรงพลังนั้นคุ้นหูเสียจนทงเฮต้องหันขวับ รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าและดวงตาเอื้ออาทรคู่นั้นฉายชัด
“ลุง!!!”
“ใช่ ฉันเอง เป็นยังงัย..ไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ย?” ชายวัยกลางคนนั่งลงข้างๆฟูกนอนของเขา ทงเฮที่เคยรู้สึกเจ็บที่บาดแผลอย่างหนักหายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง เขายันตัวลุกขึ้นเองได้โดยที่คยูฮยอนแทบไม่ต้องช่วยพยุงด้วยซ้ำ และยิงคำถามกลับไปแทนที่จะให้คำตอบ
“ลุงมาช่วยผมเหรอ??”
คนถูกถามหัวเราะเสียงดังกังวาน ก่อนจะตวัดสายตามามองหลานชายแล้วตอบคำถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “ก็ใช่น่ะสิ!!”
“แล้วนี่ทำไมถึงได้เสียท่าให้พวกมันอย่างนั้นเล่าฮึ!! ลืมวิชาที่พ่อแกสอนไปแล้วหรืองัย?”
“ผ..ผม ไม่ได้ลืม”
ชายผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับพ่อของเขามองกลับมาด้วยดวงตาเฉียบคม “ฉันอยากคุยกับทาดะโยชิตามลำพัง”
คยูฮยอนเงยหน้ามองชายวัยกลางคน ประมวลคำพูดสั้นๆอันนั้นไม่นานก็พาร่างโปร่งให้เคลื่อนออกจากห้องไป เขาทิ้งสายตาเป็นห่วงเป็นใยให้กับอีทงเฮก่อนที่มันจะถูกปิดกั้นด้วยประตูเลื่อน
“ฉันมันเป็นพวกพูดจาอ้อมค้อมไม่เป็น งั้นฉันจะขอพูดตรงๆล่ะนะ” อีทงเฮเงยขึ้นสบตากับพี่ชายของพ่อ
“เด็กคนนั้นรักแกมากนะ”
“แต่ว่า....” ผู้มีศักดิ์เป็นหลานทำท่าจะเถียงกลับ แต่กลับถูกกั้นไว้ด้วยประโยคต่อไป
“เด็กคนนั้นไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เค้ากลับยอมคุกเข่าขอร้องฉันให้พูดกับแก”
อีทงเฮหลบสายตาที่ลุงของเขาส่งมา “แต่ว่าพ่อ.......ผมเลิกเป็นไม่ได้หรอก!!”
“แกมันเป็นพวกยึดติด ที่แกต้องทำให้ตัวเองเป็นยากูซ่าก็เพียงเพราะความแค้นบ้าบอนั่น อิชิคาว่าไม่เคยอยากให้ลูกชายต้องกลายเป็นยากูซ่าหรอกนะ ส่วนเรื่องฝึกดาบนั่น พ่อแกสอนแกเพราะมันเป็นวิชาของพวกซามูไรต่างหาก”
ทงเฮถูกพี่ชายของพ่อดักทุกทางราวกับทายใจเขาได้
“ถ้าแกไม่สบายใจ ฉันก็จะรับปากที่จะแก้แค้นแทนแก แกเองก็เป็นหลานแท้ๆของฉัน เห็นสภาพแบบนี้ก็ทนไม่ได้เหมือนกัน ฉันไม่อยากบังคับหรอก แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่ฉันรู้จัก”
ทงเฮออกมารับลมที่สวนญี่ปุ่นกว้าง ท้องฟ้ามืดสนิทพราวพร่างไปด้วยกากเพชรสีเงินระยิบระยับเพราะเป็นคืนเดือนมืด ลมต้นฤดูหนาวเย็นเยียบทว่าไม่ได้ทำให้รู้สึกเดียวดาย ชายยูคาตะปลิวไสวตามแรงลมเบาๆ เขาได้ยินเสียงสวบสาบและรู้ว่ามีอีกคนกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาแต่ไม่คิดจะหันกลับไปมอง
“พี่ยังไม่หายดี ทำไมถึงออกมาตาก-ลมแบบนี้ล่ะ”
ร่างแบบบางยังพยายามที่จะทำทีเป็นว่าท้องฟ้ากว้างน่าสนใจกว่าบุคคลข้างๆและยืนยันที่จะใช้สายตาทั้งหมดครอบครองสุดขอบฟ้า
จนคยูฮยอนต้องรั้งไหล่บางให้หันมาสบตากัน
“ไปขอร้องอะไรกับลุงของฉัน”
คิ้วหนาขมวดฉับและสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ผมไม่อยากให้พี่ ต้องเจ็บแบบนี้อีก”
“ตอบให้ตรงคำถาม”
คยูฮยอนยืนนิ่งก่อนจะปล่อยมือออกจากไหล่ของทงเฮ เขากัดริมฝีปากตัวเองและยอมเงยหน้าเพื่อเผชิญกับอีทงเฮอีกครั้ง
“เลิกเป็นยากูซ่าเถอะนะครับ พี่ทงเฮ”
“ฉันรักนายนะ โจวคยูฮยอน”
“หา!!!”
“หูตึงรึงัย?”
“ม..เมื่อกี๊........พี่ว่างัยนะ!!!”
“เหอะ!! ถ้ายังทำเป็นไม่ได้ยินอยู่ล่ะก็ ฉันจะ....”
“โอเคๆ รักก็รัก พี่รักผม ผมได้ยินแล้ว” มืออุ่นย้อนกลับมากุมไหล่บาง ลูบลงตามแนวแขนก่อนจะมาหยุดที่ฝ่ามือแล้วบีบไว้แน่นๆ
“ผมรักพี่นะ ผมก็รักพี่!!”
“อืออออออ!!” ทงเฮเพยิดหน้าส่งๆ กลบเกลื่อนความขวยเขิน
“โจวคยูฮยอนรักพี่ทงเฮ!!!”
“ถ้าย้ำอีกทีล่ะก็...”
“โอเคครับ....ไม่ย้ำแล้ว” คยูฮยอนยิ้มกว้างจนน่าหมันไส้ ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองคนตัวเล็กที่เงยหน้ามองตอบแล้วถามย้ำความแน่ใจให้กับตัวเอง คยูฮยอนไม่อยากเข้าใจอะไรผิดๆ “พี่..........จะเลิกเป็นยากูซ่าจริงๆใช่มั๊ย?”
“ไม่จริงม้าง”
“พี่ทงเฮ ผมจริงจังนะ”
“อืออออออ”
ตอนนี้เด็กตัวสูงไม่นึกอยากฟังเสียงลากยาวๆของคนตัวเล็กนี่แล้ว พี่ทงเฮรักเค้า เค้าก็รักพี่ทงเฮ...แบบนี้ ก็สมหวังแล้วสิเนอะ? แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างใจคิด คยูฮยอนก็ได้รู้ว่ามีคนใจร้อนมากกว่าเค้าเป็นพันเท่า!
อีทงเฮเกี่ยวคอเสื้อยืดของคนตัวสูงแล้วลากเข้ามาประกบปาก เกทับด้วยการดุนดันลิ้นเล็กเพื่อเปิดปากหนานั่นให้ได้ก่อน ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยผมสีดำสนิทถูกรั้งไว้ด้วยมือเล็กๆจนคนเป็นเจ้าของต้องเอาคืนด้วยการอุ้ม-คนตัวเท่าตุ๊กตา-ขึ้นมาเกี่ยวเอว ให้คนที่ชอบรุก ได้รุกให้เสียเต็มที่ อีทงเฮผละใบหน้าหวานใสออกมาเพื่อมองหน้าเด็กหนุ่มที่เป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขา ล็อกบ่ากว้างไว้ด้วยท่อนแขน ท่อนขาไม่ยอมแพ้ออกแรงรัดเอวแกร่งไว้จนไม่เหลือช่องว่างให้ฝุ่นผงลอดผ่าน
กลีบปากสีกุหลาบยื่นจนชิดริมฝีปากหยักที่ถูกเชื่อมไว้ด้วยน้ำหวาน “แต่จะกลับมาเป็นอีก ถ้านายดูแลฉันไม่ได้ โอเค๊???”
แล้วมีหรือที่คยูฮยอนจะดูแลทงเฮไม่ดีน่ะ แฟนน่ารักๆแถมยั่วเก่งๆแบบนี้ปล่อยให้หลุดมือก็-ควาย-อ่ะเด่ะ
คยูฮยอนยิ้มรับเจ้าเล่ห์ ฝ่ามือร้อนขยับอยู่ที่ต้นขานิ่มเพื่อเลิกชายยูคาตะให้มากองไว้ที่เอวบาง สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านส่วนล่างที่ไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม
ค่ำคืนนี้...อีกยาวนาน
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::::::::::::::yakuza:::::::::::::
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
“มองเหี้ยไร หา!!!!”
“ถ้ามึงไม่เลิกป้อเมียกู กูจะซัดให้หงายเลย มองหน้า!! อยากมีเรื่องเหรอวะ!!!!”
“ไปไกลๆตีนกูเลย อยากโดน??”
ทงเฮที่กำลังดูดน้ำหวานเย็นๆแก้ร้อนสบายใจเฉิบมองตามเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่มีศักดิ์เป็น-แฟน-แล้วก็อมยิ้มขำ
โจวคยูฮยอนเด็กเรียนหายไปแล้วไปลับไม่กลับมา
เหลือแต่โจวคยูฮยอนที่สถาปนาตัวเองเป็น-ยากูซ่าหวงเมีย-
คอยราวีไม่ให้หน้าไหนมายุ่งกับอีทงเฮ
“กูไม่ใช่นักเลงเว้ย”
“กูเป็นยากูซ่า!!”
ปิดตำนานยากูซ่าหน้าหวาน
End
Credit | http://www.siam-handicrafts.com/webboard/question.asp?QID=1653
กาเท่เร่ :: จัดไปอย่าให้เสีย
ปล.ชื่อเรื่อง 8-9-3 อ่านแบบญี่ปุ่นได้ว่า ยา-กู-ซ่า
ปล2.ลงเครดิตเว็บ วิถีดาบซามูไร เพราะอิไรท์เตอร์ไม่มีความรู้ ~~
ปล3.ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบค่ะ หึหึ,,

