● |Fic| Can we |Part 10|
posted on 18 Aug 2008 14:26 by kyuhae in Fic-Can-we[เปลี่ยนธีมใหม่แล้ว กด F5 ด้วยนะจ้ะ]
Part 10
ต่อให้หล่อราวเทพบุตรกลับชาติมาเกิด หรือจะเสียงเพราะราวเสียงสวรรค์ชั้นไหน ถ้าหากทำนิสัยเหี้ยๆในกองถ่ายก็ไม่วายโดนพักงานเหมือน โจวคยูฮยอน!!
แต่นั่นก็ใช่ว่าจะทำให้เจ้าตัวเค้าเครียดประไร กลับกันไอ้คนหล่อมาดร้ายมันก็ยังสามารถยิ้มเลวแต่ละลายใจออดอ้อนอีทงเฮ....คนรักหมาดๆได้จนน่าหมันไส้
“น้า ไปเที่ยวบ้านทงเฮกัน ก็ไหนว่าคิดถึงคุณแม่งัย หืม?”
คยูฮยอนจงใจรวบมือนิ่มไว้ในอุ้งมือหนาจนแน่น เรียวตาคมกริบวันนี้เปลี่ยนหน้าที่จากการจ้องจะกินเลือดกินเนื้อเป็นอ้อนจะกลืนกินหัวใจแทน
“แล้วไม่ไปทำงานเหรอ?”
คนที่เพิ่งจะมีชนักติดหลังเหยียบเบรกจนหน้าทิ่ม ทำได้แค่ยิ้มแหยๆใส่คนหน้าหวาน
“ทำไมทำหน้างั้นล่ะ? หรือว่า??”
“โดนพักงาน....”
คนผิดสารภาพหน้าตาย แต่คนฟังหน้าเหวอเป็นปลาการ์ตูนปากเจ่อไปแล้ว “หา? อะไรกันน่ะ”
“ก็ไม่อะไรนี่ ฉันก็แค่....อาละวาดกลางกอง แล้วก็หนีงานออกมาตามหาทงเฮ” นายตัวดีทำเพียงยักไหล่ไม่แยแส เขาลุกขึ้นจากที่หนุนตักบางและเปลี่ยนเป็นนั่งขัดสมาธิแล้วจ้องตาทงเฮแทน “ก็คนมันเป็นห่วงนี่”
“แย่ที่สุดเลย หน้าที่ของนายคือนักร้อง นายเป็นคนของประชาชน ทำไมถึงได้ทำตัวตามใจตัวเองแบบนี้นะ”
“อีทงเฮ!” คยูฮยอนเริ่มขึ้นเสียง แต่เมื่อเห็นแววตระหนกจากคนตัวเล็กแล้วเขาก็จำเป็นจะต้องลดระดับเสียงลง “หน้าที่ของฉันตอนนี้ ไม่ใช่แค่นักร้อง แต่มันหมายถึง......หน้าที่ของการเป็นคนรักของนายด้วย อีทงเฮ เข้าใจรึยัง?”
“......”
“ก็พักไปแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นเอง คนหล่อๆเก่งๆอย่างฉันเค้าไม่พักงานให้นานหรอกน่า สูญเสียรายได้ไปหลายแสน”
อีทงเฮถอนหายใจจนไหล่ลู่ ก่อนจะได้ร้องโวยเสียงใสเมื่อจู่ๆนิ้วยาวก็บีบแก้มจนชาหนึบ คยูฮยอนขยี้แก้มเนียนด้วยน้ำมือตัวเองจนสาแก่ใจแล้วก็โถมน้ำหนักทั้งตัวเพื่อรั้งคนตัวเบาให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน
“หายโกรธนะ นะ..นะ....” โอยยยย.....ไอ้คนบ้า บทจะเย็นชาก็เล่นเอาหัวใจสะบักสะบอม แต่บทจะอ้อน อีทงเฮก็ตั้งตัวแทบไม่ทัน แค่โดนจู่โจมไม่รู้ตัวว่าหนักหนาสาหัสแล้ว ไอ้คนหล่อทั้งเนื้อทั้งตัวมันยังจงใจกลั่นแกล้งด้วยการเอาปลายจมูกโด่งมาทิ่มแทงแถวๆซอกคออีก
หนำซ้ำโทนเสียงที่ใช้ก็ทำร้ายจิตใจกันได้ดีเหลือเกิน
อย่าบอกนะ ว่าพี่ฮันสอนมาน่ะ!!!
“ยังไม่ได้โกรธซะหน่อย”
“งั้นก็โกรธซักหน่อย จะได้ง้อ”
“ก็ไหนว่าง้อคนไม่เก่งงัย ฮึ?” อีทงเฮเอียงหน้าหลบ แต่ก็หลบได้แค่ปลายจมูกเพราะหลังจากนั้น 1 วินาที คยูฮยอนก็โน้มหน้าเข้ามาฉกจูบตรงแก้มเนียนไปได้หนึ่งจุ๊บเต็มๆ
“ก็ง้อไม่เก่ง เลยต้องฝึกง้อบ่อยๆ”
ทงเฮกำลังอมยิ้มเลยโดนเจ้าหมาจิ้งจอกมันซัดไปอีก 1 ดอก
“ไม่คิดจะพาฉันไปเที่ยวบ้านจริงๆเหรอ?”
“อยากไปจริงอ่ะ?”
“อื้อ...จะไปไหว้ว่าที่แม่ยาย โอ๊ะ!” หึ..ทำพูดไป คิดว่าทงเฮคนนี้เขินไม่เป็นรึงัย ไอ้โดนศอกแค่นี้ยังน้อยไป...โจวคยูฮยอน!
“ถ้าอยากไปจริงๆ”
“อยากไปสิ” คยูฮยอนชิ่งตอบ แบบว่ากลัวจะไม่ได้ไปจนตัวสั่นแล้ว!
“พาพี่ฮัน ซองมิน พี่ซึงออ แล้วก็ฮยอกแจไปด้วย”
อั่ก!!
อีทงเฮ....พูดแบบนี้ ต่อยกันซักหมัดเลยมั๊ย???
สุดท้ายเลยจำต้องยอมตามใจคนน่ารัก แต่โชคก็ยังอยากเข้าข้างคนหน้าตาดีอยู่วันยังค่ำ เพราะอีฮยอกแจเพื่อนรักปาท่องโก๋ของอีทงเฮเค้าไม่ว่าง ติดสัมมนา แบบว่าขาดไม่ได้ ลาไม่ได้ ห้ามป่วยห้ามตายกันเลยทีเดียว ทงเฮเลยต้องมานั่งหงอยเพราะไม่มีไม้กันหมา หนำซ้ำไอ้คนที่ตารางชีวิตว่างปร๋อก็ดันเป็นพวกสมรู้ร่วมคิดกะคนกะล่อนอีกนี่สิ
แย่แล้ว อีทงเฮเอ๋ย!!~
และนอกจากว่า ทงเฮจะหงอยเรื่องฮยอกแจแล้ว ซองมินเด็กดื้อก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ..ก็ตักพ่อตักแม่มีให้นั่งดันไม่นั่ง มานั่งเอาตูดแหลมๆทิ่มทงเฮอยู่เนี่ย!!
กว่าจะถึงบ้านเกิดเมืองนอนของอีทงเฮ ก็เล่นเอาเมื่อยขบไปทั้งตัว
“ถึงแล้วๆ เป็นงัยซองมิน บ้านพี่ทงเฮน่าอยู่มั๊ย?” ฮันคยองอุ้มเจ้าตัวเล็กพาดบ่า อีกมือก็รับสัมภาระที่เป็นกระเป๋าเดินทางมาจากภรรยาผู้แสนดี
คยูฮยอนตามลงมาสมทบและยืดเส้นยืดสายสูดอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้รอบตัว บ้านของทงเฮไม่ได้ติดทะเลอย่างที่เขาจินตนาการไว้ หากแต่เป็นบ้านสวนที่ตั้งอยู่แนวเชิงเขาซึ่งอีกฝั่งน่าจะติดกับทะเลแทน กำลังเคลือบปอดด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์เพลิน ก็เห็นคนตัวเล็กหิ้วสัมภาระมาเต็มสองมือ คยูฮยอนเลยฉวยเอาไว้ตอนที่อีกคนเดินผ่านแล้วยักคิ้วขอรับหน้าเป็นเบ๊ให้โดยสมัครใจ
มือทงเฮก็ยังนุ่มเหมือนเดิม นี่ขนาดแตะผ่านๆนะเนี่ย!
เจ้าบ้านรีบวิ่งไปเกาะประตูไม้แล้วใช้สายตาสอดส่องเข้าไป บ้านไม่ได้เงียบเหงา ใจทงเฮก็เลยไม่แป้ว....ก็ก่อนมาเขาไม่ได้โทรบอกที่บ้านก่อน กะจะมาเซอร์ไพรซ์ให้หัวใจวายกันไปข้าง นิ้วเรียวเล็กกดออดหน้าบ้านสองทีแล้วก็เตรียมยืนปั้นหน้าให้แป้นแล้นที่สุด
“มาแล้วครับ มาแล้ว”
เสียงพี่ชาย....ทงเฮกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาของคยูฮยอนไปได้ พอเห็นทงเฮยิ้ม...เขาก็พลอยยิ้มตาม
พี่ทงฮวากำลังตั้งหน้าตั้งตาเปิดประตูทั้งยังไม่เงยหน้าดูผู้มาเยือน ทงเฮเลยรีบสาวเท้าเข้าไปหาแล้วกระโดดกอดพี่ชายหมับทันทีที่ประตูไม้ถูกแหวกออก
“อีทงเฮ น้องชายที่น่ารักของพี่มาแว้ว!”
“เฮ้ย! ไอ้ตัวเล็ก มาได้งัย” พี่ชายหน้าตาอบอุ่นยิ้มอบอุ่นตามใบหน้า เขาบีบแก้มน้องชายจนแดงเลยโดนน้องชายแกล้งสำออยกลับไปอย่างน่าเอ็นดู
“โอ๊ย เจ็บนะ บีบซะแรงเชียว....หรือว่า!!” ทงเฮชี้นิ้วไปที่หน้าพี่ชาย “ฮั่นแน่ อิจฉาเค้าล่ะสิ ที่เค้าน่ารักกว่าน่ะ ฮิๆ”
“จ้า ไม่เถียงๆ น่ารักก็น่ารัก”
“แว่นเอียง” ทงเฮว่าพลางขยับแว่นพี่ชายให้เข้าที่เข้าทาง สองพี่น้องกอดกันกลมจนลืมไปว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน พี่ทงฮวาเป็นคนผละออกจากน้องชายจอมอ้อนก่อน แล้วจึงเลิกคิ้วมองแขกที่น้องชายลากมาด้วย
“โอ๊ะ ลืมไปเลย” ทงเฮปิดปาก หันกลับมามองสี่ชีวิตที่เหลือที่กำลังยืนทำหน้าไม่ถูก “อ่า.... เดี๋ยวแนะนำพร้อมแม่เลยเนาะ คิดถึงแม่จะแย่แล้ว!!”
ฮันคยองถึงกับส่ายหัวพรืดให้กับความเด็กของทงเฮ
ส่วนคยูฮยอนก็ยิ้มรับรอยยิ้มจากพี่ชายของทงเฮอย่างแกนๆ
รู้สึกพิกลเหมือนกันแฮะ,,
ทงเฮวิ่งปร๋อหน้าบานแฉ่งเข้ามาในบ้านก่อนใครเพื่อน พอพ้นบานประตูปุ๊บ ตาซนๆก็กวาดไปทั่วห้องรับแขกแล้วก็ไปเจ๊อะเข้ากับหญิงวัยกลางคน คนที่หน้าตาใจดีที่สุดในโลก
“แม่ฮะ ดูซิว่าใครมา?”
หญิงหน้าตาละม้ายคล้ายกันกับทงเฮยิ้มกว้างทันทีที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แล้วหลังจากนั้นเธอก็เกือบจะเอวเคล็ด เพราะเจ้าตัวเล็กมันเล่นพิเรนทร์โถมน้ำหนักเข้าใส่ตักผู้เป็นแม่ไปเต็มๆ
“คิดถึงแม่จังเลยฮะ” พูดคิดถึงไม่พอ ทงเฮยังหอมไปอีกฟอดใหญ่เป็นพยานคำพูด
“อื้อหือ พอแล้ว พอแล้วทงเฮ โอย เราเนี่ย ยังเด็กไม่เปลี่ยน”
“ผมโตแล้ว!” นั่นงัย..เจอคำว่าเด็กไม่ได้เป็นเถียงทันควัน เจ้าคนโตแต่ตัวทำปากง้ำแก้มป่อง แล้วก็ขโมยหอมไปได้อีกฟอดใหญ่ๆ จนกระทั่งคนที่เหลือเริ่มทยอยกันเข้าบ้านนั่นแหละ ทงเฮถึงได้ยอมลุกออกจากตักแม่มายืนเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเค้า
“อ่าว? พาเพื่อนมาด้วยเหรอ?”
ทงเฮพยักหน้ายิ้มๆ แล้วเริ่มแนะนำ “นั่นพี่ฮันฮะ เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานผมเอง” ฮันคยองยิ้มรับ ก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพแม่ของทงเฮอย่างสุภาพ
“ทำงาน? ไม่เห็นเล่าบอกแม่เลยล่ะฮะ แล้วนี่ทำงานอะไร หนักรึเปล่า แล้วเสียการเรียนมั๊ย?” ทงเฮได้แต่ทำหน้าละห้อย เหลือบตามองพี่ฮันที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมแก้ต่างให้ซักที
“คุณน้าไม่ต้องห่วงหรอกฮะ งานที่ทงเฮทำไม่สาหัสสากัณฑ์อะไรมากหรอกฮะ อีกอย่างช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงปิดเทอม ไม่กระทบกับเรื่องการเรียนอยู่แล้ว” ในที่สุด พี่ฮันก็ยอมปริปากพูดเสียที ทงเฮเลยยิ้มได้เต็มปากหน่อย ทว่าสีหน้าของแม่ก็ดูจะยังเคืองๆทงเฮอยู่ เจ้าตัวเล็กเลยรีบหาทางออกโดยการผายมือไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกันกับพี่ฮัน
“ส่วนนั่น คุณซึงออฮะ เป็น....แฟนของพี่ฮัน” หญิงสาวที่ทงเฮเพิ่งแนะนำหันไปอมยิ้มกับพี่ฮันจนเค้าเองยังรู้สึกเขินๆ แล้วหลังจากนั้นแฟนของพี่ฮันกับแม่ก็พูดคุยกันนิดหน่อยให้คนตัวเล็กได้มีเวลาทำใจสำหรับการแนะนำตัวบุคคลถัดไป
ทงเฮรู้ว่ายังมีอีกคนยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆ แต่ก็พยายามไม่สนใจ ทว่าตอนนี้ทงเฮทำเป็นไม่สนใจไม่ได้แล้วล่ะสิ
“นั่นก็.......โจ....”
“อา......แม่ว่าแม่คุ้นๆหน้าพ่อหนุ่มคนนี้นะ” อยู่ๆแม่ของทงเฮก็แทรกขึ้นมา ทำเอาเจ้าตัวเหวอไปนิดๆ “ใช่ที่เป็นนักร้องดังๆรึเปล่า”
“อย่าบอกนะ ว่ากระทั่งแม่ก็ยังรู้จักเค้า” ทงเฮว่า เหลือบตาไปทางร่างสูงที่กำลังทำหน้าเจียมตัวสุดชีวิต
“จำได้แล้ว โจวคยูฮยอน....จริงๆด้วย เป็นเค้าจริงๆ”
มือบางยกขึ้นปัดทรงผมจนเสียทรงไปครึ่งหนึ่ง ทงเฮก้มหน้าทำตาหยีแต่แล้วคำถามที่ผู้เป็นแม่ยิงมาก็ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นอีกหน “แล้วไปรู้จักกันได้ยังงัยเนี่ย หา? ทงเฮ”
ตึ่ง ตึง..!
เป็นอีกครั้งที่ทงเฮเลือกสีมาใส่ไว้บนใบหน้าตัวเองไม่ถูก ยิ่งกับแววตาที่คยูฮยอนส่งมาแล้วด้วย.....อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ!!
“เค้า.......เป็นเจ้านายทงเฮเองล่ะฮะ ทงเฮเป็นผู้จัดการส่วนตัวเค้าน่ะ”
“จริงเหรอเนี่ย!!! โอ๊ย! นี่แม่ต้องรีบเอาไปโม้ให้ยายจางข้างบ้านฟังแล้ว ลูกแม่เป็นถึงผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องดัง แถมพ่อหนุ่มก็ยังมาเยี่ยมบ้านเราด้วย!!!”
“แม่!!” ทงเฮรีบร้องเตือนแม่ตัวเองเอาไว้ ก่อนที่เรื่องมันจะไปกันใหญ่ นี่เค้าอยากจะมาพักผ่อนสบายๆอยู่บ้านนะ ยังจะหาเรื่องที่มีแววว่าจะวุ่นวายมาให้อีก “แม่ไม่สบายอยู่นะ ออกไปข้างนอกเดี๋ยวก็ป่วยเอาหรอก”
“แม่รู้น่า แต่ตอนนี้ต้องรีบไปโม้กับยายนั่นซะก่อน ทงฮวารีบไปเตรียมน้ำมาเลยนะ เดี๋ยวมาดื่มน้ำดื่มท่าแล้วแม่จะยืมตัวออกไปอวดซะหน่อย”
“ไม่เอานะแม่!!”
“ทำไมล่ะจ้ะ?”
“ถ้าแม่ไม่ฟังทงเฮ ทงเฮจะกลับจริงๆด้วย!!” เจ้าตัวเล็กดิ้นพราดๆเหมือนเด็กเอาแต่ใจ แต่ทำงัยได้....ก็มันเป็นวิธีสุดท้ายแล้วนี่ ถ้าไม่ดื้อ แม่ก็จะไม่ยอมให้ทงเฮ
“อ้าว! จะมาแค่นี้แล้วจะกลับได้ยังงัย ยังไม่หายคิดถึงเลย”
“ก็แม่เอาแต่สนใจโจคยูจนไม่เห็นหัวทงเฮแล้วนี่นา!” คนเป็นแม่เบิกตากว้างรีบวิ่งมาโอ๋ลูกชายเป็นการใหญ่
“เอ้า งอนอีกแล้ว อ้ะๆๆๆ แม่ไม่เห่อพ่อนักร้องนี่แล้วก็ได้ โอ๊ยยยย...ใครจะไปน่ารักเท่าลูกแม่คนนี้ล่ะ เจ้าทงฮวาจัดน้ำให้แขกเร็วเข้า” ทงฮวายิ้มแหยให้แขก แต่ก็ยอมวิ่งเข้าครัวไปหาน้ำหาท่ามาตามที่โดนบัญชา แต่โดยที่ไม่มีใครสังเกต
เด็กน้อยซองมินวิ่งตามคุณหมอหล่อเข้าครัวไปด้วยแล้ว!!
ไม่รู้ว่าคยูฮยอนไปคุยกับแม่ของเค้าอีท่าไหน ท่านถึงได้ยอมแค่ถ่ายรูปคู่เอาไปอวดเพื่อนข้างบ้านโดยที่ไม่ได้ลากตัวจริงเสียงจริงไปด้วย แต่ก็เอาเถอะ..แค่ไม่ทำให้ชีวิตส่วนตัวของทงเฮกับคยูฮยอนยุ่งเหยิงเท่านี้ก็โอเคแล้ว
“ทงฮวาพาน้อง แล้วก็คุณฮัน คุณซึงออไปซื้ออะไรที่ตลาดมาทำกินกันสิจ้ะ ส่วนทงเฮก็พาพ่อนักร้องรูปหล่อไปเดินเล่น ดูวิวแถวๆริมเขาสิ อาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว วิวคงสวยน่าดู”
คยูฮยอนแอบยิ้มให้กับความเจ้ากี้เจ้าการแบบน่ารักๆของว่าที่แม่ยายของเค้า แต่พอเหลือบไปเห็นหน้างอง้ำของแฟนคนปัจจุบันข้างๆแล้วก็ต้องจำหุบยิ้ม
“แม่ของทงเฮน่ารักเนอะ?”
ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาแทรกไปกับเสียงสวบสาบของใบหญ้าขณะที่ทั้งคู่กำลังเหยียบย่ำ
“แม่ของใครก็น่ารักเหมือนคนนั้นแหละ” ทงเฮตอบเสียงกังวานใส รอยยิ้มจางๆแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากสีส้มอ่อนที่กำลังสะท้อนกับแสงแดด...น่ามอง เสียจนคนมองยังหวั่นๆว่าจะยั้งใจตัวเองไม่ให้รั้งเจ้าของริมฝีปากสวยมากดจูบไม่ได้
“อือ น่ารัก”
คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ฝีเท้าทั้งสองข้างก็หยุดตามไปด้วย ทงเฮหันหน้ามาทางเจ้าของน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนเหมือนว่ามันกำลังผลิดปลิวไปกับสายลม
และแล้วคยูฮยอนก็ยั้งใจตัวเองไม่ได้ รู้ตัวอีกที....เขากับคนตัวเล็กนุ่มมือก็หายใจจังหวะเดียวกันไปเสียแล้ว
รสจูบเจือกลิ่นจางๆของหาดทราย คลอเสียงเบาๆของเกลียวคลื่น รสจูบที่คยูฮยอนสาบานว่าจะไม่มีวันลืมมันลง.....
ทงเฮโกหกตัวเองว่าที่แก้มร้อนเป็นเพราะฤทธิ์ของแสงแดด ทั้งที่มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่หรอก เพราะนี่มันก็เลยหน้าร้อนจนใกล้จะเข้าหน้าหนาวเข้าไปแล้ว แดดตอนโพล้เพล้ก็ใช่ว่าจะแรงมากมาย....สรุปแล้ว ทงเฮก็แค่กลบเกลื่อนว่าไม่ได้เขินโจวคยูฮยอน
แล้วคยูฮยอนก็รีบจับโกหกคนตัวนุ่มด้วยการคว้าเอามือเล็กมาครอบครองให้ได้รู้ว่ามันสั่นขนาดไหน
ทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆโดยมีความขวยเขินเดินมาเป็นเพื่อนจนกระทั่งถึงจุดชมวิว ที่เป็นจุดสูงสุดของเนินเขาและสามารถมองเห็นทะเลสีส้มอ่อนในมุมกว้าง
“บอกแล้วว่าพระอาทิตย์ตอนตกดินน่ะ สวยอย่าบอกใคร” ทงเฮเห็นว่าเงียบกันไปก็มีแต่จะอึดอัด ใช่ว่าจะไม่เคยจูบกันเมื่อไหร่....สู้คุยกันให้เพลินใจเล่นยังจะดีกว่ามาเขินม้วนไม่เข้าเรื่อง
อ้ะ!
แล้วคยูฮยอนก็แย่งซีนด้วยการไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่สอดสองมือยาวเข้าโอบเอวคนตัวบาง ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอเบาๆ ทงเฮพิงแผ่นหลังเข้ากับแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เอนศีรษะซุกซบกับบ่ากว้างอย่างไม่นึกเกรงใจ
ก็อยากมากอดเค้าเองทำไมล่ะ?
“รู้มั๊ย? ว่าทำไมฉันถึงรักนาย ทงเฮ” อยู่ๆคยูฮยอนก็ถามเสียงแผ่วข้างใบหู ทงเฮขยับมือเพื่อกุมหลังมืออุ่นแต่กลับโดนอีกฝ่ายสลับตำแหน่งฝ่ามือขึ้นมากุมมือเล็กแทน
“ไม่รู้สิ...”
“แล้วทงเฮล่ะ รักฉันเพราะอะไร?”
คนถูกถามขมวดคิ้วหลวมๆพลางเอียงหน้าเพื่อที่จะมองคนตัวสูงกว่า “ฮยอกแจเคยถาม....”
“แล้วนายตอบไปว่ายังงัยล่ะ?”
“ก็ตอบว่า เพราะนายร้องเพลงเพราะ” คนตัวเล็กหยุดกลางประโยคแล้วยิ้มแก้มตุ่ยใส่คยูฮยอน
“อีทงเฮ~”
“ฮิๆๆ.....ก็เมื่อก่อนฉันชอบนายเพราะเหตุผลนั้นจริงๆนี่นา”
“ชอบกับรัก เหมือนกันเมื่อไหร่ล่ะ ฮึ?” คยูฮยอนเลยบีบปลายจมูกโด่งรั้นที่เจ้าตัวเค้าจงใจย่นเอาไว้ให้บีบอยู่ก่อนแล้วอย่างหมันเขี้ยว “สรุปว่ารักฉันเพราะอะไร?”
อีทงเฮทำหน้าทำตาครุ่นคิดเป็นการใหญ่ “นั่นสิเนอะ ทั้งอารมณ์ร้อน โมโหร้าย เอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็ชอบพูดจาไม่ดีๆใส่ฉัน เฮ้อ! ฉันรักคนใจร้ายไปได้ยังงัยเนี่ย”
“มา จะสรุปให้”
“ที่ทงเฮรักฉันก็เพราะว่าอีทงเฮรักโจวคยูฮยอน เหตุผลนี้แหละ เหมาะที่สุดแล้ว” คยูฮยอนรัดวงแขนจนแน่น “ใช่มั๊ย?” ถามเสร็จก็ฝังปลายจมูกโด่งลงบนแก้มใสแล้วสูดเอาความหอมมากักเก็บไว้เสียเต็มปอด
คนในอ้อมกอดขำคิกคัก แล้วก็ยอมให้โจวคยูฮยอนขโมยหอมไปอีกหลายฟอด
แล้วพระอาทิตย์ดวงโตก็ตัดสินใจโบกมือลาทั้งคู่ เมื่อเห็นว่าโจวคยูฮยอนเค้าไม่ยอมสนอกสนใจในความสวยงามของแสงสีส้มบนเส้นขอบฟ้า แต่กลับสนใจกลีบปากนุ่มบนใบหน้ากระจ่างใสมากกว่า!!
พี่ฮัน พี่ซึงออ พี่ทงฮวารวมไปถึงเจ้าตัวซนซองมินหอบหิ้วของกินอีรุงตุงนังจนทงเฮกับคยูฮยอนต้องปรี่เข้าไปช่วยถือด้วยกลัวว่าแขนแต่ละคนจะหักไปเสียก่อน ทงเฮอาสาเข้าไปช่วยพี่ซึงออกับแม่เตรียมอาหาร พี่ทงฮวาก็เตรียมจัดโต๊ะจัดจานโดยมีซองมินเกาะติดเป็นปลิงตัวอวบ ส่วนพี่ฮันกับคยูฮยอน สองหนุ่มถึกบึกบึน(?)ที่เหลือ ก็รับหน้าที่เตรียมเตาย่างบาร์บีคิวไปโดยปริยาย
“จะกินหมดกันมั๊ยเนี่ย?” มือก็ขยับหยิบเครื่องปรุงมาปรุงรสชาติให้วุ่น แต่ปากก็ยังถาม กลัวว่าจะเปลืองเงินเปล่าหากกินกันไม่หมด
“โห แม่ไม่รู้ความสามารถพิเศษของพวกเราแต่ละคน โดยเฉพาะพี่ฮันกับซองมิน ซัดโฮกได้เป็นกิโลเหอะ!” ทงเฮตอบเสียงใสหน้าแป้นแล้น เลยโดนคนเป็นแม่เขกกะโหลกไปที
“ไปนินทาสามีกะลูกต่อหน้าพี่เค้าได้ยังงัยกันหา?”
“โอ๊ะ! ก็มันจริงนี่นา จริงมั๊ยฮะ พี่ซึงออ” คนที่ถูกมัดมือชกกลายๆทำได้เพียงยิ้มรับบางๆพร้อมกับพยักหน้าเลยได้ยินเสียงเฮดังลั่นครัวอีกหน
“เห็นมั๊ย พี่ซึงออยังเห็นด้วยเลย!!!”
ไม่นานมื้อเย็นก็เป็นอันพร้อมสวาปาม!
ทงเฮกวาดตามองทั่วสนามหญ้าข้างบ้านซึ่งเป็นจุดจัดปาร์ตี้เล็กๆในค่ำคืนนี้แล้วจึงพบแผ่นหลังกว้างคุ้นตา ปลายเท้าก้าวเดินเบาๆให้เกิดเสียงสวบสาบเบาที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือไปจี้เอวหนาเมื่อระยะห่างเปลี่ยนเป็นความใกล้ คยูฮยอนหันมายิ้มให้ซึ่งทงเฮเองก็ยิ้มกลับไปเขินๆ
ก็มันเขินนี่นา....ที่จู่ๆนักร้องดังมาดดุเค้าก็ดันมายิ้มอ่อนโยนให้แบบเนี้ย
ถึงจะยิ้มให้ร้อยครั้ง ก็ยังไม่ชินซักกะที
“สุกยัง?” คนตัวเล็กชะโงกหน้าเข้าไปดมกลิ่นหอมน่ากินของหมึกย่างของโปรดแล้วก็ยิ้มกว้าง
“ใกล้แล้ว เอาจานมาสิ”
“กินได้ด้วยเหรอ? ฝีมือนายอ่ะ?”
เจอสบประมาทซึ่งๆหน้าไปแบบนั้น คนตัวเล็กหน้าหวานก็เลยโดนด้ามเหล็กเคาะกะโหลกดังป็อก!
อีทงเฮทำหน้ามู่ตู่แต่ยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรกลับไป คยูฮยอนก็ยื่นหมึกย่างหอมฉุยมาจ่อปากเสียก่อน
“อร่อย” เคี้ยวแก้มยุ้ย ก่อนจะชะโงกหน้าหาของอร่อยกินอีกหน แต่คราวนี้กลับโดนกินเสียเอง
คยูฮยอนใช้จังหวะเผลอขโมยหอมจากแก้มเนียน พอเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาทำตาโตเท่าไข่เป็ดใส่ เค้าก็ทำเนียนตีหน้าลอยไปลอยมาได้อย่างน่าหมันไส้จนทงเฮเต้นเร่า!
กว่าจะนึกขึ้นได้ว่านี่มันกลางงานปาร์ตี้ ก็ตอนที่เห็นรอยยิ้มล้อเลียนจากพี่ทงฮวา
ตายล่ะหว่า!!!
ปาร์ตี้เล็กๆ ดำเนินไปด้วยความสนุกสนานที่โอบล้อมไปด้วยไออบอุ่น ซองมินพุงกางเพราะซัดโฮกของอร่อยที่คุณแม่ก็รู้ใจป้อนแล้วป้อนอีกให้ไม่มีเว้นช่วง พี่ฮันกับพี่ทงฮวาที่ดวลเหล้ากันตามประสาคนทำงานก็คออ่อนพอๆกัน ซัดไปได้ไม่กี่แก้วก็คอพับคออ่อนกันเป็นแถว แต่คยูฮยอนกับคุณแม่ของทงเฮเนี่ยสิ ไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างยก จนตอนนี้หน้าแดงกันเป็นลูกลำตึงทั้งคู่ แล้งก็ยังไม่วายจะมีแรงมาดวลคาราโอเกะกันเสียงสนั่นทุ่งกันได้อีก
“พอได้แล้วแม่ แม่ไม่สบายอยู่นะ”
“ไม่สบายก็ต้องออกกำลังกาย มามะ เดี๋ยวแม่จะเต้น พ่อหนุ่ม...มาๆ มาเต้นด้วยกัน เร้ว!”
“ค๊าบ.....เอาเพลงมันส์ๆเลยนะครับคุณแม่” โจคยูที่หัวใกล้ทิ่มพื้นอยู่รอมร่อดันทุรังที่จะงัดก้นออกจากเก้าอี้แล้วเดินโซซัดโซเซไปกดเลือกเพลง
“พอเลยคยูฮยอน ทำแม่ฉันเสียคนหมดแล้ว” ทงเฮรีบรั้งแม่เอาไว้ พร้อมกับส่งสายตาดุๆไปให้คยูฮยอนที่ทำท่าจะดื้อแพ่งใส่
“อย่าว่าคยูฮยอนเลยทงเฮ เหล้านี่ก็ไม่ได้แรงมากเสียหน่อย แล้วคุณแม่ท่านคงไม่ได้เฮฮามานาน ปล่อยท่านมั่งเถอะ เนาะ?” ซึงออบอกทงเฮด้วยเหตุผล จนคนแพ้เหตุผลหาทางออกไม่เจอ
“พี่ทงฮวาก็เหมือนกัน ไม่ยอมดูแลแม่!!!” สุดท้ายก็โวยวายใส่พี่ชาย ทงเฮเริ่มเบะปากเหมือนเด็กประถมเวลาโดนเพื่อนแกล้ง ตากลมๆเริ่มมีประกายคล้ายน้ำตาจะทะลัก
“ก็ทงเฮเป็นห่วงแม่นี่ฮะ ไม่อยากให้แม่ดื่มเหล้ามาก กลัวว่าแม่จะไม่สบายหนักกว่าเก่า แต่นี่อะไร ฮึก..ทุกคนไม่เป็นห่วงแม่ของทงเฮเลย แม่ก็ไม่ห่วงตัวเอง ผมเสียใจนะ......ฮึก...” ทงเฮปาดน้ำตาจนขอบตาแดงเป็นปื้น บรรยากาศในงานเริ่มเปลี่ยนไป คยูฮยอนที่กำลังแสร้งยืนตัวเอียงกระเท่เร่สร่างเมาในทันใด พี่ทงฮวาก็ไม่ต่างกัน เวลาที่เห็นน้ำตาของน้องชายเมื่อไหร่เป็นได้ยอมแพ้ไปเสียทุกที
“ไม่เอาน่าเจ้าทงเฮ โอ๋ๆ อ้ะๆ แม่ไม่กินแล้ว นี่ๆ เห็นมั๊ย แม่เททิ้งหมดเลย ไม่เอาอย่าร้องไห้ อายแขกเค้า” แต่ทงเฮยิ่งร้องไห้หนัก ยิ่งแม่กอดเค้าไว้แน่นแบบนี้ ทงเฮก็ยิ่งร้องไห้เสียงดัง ปลายจมูกชื้นซุกเข้ากับไหล่ของผู้เป็นแม่จนหญิงวัยกลางคนต้องยกมือขึ้นมาลูบหัวเบาๆเป็นการปลอบโยน
“โอ๋ แม่ขอโทษลูก แม่ไม่น่าทำให้ลูกทงเฮของแม่ต้องเป็นห่วงขนาดนี้เลย”
“แม่อย่ากินเหล้าอีกนะ แม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ อย่าทิ้งผมไปเหมือนพ่อนะ ฮึก...ผมรักแม่ รักแม่มากๆรู้มั๊ยฮะ?”
“จ้า รู้แล้วๆ” หญิงสาวหน้าตาใจดีลูบหลังลูบไหล่ลูกรักพลางยิ้มบางให้กับคยูฮยอน ฮันคยอง และซึงออที่ยืนมองภาพทั้งคู่กอดกันอยู่
ทั้งที่ทงเฮเป็นคนทำให้งานกร่อย แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกโกรธหรือเคืองคนตัวเล็กเลย ตรงกันข้าม.....รอยยิ้มบางๆแห่งความสุขกลับปรากฏตัวขึ้นบนใบหน้าของทุกคน
แล้วทงเฮก็กลายเป็นวีรบุรุษลูกกตัญญูไปอย่างเต็มภาคภูมิ
“ทงเฮจะนอนกับแม่!!”
ลูกชายคนสุดท้องประกาศลั่น เรียกเอารอยยิ้มจากหญิงวัยกลางคนได้มากโข แต่กับโจวคยูฮยอน...ประโยคนั้นมัน ‘มัจจุราชพรากรอยยิ้ม’ ไปจากเขาชัดๆ!
โจวคยูฮยอนทำได้เพียงยืนทำตาปริบๆมองตามคนรักที่วิ่งต้อยๆตามคุณแม่เข้าห้องนอนไปด้วยสีหน้าเบิกบาน แล้วก็เดินคอตกกลับเข้าห้องตัวเองที่มีคนหน้าคล้ายทงเฮกำลังก้มๆเงยๆจัดที่หลับที่นอนให้กับเขาอยู่
พี่ทงฮวายิ้มให้กับเขา แต่เขาไม่มีกะจิตกะใจจะยิ้มตอบเลย ยังงัยซะก็ทำใจเถอะนะครับพี่....ตราบใดที่ทงเฮน้องชายพี่ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่ ตราบนั้นผมก็คงจะไม่บ้ามานั่งยิ้มแป้นปรบมือชื่นชมยอดลูกกตัญญูหรอกนะครับ
แค่คิดว่าต้องนอนคนเดียวทั้งๆที่อุตส่าห์ได้มาฮันนีมูน(คิดไปเองคนเดียว)ทั้งที แค่นั้น...
ก็เซ็งจิตแล้วววว!!!
พี่ทงฮวาเป็นจิตแพทย์รึเปล่าอันนี้ก็ชักไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ใจคือพี่เค้ารู้ว่าพ่อนักร้องหน้าหล่อเค้านอนไม่หลับเพราะคิดถึงคนบางคนอยู่ รู้ได้จากประโยคที่ฝ่าความเงียบขึ้นมา
“คิดถึงไอ้ทงเฮมันน่ะสิ”
“พ...พี่..พี่รู้ได้ยังงัยน่ะ” คยูฮยอนสะดุ้ง รีบพลิกตัวกลับไปอีกทาง
ทงฮวายันตัวลุกขึ้น “รู้แล้วกันล่ะน่า”
“อยากนอนกอดไอ้ทงเฮมันใช่มั๊ย?”
“เอ่อ.......แต่ ทงเฮเค้าอยากนอนกอดแม่เค้านี่นา”
“เออน่า พี่ช่วยได้”
หัวใจของคยูฮยอนกระเด้งตัวเองจนกระแทกกระดูกซี่โครง มันคงดีใจมากเกินไป แต่ที่แน่ๆ...คยูฮยอนดีใจมากกว่าเป็นร้อยเท่า เขารีบยันตัวเองลุกขึ้นบ้าง พี่ทงฮวาหันมายักคิ้วให้เขาก่อนจะค่อยๆย่องออกไปจากห้อง
ภายในห้องนอนของแม่มืดสนิทจนแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ด้วยสายตาที่เริ่มจะชินกับความมืดและความคุ้นชินกับตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องทำให้ทงฮวาพอเดาทางเดินได้ถูกและไม่พลาดไปสะดุดโดนอะไรเข้า
เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างๆหูของคนเป็นแม่ หญิงหน้าตาใจดีลืมตาขึ้นช้าๆ มองลูกชายคนเล็กด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วก็ยอมลุกตามลูกชายคนโตออกไปแต่โดยดี
นั่นทำเอาคยูฮยอนถึงกับอึ้ง!!!!
“แม่คิดอยู่แล้วว่าตาหนูนั่นคงดูแลใครไม่ได้หรอก นิสัยเด็กขนาดนั้น ยังงัยพ่อหนุ่มก็ดูแลเจ้าทงเฮมันดีๆนะ!” ถ้าไม่เอามือไขว้หลังแล้วลองหยิกท้องแขนตัวเองดูว่ามันเจ็บหรือไม่เจ็บ คยูฮยอนจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่ามันคือเรื่องจริง
“ค....ครับ”
“ฮึ่ย..นี่แม่อุตส่าห์ยอมไม่นอนกอดเจ้าตัวเล็กนะเนี่ย อย่าให้แม่ผิดหวังเป็นอันขาด!!!”
คยูฮยอนโค้งรับว่าที่แม่สะใภ้ด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักๆเป็นจังหวะกลองทึบ และรับรอยยิ้มพร้อมกับสองนิ้วสู้ตายจากพี่ทงฮวา เป็นอันว่าค่ำคืนนี้....
เป็นของโจวคยูฮยอนแต่เพียงผู้เดียว!!!
ตาของเขาเริ่มจะชินกับความสว่างที่น้อยนิดแล้วก็จริง แต่เพราะไม่เคยย่างกรายเข้ามาในห้องนี้มาก่อน มันก็เลยทำให้การเคลื่อนไหวในแต่ละเซนติเมตรนั้นลำบากเอาการอยู่ ไหนจะสะดุดโน่นนี่ ไหนจะควานหาคนตัวเล็กไม่เจอ
เสียงงอแงเหมือนเด็กโดนกวนเวลาหลับลึกดังแว่วเข้าโสตประสาท และด้วยความที่เขามีพรสรรค์ทางด้านการร้องเพลงทำให้ประสิทธิภาพในการฟังของเขาดีเลิศตามไปด้วย คยูฮยอนเลยยิ้มออก เพราะเขาสามารถจับทิศทางของเสียงได้แล้ว!
อีทงเฮนอนขดตัวกลมอยู่ใต้ผ้าห่ม คยูฮยอนไม่รอช้ารีบยัดตัวยาวๆของตัวเองไปกกกอดให้หายวังเวงใจ จากที่จิตตกนอนไม่หลับเกือบค่อนคืน
“อืออออ......” คนตัวเล็กครางเบาๆคล้ายเจ้าเหมียว คยูฮยอนสอดปลายแขนเข้าใต้ลำแขนเล็กแล้วรั้งเอาร่างนุ่มเข้ามาซุกอก ลมหายใจอุ่นๆของทงเฮกระทบผิวเนื้อผ่านเสื้อนอนตัวบางปลุกอารมณ์บางอย่างที่เขาพยายามข่มมันไว้สุดใจขาดดิ้นให้เริ่มปะทุขึ้นทีละนิด..ทีละนิด
“ทงเฮ...” คนตัวโตเอ่ยเสียงเบาชิดริมใบหู ทงเฮคงจะจั๊กจี้ถึงได้ห่อไหล่ขึ้นนิดหน่อยแต่กลับกระชับกอดเขาแน่นกว่าเดิม
...อย่าใช้ความไร้เดียงสายั่วกันอย่างนี้สิ ทงเฮ....
ท่อนขาเล็กซึ่งขากางเกงนอนร่นขึ้นมาจนอยู่เหนือหัวเข่าเคลื่อนขึ้นมาพาดเอวคยูฮยอนเอาไว้ ทงเฮคิดว่าเขาเป็นแม่รึยังงัย ถึงได้นอนท่าที่มันถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้??
“ทงเฮ....ลืมตาก่อนสิ”
“อืออออ.........” คยูฮยอนค่อยๆขยับตัวออกห่างเพื่อที่จะคุยกับคนตัวเล็กให้รู้เรื่อง มือหนาช้อนปลายคางให้เงยขึ้นแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆพอให้รู้สึก
“นี่โจคยูของนาย อีทงเฮ....ไม่ใช่คุณแม่หรอกนะ”
“โจคยู.....” เสียงเล็กเอ่ยเบาๆ ก่อนจะส่งหลังมือขึ้นขยี้ตา “เห????” คยูฮยอนอมยิ้มขำเมื่อเห็นว่าคนรักความรู้สึกช้าเป็นบ้า
“โจคยู......แฟนอีทงเฮงัย นึกออกรึยัง?”
“เข้ามาได้ยังงัย” ทงเฮจ้องตาแป๋ว แต่เขากลับยิ้มเจ้าเล่ห์แหย่ให้คนตัวบางเสียวสันหลังเล่นๆ
“แอบเข้ามา แม่ทงเฮยังนอนอยู่ข้างๆทงเฮอยู่เลย ฝั่งนั้น...” พอทงเฮจะพลิกตัวหันไป คยูฮยอนก็รีบรั้งไหล่เอาไว้ พร้อมๆกับที่ริมฝีปากสีส้มอ่อนก็ตกเป็นของเขาทันที
อีทงเฮดิ้นขลุกขลักๆ ฝ่ามือที่เล็กกว่าเขาเกือบสองเท่ายันเข้ากับอกแกร่งอย่างไม่ยอมแพ้ คยูฮยอนถอนจูบออกมาแล้วยิ้มมุมปากท้าทาย
“ไม่เอานะ เล่นแบบนี้ไม่สนุกเลย” เห็นหน้าใสๆส่อแววตื่นตระหนกแล้วมันชอบใจพิลึก....พี่เขาโรคจิตรึเปล่าเนี่ย???
“สนุกดีออก” ว่าแล้วก็รั้งข้อมือเล็กไว้กับตัวแล้วยื่นหน้าเข้าหาหวังจะขโมยน้ำหวานจากกลีบปากอุ่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทงเฮไหวตัวทันรีบเอียงหน้าหลบ คนขี้ขโมยเลยได้แค่มุมปากไปเชยชม
“ไม่เอานะ” สงสัยทงเฮจะเชื่อเขาเข้าเต็มๆ เพราะฟังจากระดับเสียงที่ใช้...เหมือนทงเฮกำลังกลัวว่าอีกหนึ่งชีวิตในห้องจะตกใจตื่นขึ้นมายังงัยอย่างงั้น
ทงเฮใช้จังหวะเหมาะเจาะพลิกตัวเองให้หันไปอีกทาง แต่ช้ากว่าคยูฮยอนที่รวบตัวบางๆเอาไว้แล้วประทับจุมพิตลงบนทุกส่วนของผิวเนียนเท่าที่เสื้อนอนคอกว้างๆตัวนี้จะเป็นใจให้
ทงเฮไม่กล้าส่งเสียงดัง คยูฮยอนเลยได้ใจนัวเนียทงเฮจนแทบระทดระทวย “คยูฮยอน...อย่า...อย่านะ” ความร้อนจากฝ่ามือหนาที่แทรกซอนเข้ามาใต้ร่มผ้าทำให้ขนสีอ่อนลุกซู่ อีทงเฮขดหน้าขาเข้าชิดหน้าท้องและพยายามถองศอกใส่คนฉวยโอกาส
“ทงเฮอา....” คยูฮยอนครางชื่อทงเฮเสียงแหบ เขาเปลี่ยนอิริยาบถจากที่ใช้ลิ้นลิ้มชิมรสซอกคอขาวเป็นใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นกายหอมตรงบริเวณท้ายทอยแทน
“ปล่อยนะ เดี๋ยวแม่ตื่น” คนตัวบางขมวดคิ้วหนึบเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังอยู่ข้างหู
“หัวเราะอะไร?”
“แม่ทงเฮไม่ได้อยู่ในนี้”
“อะไรนะ?”
“ไม่เชื่อเหรอ?”
ร่างบางฝืนสายตามองฝ่าความมืดไปตรงหน้าและก็พบว่ามันว่างเปล่า และตอนนี้เองที่ทงเฮนึกขึ้นได้ว่าฝั่งที่แม่เคยนอนคือฝั่งเดียวกับที่โจวคยูฮยอนกำลังจับจองอยู่ ณ ตอนนี้
“นายแกล้งฉัน!”
“ฮ่าๆ แฟนใคร น่ารักจัง”
“นายแกล้งฉันน่ะ!! ไอ้คนบ้า ไอ้คนเจ้าเล่ห์!! อ้ะ” คยูฮยอนรวบกำปั้นเล็กๆนั่นไว้ในอุ้งมือและพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของคนรักเอาไว้ ทงเฮถลึงตาใส่ ปากก็เม้มจนเห็นเป็นขีดเดียว คนตัวโตหรี่ตามองคล้ายจะหยั่งเชิง และเมื่อเห็นว่าคนข้างใต้ดีแต่ขู่ คยูฮยอนจึงโน้มหน้าลงแต้มจุมพิตเบาๆไว้ที่กลีบปากนุ่มก่อนจะละออกมา
..แล้วนั่น ใครสั่งใครสอนให้มองตาแป๋วแบบนั้น หา อีทงเฮ...
ข้อมือเล็กที่คยูฮยอนกำไว้ด้วยอุ้งมือหนาถูกตรึงให้นาบติดไปกับฟูกนอนนุ่ม ทงเฮหลับตาพริ้มรอรับจูบจากเขา และคยูฮยอนก็ไม่ทำให้ทงเฮต้องอารมณ์เสียเพราะรอนาน....ลิ้นของทงเฮซุกซนเหมือนเจ้าของ ส่วนลิ้นของคยูฮยอนก็เอาแต่ใจไม่ได้ต่างจากตัวเขาเองเหมือนกัน ทงเฮซนได้ไม่นานก็ถูกคยูฮยอนปราบพยศ น้ำหวานรสนุ่มถูกตักตวงแล้วตักตวงอีกไม่รู้จักพอ ลมหายใจเริ่มขาดห้วงเมื่อคนตัวโตเพิ่มแรงดูดดุนและปรับเปลี่ยนมุมอย่างรวดเร็ว ข้อมือเล็กคล้องเข้ากับลำคอของคยูฮยอนทันทีที่มันเป็นอิสระ ส่วนมือของคยูฮยอนก็เริ่มสำรวจผิวกายร้อนระอุ
“อื้อ.....คยูฮยอน.....” ทงเฮครางเมื่อฟันคมงับเบาๆบนจุดไว้สัมผัส หัวแม่มือของคยูฮยอนคลึงๆเบาตรงแอ่งที่ฐานลำคอ มืออีกข้างก็ปลดเม็ดกระดุมพลาสติกอย่างรู้งาน
ลมร้อนๆพัดผ่านปลายติ่งหูและหยุดนิ่งที่หลังใบหู เขากลั้นหายใจเมื่อคนตัวโตไล้เลียลิ้นชื้นไปตามแนวซอกคอ มือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ทงเฮเกร็งไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสวาบหวามบนแผ่นอก
คนหน้าหล่อละใบหน้าหล่อจัดอันนั้นขึ้นมา และจ้องมองทงเฮด้วยสายตาที่ทำให้คนถูกจ้องเขินจนทำตัวไม่ถูก คยูฮยอนใช้สายตาสำรวจเรียวหน้าใสไล่ต่ำไปตามลำคอที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยแดงๆลามไปถึงแผ่นอกเปลือยเปล่าที่กำลังสั่นสะท้าน
ทงเฮทำท่าจะขยับท่อนแขนขึ้นมาปกปิดความน่าอายของเรือนร่างแต่กลับถูกมือหนาตรึงไว้เสียก่อน
“น่ารักจัง ทงเฮ”
“ฉ...ฉันเขินนะ......อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ”
“ก็น่ารักจริงๆนี่นา” ทงเฮไม่กล้าลืมตาแล้ว ทงเฮไม่อยากเห็นแววตาของคยูฮยอนเวลาที่มันกำลังโลมเลียร่างกายของเขา
คยูฮยอนโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูอีกหน “อยากรู้จังว่าอีก 50% ที่เหลือจะน่ารักขนาดไหน” เค้าอมยิ้มแก้มตุ่ยใส่คนน่ารักและไม่เว้นช่วงให้คนตัวเล็กได้ส่งยิ้มซ่าๆกลับมาได้ ก็ริมฝีปากของทงเฮไม่ว่างที่จะมาส่งยิ้มแล้ว
ความเย็นวาบที่ปะทะร่างกายเบื้องล่างส่งผลให้ทงเฮสะดุ้งและรีบหุบขาเข้าหากันจนแน่น แต่คยูฮยอนไม่ปล่อยให้ทงเฮทำตามใจตัวเอง เขาใช้ท่อนขาแข็งแรงแหวกขาเรียวของทงเฮและล็อกมันเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้
“คยู......อื้อ..............” เม็ดสีชมพูแข็งเป็นไตรับสัมผัสจากลิ้นชื้นได้เป็นอย่างดี คยูฮยอนกัดมันเบาๆให้ทงเฮได้สะท้านไปทั่วร่าง ยิ่งทั้งมือทั้งขาเคลื่อนไปไหนไม่ได้แบบนี้ ทงเฮคงจะรู้สึกดีไม่น้อย
เขาเคลื่อนศีรษะต่ำลงเรื่อยๆ ตลอดทางก็ไม่ลืมที่จะเก็บเกี่ยวเอารสชาตินุ่มละมุนจากเนื้ออ่อน รสชาติของมันติดลิ้นจนเขาไม่อาจห้ามใจ คยูฮยอนเลื่อนต่ำจนอยู่ในระดับกลางลำตัว ได้ยินเสียงทงเฮขู่ฟ่อแต่เขาไม่สนแล้ว ก็ทงเฮน่ากินจนอดใจไม่ไหว...จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะ
คยูฮยอนครอบครองแท่งเนื้ออย่างไม่รังเกียจ เขาขยับศีรษะและปรับระดับความเร็วจนทงเฮทนเก็บเสียงครางไว้ไม่ไหว ข้อมือเล็กพยายามรั้งตัวเองออกจากการเกาะกุมและคยูฮยอนก็ไม่ขัด ทงเฮขยุ้มกลุ่มผมสีดำสนิทเพื่อปลดปล่อยอารมณ์กระสันที่คยูฮยอนเป็นคนทำให้มันก่อตัวขึ้น
“อื้อ.............เร็ว........เร็วกว่านี้ อื้อ................”
ฟันคมครูดเบาๆส่วนลิ้นก็ไล้เลียที่ส่วนปลาย ไม่นานลำตัวบางก็กระตุกเกร็งและปลดปล่อยความต้องการออกมาจนหมดแรง
“ทงเฮ........”
“อือ......” คยูฮยอนใช้นิ้วมือเกลี่ยปอยเส้นผมชุ่มเหงื่อที่บดบังเรียวหน้าหวานใสนั้นออก มองคนรักที่ทำตาปรือคล้ายจะหลับไม่หลับแหล่พลางยิ้มอ้อน
“ทงเฮ......”
“อะไร....”
“ทงเฮครับ” คยูฮยอนโน้มหน้าลงกระซิบจนริมฝีปากชิดกับผิวเนื้อพราวเหงื่อ “ขอนะ”
คนตัวเล็กเงียบไปพักใหญ่จนคยูฮยอนใจแป้ว
นี่มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะใจร้ายได้ลงคอหรือ?
“ขัดใจนายได้ด้วยเหรอ?” คนตัวเล็กถามกลับเสียงแผ่ว ทงเฮไม่ได้รับคำตอบแต่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับพลิกให้นอนคว่ำ สัมผัสร้อนรุ่มจากริมฝีปากลากผ่านท้ายทอยจนถึงกลางแผ่นหลัง และเลื่อนลงไปต่ำกว่านั้น...
คยูฮยอนปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้าย และไม่รอช้าที่จะปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองบ้าง“อ้ะ!”
“เจ็บเหรอ?”
“อื้อ”
“ทนไหวมั๊ย?”
“.....”
“ทงเฮ...”
“ไหว” คนน่ารักกัดฟันตอบ ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องที่ชินกันง่ายเมื่อไหร่ คยูฮยอนขยับกายให้ลึกกว่าเดิมและเริ่มบรรเลงเพลงรักไปพร้อมกัน
คยูฮยอนอ่อนโยน ทงเฮรู้สึกได้
เพราะคยูฮยอนไม่อยากให้ทงเฮต้องเจ็บ...เหมือนที่ผ่านมา
“ทงเฮ......”
“ฉันรักนาย”
“รักเหมือนกัน”
ทั้งที่ทงเฮเขินแทบแย่ แต่คยูฮยอนกลับปั้นหน้าแป้นแล้น แถมยังยิ้มฉอเลาะได้ไปทั่ว แล้วนี่แม่ทงเฮไปรู้จักลัทธิ ‘คยูเฮ’ มาจากไหน ถึงได้เป็นใจนัก เผลอหน่อยไม่ได้เป็นต้องจัดฉากให้ทงเฮกับคยูฮยอนได้อยู่กันสองต่อสองทุกที!!
จะว่าไปแล้ว การมาเที่ยวบ้านทงเฮครั้งนี้ แลดูจะคล้ายๆการฮันนีมูนของคู่รักสองคู่มากกว่าการกลับมาเยี่ยมแม่ไปซะแล้ว แต่ไอ้ที่ว่าสองคู่น่ะ ไม่ใช่คู่ของคยูฮยอน-ทงเฮ กับคู่ของพี่ฮัน-พี่ซึงออหรอกนะ
หากแต่เป็น คู่รักต่างวัยอย่าง หมอทงฮวากะเด็กแก่แดดอีซองมินต่างหาก!!
อกหักจากคยูฮยอนได้ไม่นานก็มีพี่ทงฮวามาดามใจซะแล้ว
วันสุดท้ายของการพักร้อนมาถึงแล้ว
ทงเฮกอดลาแม่อย่างอาลัยอาวรณ์แล้วยังทำท่าว่าจะไม่ยอมกลับโซลง่ายๆ จนพี่ทงฮวาต้องช่วยพูดแล้วก็ใช้เหตุผลพันข้อให้ทงเฮจนมุม
“รักแม่นะฮะ”
ทงเฮจุ๊บแก้มแม่เป็นการปิดท้ายก่อนจะตัดใจหันหลังเดินขึ้นรถ เขาหันไปโบกมือลาแม่กับพี่ชายอีกครั้งแล้วถึงยอมปิดประตูรถ
“ไม่ต้องเศร้าไปทงเฮ เดี๋ยวถ้าไอ้คยูมันว่างอีก เดี๋ยวมันก็พาเรามาเยี่ยมแม่อีกนั่นแหละ” พี่ฮันปลอบเสียงร่าเริง
“แล้วทำไมมันจะไม่อยากมา แม่กับพี่ชายทงเฮให้ท้ายมันขนาดนั้น ใช่มั๊ยห้ะ ไอ้คยูฮยอน”
“เฮ้ย!! ผมเก่งด้วยตัวผมเอง ให้ทงให้ท้ายอะไรไม่มี๊” คนขับรถยังมีหน้ามาเถียง ทงเฮเลยทุบไหล่ไปทีอย่างหมันไส้
“อย่าให้รู้นะว่าแอบไปมีลับลมคมในอะไรกับแม่กับพี่ทงฮวาน่ะ”
“เมื่อยชะมัดเลย”
“มา ช่วย!” คยูฮยอนรับสัมภาระกองโตมาจากมือบาง ทงเฮบีบแก้มเค้า
“น่ารักขึ้นเยอะเลยน้า!”
“น่ารักตั้งนานแล้ว แต่ทงเฮไม่สังเกตเอง”
“ตรงไหน ดุจะตาย”
ทั้งคู่คุยเล่นตั้งแต่หน้าคอนโดฯ จนมาถึงหน้าห้องพักหมายเลข 1309 แล้วจู่ๆคยูฮยอนที่กำลังคุยเล่นสนุกสนานอยู่กับเค้าก็เงียบไปดื้อๆ
“มีอะไรเหรอ?”
“ห้องไม่ได้ล็อก....”
“หมายความว่างัย?”
คยูฮยอนยังไม่ได้ตอบในทันที เขาหมุนลูกบิดเข้าไปแล้วก็มีอันต้องยืนนิ่งไม่ขยับ ทงเฮเห็นอย่างนั้นจึงชะโงกหน้าเข้าไปดูบ้าง
“เห?”
“พ่อมาได้ยังงัยน่ะ??”
End of part 10
กาเท่เร่'s talk :: เย้ๆ..คิดว่าจะไม่มีวันนี้ซะแล้ว เมื่อคืนเท่เร่นั่งปั่นยันเช้าเลยล่ะทุกคน ดีใจกันมั๊ย???
โหยยย ไอ้ที่ไม่ได้มาต่อไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ก็เพราะหมวยนั่นล่ะ เล่นมามาดเซอร์เอาซะอีเท่เร่จิ้นเคะไม่ออกกันเลยทีเดียว แต่ในที่สุดหมวยก็สวยได้ แม้ผมจะยาว เท่เร่ไปเจอรุปนี้มาค่ะ
เป็นงัย ผมยาวแต่ก็น่ารักเนอะ ชอบๆ =]
ไปแล้วๆ ... เดี๋ยวจิมาต่อเรื่องใหม่
เฮ้อ....ภาระฟิคเพิ่มขึ้นทุกวั๊น ทุกวัน แต่ก็จะพยายามค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม แต่ถามไถ่นะคะ
รักนะ...เด็กโง่
บะบาย
