● |Fic| Can we |Part 9|

posted on 08 Jun 2008 22:00 by kyuhae  in Fic-Can-we

Part 9

 

 

ปาฏิหาริย์ของโลกใบนี้ก็คือ ‘ความรัก’

 

ความรักที่ไม่มีเหตุผล คือสิ่งเดียวที่ทำให้โลกน่าอยู่

และอีทงเฮก็ยังอยากอยู่บนโลกที่อาจจะไม่สวยงามนักใบนี้

 

เคยถามตัวเองว่าควรเชื่อในคำว่ารักของคนๆนั้นรึเปล่า
จนถึงตอนนี้ ทงเฮก็ยังไม่มีคำตอบสวยหรูจะให้
มีแต่หัวใจดวงเล็กๆที่ดื้อรั้นว่าจะขอเชื่อมัน......เชื่อคำว่ารักของคยูฮยอน

 

“อยู่ดูคยูฮยอนนะ เดี๋ยวฉันไปเตรียมน้ำอุ่นมาให้” ฮยอกแจอาสาทันทีที่ทิ้งมือออกจากร่างหนักๆของคยูฮยอน ก็เห็นว่าเพื่อนตัวเล็กเอาแต่กอดร่างสูงและร้องไห้จนทำอะไรไม่ถูก ฮยอกแจก็เป็นห่วง ประเดี๋ยวจะทำน้ำร้อนลวกมือเปื่อยเอาเปล่าๆ

หลังจากที่เสียงประตูไม้ปิดประกบเข้ากับบานของมัน ภายในห้องนอนเล็กๆของฮยอกแจจึงมีเพียงเสียงฝนที่กำลังสาดตัวเข้าใส่กระจกกับเสียงร้องไห้ของอีทงเฮที่ดังระงมจนกลบทุกสิ่งอย่าง

“คยูฮยอน ทำไมนายต้องทำอะไรโง่ๆแบบนี้ด้วย......ฮึก ฉันไม่มีวันหนีนายไปไหนอยู่แล้ว นายก็รู้นี่ว่าฉันรักนาย แล้วทำไมยังทำตัวเด็กๆแบบนี้ โจวคยูฮยอน นายมันบ้า บ้าที่สุดเลย!!!”

“ถ้านายเป็นอะไรไป......ฮึก......ถ้านายเป็นอะไรไปล่ะก็... ฉันจะโกรธนายไปร้อยปีเลย คอยดูสิ!”

“จริงเหรอ?”

“......”

คยูฮยอนยันตัวเองขึ้นมาช้าๆ ดวงตาทั้งสองยังคงจับจ้องไปที่คนตรงหน้าไม่ยอมละไปไหน ..อย่าให้พูดเลย แค่กระพริบตาคยูฮยอนก็ยังไม่กล้าที่จะทำมัน ก็กลัวว่าอีทงเฮจะหายไป กลัวว่าทั้งหมดนี่มันจะเป็นแค่ความฝัน....

ทงเฮลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอและก้มหน้างุด ครั้งนี้ทงเฮไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาดุๆอย่างครั้งก่อนๆ แต่ทงเฮกำลังหลบดวงตาหวานเชื่อมที่กำลังส่งมาแบบไม่เกรงอกเกรงใจกันซักนิด

คนตัวเล็กคิดอะไรไม่ออก จนต้องรีบผละตัวเองออกมาแต่มันก็ช้ากว่าคนตัวยาว ขายาว แขนยาวที่คว้าหมับเอาท่อนแขนขาวไปได้

“หันมามองฉันสิ ทงเฮ”

“......”

“ทงเฮ......”

“อย่าพูดจาทำร้ายจิตใจฉันอีกนะ”

คนตัวเล็กพูดอ้อมแอ้มในลำคออย่างคนขี้กลัว แต่มันกลับทำให้หัวใจของคยูฮยอนต้องบีบตัวเองเป็นการลงโทษที่เจ็บปวดน้อยเกินไปหากเทียบกับความเจ็บปวดที่ทงเฮต้องแบกรับ

“ไม่พูดแล้ว ฉันจะไม่ทำร้ายทงเฮอีกแล้ว” คยูฮยอนยืนยันคำพูดด้วยการกระชับอุ้งมือกับหัวไหล่เล็กอย่างอ่อนโยน ทงเฮยอมหันหน้ามาสบตากันแล้ว หัวใจของคยูฮยอนกระตุกแรงเหมือนคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ ดวงตาของอีทงเฮ..ทำให้เขามีชีวิต ทำให้รู้ว่าหัวใจยังเต้นอยู่

“ฟังฉันนะ อีทงเฮ......”
“มันไม่ใช่คำโกหก แล้วฉันก็พูดมันออกมาด้วยหัวใจของฉัน”


“......”


“ฉันรักนาย อีทงเฮ โจวคยูฮยอนคนนี้รักนายด้วยหัวใจของฉัน”


พุ่บ!!

ทงเฮเทน้ำหนักของตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดกว้างขวางของโจวคยูฮยอน และเขาก็กอดรับมันไว้ด้วยแผ่นอกอุ่นและก้อนเนื้อเท่ากำปั้นที่ฝังตัวเองอยู่ในนั้น ก้อนเนื้อที่จะคอยกระซิบบอกให้อีทงเฮฟัง.....บอกซ้ำๆว่าเขารักอีทงเฮ รักอีทงเฮ

“ขอบคุณนะ.....คยูฮยอน..............” เสียงเล็กๆอู้อี้อยู่กับเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มชื้นไปด้วยละอองฝน อีทงเฮซุกหน้าลงกับอ้อมกอดอุ่นจนคยูฮยอนยังรู้สึกได้ถึงแรงขยับเล็กๆของริมฝีปากบาง “ไม่ต้องรักฉันขนาดนี้ก็ได้ แค่นายไม่ได้เกลียดฉัน..........แค่นั้น.............”

“แต่ฉันรักนายนะ ทงเฮ”

“ฮึก.............” แรงดันเบาๆส่งผลให้ร่างสูงต้องละจากอ้อมกอด ใบหน้าที่เปื้อนเปรอะไปทั้งน้ำตาและคราบน้ำฝนจนแยกแยะไม่ออกนั้นเงยขึ้นมองเขา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาที่ดวงตาสีดำสนิท “นาย.......ไม่ได้โกหกฉันใช่มั๊ย คยูฮยอน......?”

คยูฮยอนยิ้มบางก่อนตอบเบาๆทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นในน้ำเสียง “ฟังนะ อีทงเฮ นายคือคนแรกที่ฉันรัก นายคือคนแรกที่ทำให้ฉันเกือบเป็นบ้า นายคือคนแรกที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้......เป็นคนที่ยืนตะโกนบอกรักนายกลางสายฝนอย่างหน้าไม่อาย เป็นผู้ชายที่เสียน้ำตาเพียงเพราะแค่เห็นนายไม่สบาย เป็นคนที่งี่เง่าเพราะไม่รู้ใจตัวเอง........นายเป็นคนทำมัน...ทั้งหมดเลย”

ทงเฮปล่อยโฮออกมา เป็นครั้งแรกที่คยูฮยอนทำให้เขาร้องไห้ทั้งที่หัวใจเบ่งบานจนคับอกไปหมดแบบนี้....คยูฮยอน นายก็เป็นคนทำมันทั้งหมดเหมือนกัน

คยูฮยอนดึงตัวแบบบางของอีทงเฮเข้ามากกกอด และลูบผมชื้นๆนั้นด้วยฝ่ามือหนา ลูบไล้เบาๆไปตามแนวเส้นผมเส้นบาง ไล่ไปตามศีรษะทุยๆ ท้ายทอย แนวไหล่ลาด จนถึงกลางหลัง ลูบขึ้นลูบลงเหมือนปลอบเด็กเล็กๆที่กำลังร้องไห้

ทำไมเขาถึงได้ใจร้าย รังแกอีทงเฮได้ลงคอนะ??


แล้วทำไมพระเจ้าถึงได้ใจดี ให้โอกาสคนใจร้ายแบบเค้า??

 


“ทำอะไร?”

“หาเสื้อ เอาไปให้คยูฮยอนเปลี่ยน” ทงเฮตอบคำถามเพื่อนรักด้วยการคุ้ยมือเล็กๆลงไปในลิ้นชักที่อัดแน่นด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน

“จะเอาเสื้อแกให้หมอนั่น เอ่อ โจคยูใส่เนี่ยนะ???” ฮยอกแจเบนสายตาไปทางอื่นแว่บนึงก่อนจะวกกลับมาที่เพื่อนตัวบางอีกครั้ง “เดี๋ยวฉันเอาเสื้อไปให้โจคยูเอง ส่วนสูงของฉันกับเค้าคงจะห่างกันไม่เท่าไหร่”

ทงเฮเผลอเม้มปากเข้าหากันจนฮยอกแจเหลือบไปเห็น

“นี่...หึงฉันเร๊อะ? ไอ้บ้าหมวย ฉันไม่จับโจคยูแกปล้ำหรอกโว้ย แกน่ะ ไปอาบน้ำอาบท่าซะ ไข้ตีกลับขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือน” อ่อ....ที่บอกว่าไข้กลับน่ะเหรอ?

อีฮยอกแจพูดเรื่องจริง ก็ดูหน้าตาท่าทางมันตอนนี้สิ เหมือนคนป่วยซะเมื่อไหร่ เงี้ยล่ะน้า.....ไข้ใจ เจอคำบอกรักไปเมื่อไหร่ล่ะยิ่งกว่าโดนเข็มฉีดยา!!

“แล้วใครว่าฉันหึงล่ะ ฉันไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลซะหน่อย ฮึ” ทงเฮปั้นหน้าตูม แก้มโตเป็นปลานีโม่หวงอาหาร แต่สุดท้ายก็ยอมเดินลากเท้าเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย

ฮยอกแจมองตามจนร่างเล็กลับขอบประตูออกไปแล้วจึงกลับมาตั้งต้นเริ่มแผนการที่เขาคิดได้เมื่อ 10 นาทีก่อน ตอนที่ไปแอบได้ยินพ่อนักร้องโจคยูมันบอกรักเพื่อนเขาเข้า!!

 


คยูฮยอนยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ ไม่ใช่ว่าร้อนจนอยากจะเอาผิวเย็นๆปะทะลมยะเยือกที่ลอดหน้าต่างเข้ามาหรอก หนาวจวนจะเป็นไข้อยู่แล้ว แต่คนน่ารักที่ออกปากว่าจะไปหาเสื้อแสงมาให้ใส่ก็ยังไม่โผล่กลับมาเสียที เสียงแกร่กเบาๆส่งผลให้รอยยิ้มปรากฏกายขึ้นบนเรียวปากหยักสวย แต่เมื่อหันหน้ากลับไปก็กลายเป็นว่าเขายิ้มเก้อ ฮยอกแจจงใจส่งสายตาให้มาชนกันอย่างจัง ทันใดไอเย็นคล้ายไอจากก้อนน้ำแข็ง 10 ตันก็ฉาบไปทั่วร่างสูง

“ทงเฮอยู่ข้างนอก เตรียมโจ๊กให้อยู่น่ะ....”

คนตัวผอมกว่าเกือบ 2 เท่าบอกเสียงเรียบ คยูฮยอนพยักหน้าช้าๆ ปากของเขากำลังฉีกเป็นรอยยิ้มแต่ภาพที่โชว์ให้อีกฝ่ายเห็นกลับเป็นแค่ผู้ชาย(หน้าตาดี)ที่กำลังทำหน้าเหวอคนนึง

“เอาเสื้อมาให้ เสื้อของฉันน่ะ คงใส่ได้ใช่มั๊ย?”
“พอดีว่าไอ้หมัว....ไอ้ทงเฮมันตัวเล็กน่ะ ถ้าจะให้นายไปใส่เสื้อผ้ามันก็คง.....ไม่ไหวมั้ง” พูดพร้อมกับยื่นพับเสื้อผ้าในมือไปข้างหน้า ทว่ากรอบสายตาและใบหน้ากลับเบนหนีไปทางอื่น

คยูฮยอนรู้สึกเกร็งหน่อยๆ ก็ถ้าเป็นทงเฮหลบตา ป่านนี้หัวใจเค้าคงได้เต้นฮิปฮอปโชว์ตับม้ามไปแล้ว แต่นี่มันเพื่อนของทงเฮ ไอ้ที่หลบสายตาก็ไม่ใช่เพราะเขิน แต่มันมีเหตุผลที่ว่า ไม่อยากจะมองหน้าต่างหาก!!

“โจคยู”

“......” คยูฮยอนนิ่ง มองหน้าคนเรียกไม่ขยับ .....ไม่ใช่มีแต่ทงเฮที่เรียกเขาแบบนี้หรอกหรือ??

“โทษ ฉันคงติดจากไอ้ทงเฮมันมากไปหน่อย”

“.......”

ฮยอกแจไม่ได้พูดต่อ เพราะไม่คิดว่าคยูฮยอนจะเงียบคั่นเวลาแบบนี้ ห้องทั้งห้องจึงถูกความเงียบยื่นหน้าเข้ามาขอเวลานอก แต่เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้น ฮยอกแจก็โพล่งมันออกมา

“นายรักเพื่อนของฉันจริงรึเปล่า??”

อึ้ง คำนี้ใช้อธิบายความรู้สึก ณ วินาทีนี้ของโจวคยูฮยอนไม่ได้เลย มันมากกว่านั้น....มากกว่าคำว่าอึ้ง

แต่กลายเป็นจุกเสียมากกว่า

“ผมรักทงเฮ”

“อย่าทำให้เพื่อนฉันต้องร้องไห้ อย่าทำให้ทงเฮเสียใจ ได้รึเปล่า?”

คำขอร้องของคนตรงหน้าจบลงในวินาทีที่ก้อนร้อนๆพุ่งขึ้นมาอุดอยู่ที่ลำคอ โจวคยูฮยอนยืนนิ่ง แววตาดำขลับหยุดนิ่งไม่ไหวติง

“ผมสัญญา.....”

“ไม่ต้องสัญญา แค่รับปากก็พอ”

ดวงตารีเรียวสีน้ำตาลเข้มก็แน่วแน่ไม่แพ้กัน แววตาของฮยอกแจจริงจังและเต็มไปด้วยความหวังที่พร้อมจะมอบให้เขาเพียงแค่....

“ผมรับปาก”

“ฉันไว้ใจนายนะ ดังนั้น นายต้องรักทงเฮให้มากๆ”

 


แค่นั้นทงเฮก็มีความสุขจนหวั่นว่าหัวใจจะปริแตกเพราะความสุขที่มากเกินไปแล้ว

คนตัวเล็กชักเท้าถอยหลังทันทีที่เห็นว่าเพื่อนตัวดีมันพลิกตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง ทงเฮกลั้นยิ้มระหว่างที่พาตัวเองให้วิ่งกลับไปยังห้องครัวจนรู้สึกปวดแก้มตุ่ยๆ มือบางหยิบคว้าเอาฝาหม้อทั้งที่ร้อนฉ่า

“อ๋า~”

“เฮ้ย! เป็นอะไร?”

คนตัวเล็กยิ้มกว้าง หัวเราะแหะๆกลับไปเลยโดนฮยอกแจเบิ๊ดกะโหลกด้วยแรงมดกัดก่อนจะคว้าเอานิ้วพองๆนั่นไปเป่าลมให้

“ไอ้นี่ ซุ่มซ่ามได้ตลอดจริงๆเลยหว่ะเฮ้ย....”

“ไอ้ไก่ยอก.....”

“ไร?”

ทงเฮลดเสียงจนเป็นเสียงกระซิบ “ฉัน—รัก—แก—หว่ะ”

“เฮ้ย!!!!!!”

“ฮี่ๆ จริงๆนะ รักแกจริงๆ” แก้มใสยุบๆพองๆขณะย้ำคำรักให้กับเพื่อนตัวผอม เล่นเอาอีกฝ่ายขนลุกซู่ซ่าอย่างกับเพิ่งอาบน้ำแล้วโดนลมโกรก!

“เฮ้ยๆ พูดแบบนี้เดี๋ยวฉันก็ได้เสียโฉมเพราะหมัดไอ้หน้าหล่อนั่นหรอก”

“แล้วใครบอกว่ารักเท่าโจคยูล่ะ?”

เออครับ สำเหนียกแล้ว ว่ารักมันมากกกกกกก!!

ไอ้โจคยูหน้าหล่อเสียงหล่อรูปหล่อนั่นน่ะ!!!

 


และแล้วไอ้เพื่อนตัวบางหน้าตาน่ารักมันก็โดนต้อนให้เข้าไปรับใช้คนที่มันรักสุดหัวใจ

ฮยอกแจมองตามบานประตูที่ปิดลงเบาๆ พร้อมกับหัวใจที่ดูจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเยอะ......ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ ว่าเขาจะได้เห็นทั้งน้ำตา ทั้งรอยยิ้มของอีทงเฮในวันเดียวกัน

 


กลิ่นหอมฉุยของโจ๊กร้อนๆเข้าโจมตีกองทัพฝ่ายกลิ่นหอมเท่ห์ๆจนแตกยับ แว่บแรกทงเฮแอบย่นหัวคิ้วเข้าหากันเพราะแปลกใจ ขนาดมาใช้ครีมอาบน้ำบ้านคนอื่นก็ยังไม่วายจะปล่อยฟีโรโมนประจำตัวออกมาให้คนตัวบางๆระทดระทวยได้อีก!

ทงเฮเริ่มกวาดสายตาหาเจ้าของกลิ่น ก่อนจะได้ขำพรืดให้หน้าท้องตีม้วนเป็นคลื่นเมื่อไปเจ๊อะเข้ากับร่างสูงในชุดนอนสีน้ำเงิน

ไอ้รูปแบบชุดนอนมันก็ชุดผู้ชายทั่วไปอ่ะแหละ แต่ทงเฮก็เพิ่งรู้ว่าฮยอกแจมันเตี้ยกว่าไอ้คนหุ่นดีคนนี้เยอะใช้ได้ ขากางเกงเจ้ากรรมมันก็เลยเต่อขึ้นมาจนเกือบครึ่งแข้ง แม๊!! ไม่อยากจะคิดว่าหากทงเฮดื้อจะเอาเสื้อของตัวเองให้โจคยูใส่ให้ได้ ภาพที่ออกมามันจะขำว่านี้กี่สิบเท่า!!!

อาจจะขำเสียจนทงเฮสำลักน้ำลายเลยก็ได้!


“เป็นอะไร?”

ทงเฮสลัดหัวเป็นการตอบคำถาม ตาแป๋วๆทำไม่รู้ไม่ชี้และรีบหุบปากเข้าหากันเหมือนเมื่อกี๊ไม่ได้แม้แต่จะอ้าปากหัวเราะเบาๆ

“เอาโจ๊กมาให้ กินเสร็จแล้วจะได้กินยา” ก้นถ้วยกระทบโต๊ะไม้เบาๆเมื่อทงเฮวางมันลง คนตัวเก้งก้างเมื่ออยู่ในชุดเล็กๆพยายามดึงรั้งขากางเกงให้ลงมาอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ ทว่าพอเอวมันต่ำ ชายเสื้อมันก็ลอย พุงขาวๆที่โผล่แผล็บออกมาทำเอาคนขี้อายแก้มอาบสีเลือดทันตาเห็น

ไม่รู้ว่าโชคดีเข้าข้างโจวคยูฮยอนหรือว่าโชคร้ายเข้าข้างอีทงเฮกันแน่ ถึงได้ดลบันดาลให้ไอ้นักร้องหน้าหล่อมันเหลือบมาเห็นสีหน้าเขินๆของคนตัวเล็กตอนนั้นพอดี โจวคยูฮยอนลอบยิ้มแต่โจ่งแจ้งในความคิดของทงเฮ ก่อนจะทิ้งก้นลงนั่งตรงข้ามแล้วจ้องตาเป็นมันแทบไม่มีกะพริบให้เสียอรรถรส

...มองอะไร...

อยากถาม แต่ก็ไม่กล้า ....มัน..........เขินชอบกลแฮะ

ทงเฮกำลังใช้ไอคิวระดับปานกลางเพื่อหาทางออกให้กับสงครามสายตาที่ทำท่าว่าจะเรียกมดมาได้อีกหลายโขยงก่อนที่ตัวเองนั่นแหละจะกลายเป็นเหยื่อให้กับไอ้คนเรียกมดไปเสียก่อน

“จะกินมั๊ยน่ะ เดี๋ยวก็เย็นชืดไปซะก่อน แล้วจะอดกินของอร่อย”

“ป้อนหน่อยสิ”

“เป็นไข้ธรรมดาไม่ใช่รึงัย? ยกแขนตักข้าวเข้าปากมันไม่ทำให้ไข้ขึ้นหรอกน่า” พูดออกไปแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ ก่อนหน้านี้เคยต่อปากต่อคำกับโจคยูได้เสียเมื่อไหร่ แล้วนี่อะไร..ไอ้ปีศาจจอมดุมันดันมานั่งยิ้มหวานละลายใจได้หน้าตาเฉย

ให้ตายเหอะ,, ตวาดกันกลับมา ยังจะอุ่นใจซะกว่า!

“ตอนฉันป้อนให้นายฉันยังไม่เห็นอ้างเหตุผลสารพัดแบบนี้เลย หา? อีทงเฮ..”

อา.....แบบนี้ค่อยยังชั่ว

“ครั้งแรกเป็นเพราะฉันหิวโซเลยต้องยอมให้ป้อน ส่วนครั้งที่สองนายบังคับกันด้วยสายตา.....” ทงเฮตอบแก้มอูม

“ครั้งนี้ฉันก็หิวโซ แล้วถ้าจะบังคับกัน....ฉันก็ยอมให้ทงเฮบังคับ”

คนตัวเล็กก้มหน้าลงมองโต๊ะไม้ สังเกตเห็นว่าไม้มันลอกไปหลายหย่อม ขาโต๊ะสึกไปหลายข้างก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาตามเดิม

“นาย......ไม่ได้หลอกให้ฉันดีใจเล่นอีกนะ? โจคยู.....”

“......”

“เอ่อ! ฉันขอโทษ ฉัน...ไม่น่าถามแบบนั้นออกไปเลย”

“ไม่มีอีกแล้ว โจวคยูฮยอนที่โง่เง่าคนนั้นน่ะ” ไออุ่นตรงหลังมือทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีไปเสียแล้ว เพราะถ้ามันเป็นก้อนฟืน น้ำตาของทงเฮก็คงเป็นซุปที่เดือดปุดและกำลังกลั่นตัวเองให้ไหลไปตามเนินแก้ม

ฮึก.......

ทงเฮกำลังจะปล่อยโฮออกมาอีกรอบ แต่กลับโดนไออบอุ่นเข้าโอบล้อมจนไม่เหลือพื้นที่ว่างเป็นทางเดินของน้ำตา คยูฮยอนกำลังใช้เสื้อนอนตัวเต่อๆของฮยอกแจรองรับใบหน้าของเขาเอาไว้ คยูฮยอนลุกออกมาจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามตอนไหนไม่รู้ รู้แค่ตอนนี้คยูฮยอนกำลังกอดทงเฮไว้ทั้งตัวและหัวใจ

 


“นอนด้วยกัน”

โจวคยูฮยอน!! ถ้านายเป็นผู้หญิง ป่านนี้นายคงโดนเจาะไข่แดงไปแล้วล่ะ!!

คยูฮยอนเป็นพวกเอาแต่ใจแบบเสมอต้นเสมอปลาย เขารั้งข้อมือของทงเฮเอาไว้ และบังคับกันด้วยสายตาที่กำลังหวานเยิ้มได้ที่

“ไม่เอา เดี๋ยวติดไข้”

“ทงเฮก็เป็นไข้เหมือนกัน คนเป็นไข้สองคนมาเจอกันมันก็จะหักลบกลายเป็นศูนย์คือไม่เป็นไข้ เคยได้ยินมั๊ย? ที่เค้าว่าลบเจอลบเป็นบวกน่ะ”

คนที่ปวารณาตัวเองว่าเป็นครูแก่วิชายิ้มแฉ่ง ล่อมือล่อเท้าลูกศิษย์ตัวน้อยเหลือเกิน ทงเฮเลยบีบจมูกโด่งๆนั่นเข้าให้โทษฐานทำตัวมีเหตุผลจนน่าเตะ

“อ่ะ....เจ็บ...”

“อ้ะ!!”

คำนวณได้ประมาณเศษหนึ่งส่วนหนึ่งพันวินาทีที่จู่ๆทงเฮก็ล้มปุ๊กไปจมอยู่บนอกกว้างๆของคยูฮยอน พอจะยันตัวให้ลุกขึ้นก็โดนท่อนแขนแกร่งปิดกั้นทางไว้หมดแล้ว

คยูฮยอนจับตัวทงเฮล้มลงมานอนบนฟูกเดียวกัน หันตะแคงเข้าหากัน แล้วใช้วิชามารที่เพิ่งจะเรียนรู้มาสดๆร้อนๆนั่นก็คือ

จ้องตา

สิ่งมีชีวิตตัวนิ่มๆดิ้นขลุกขลักพยายามเสหน้าเสตาไปทางอื่น แต่สุดท้ายก็จนมุมเลยต้องทำการโง่ๆด้วยการกางนิ้วทั้งสิบยื่นไปตะปบปิดหน้าคนหล่อร้าย

“กอดหน่อย”

“หลายรอบแล้ว มันอึดอัดด้วย”

“งั้นก็จูบ วันนี้ยังไม่ได้จูบเลย!”

“ไม่เอา วันนี้ให้กอดอย่างเดียว” เออ..จะหาว่าพูดจาวก-วนก็พูดไปเถอะ แต่เรื่องอะไรจะให้ไอ้คน(เคย)เลวมันค้ากำไรเกินควรล่ะ คิดว่าลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้วรึงัย???

“อีทงเฮ......”

อย่าเรียกแบบนั้น

“ทงเฮ.......”

ไม่ต้องมาทำเสียงออดเสียงอ้อน

“ทงเฮอา........”

บ้าเอ๊ย!!! ทำแบบนี้ ฉันก็เสียเปรียบสิวะ!!!!!

ก็รู้ว่าคนมันใจอ่อนมาแต่เกิด แล้วก็ยังจะยิงกันตรงจุด....เล่นแบบนี้ก็ขอจูบกันตรงๆเลยดีกว่า

“ขอจูบหน่อย~”


โง่ไปเป็นเดือน เจอฝนราดหัววันเดียวความฉลาดพุ่งปรี๊ดไอคิวพุ่งปร๊าดเลยเหรอครับ!!

โจวคยูฮยอน นายมันหน้าเสือใจมาร!!

อยากจะเล่นตัวมันก็เล่นไม่ออกแล้ว ตาก็หลับพริ้มปากก็เผยอ....อะไรกัน อีทงเฮ??


วินาทีถัดมา ทงเฮแน่ใจว่ากำลังรู้สึกได้ถึงแรงลากเบาๆผ่านเส้นริมฝีปาก ลมหายใจที่เจือกลิ่นเมลทอลสดชื่นจากยาสีฟันยี่ห้อเดียวกันกำลังถ่ายทอดออกมาให้ทงเฮต้องหายใจรับมันเข้าไป แล้วความอุ่นเพราะพิษไข้ที่เสิร์ฟพร้อมกับความเย็นจางๆมันก็ทำเอาสติสตังค์หลุดลอย

รสจูบแบบนี้.....
รสจูบที่คิดว่าคงไม่ได้สัมผัสกับมันอีกแล้ว

คยูฮยอนเพิ่มแรงดูดดุนที่กลีบปากจากแผ่วเบาเป็นแนบแน่น เรียวลิ้นที่เคยบุกรุกอย่างอุกอาดวันนี้มันช่างทำหน้าที่อย่างนุ่มนวลเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เราจูบกัน มันแตะตวัดเบาๆ รัดบ้างคลายบ้างให้คนรับจูบได้เว้นช่วงหายใจ คยูฮยอนขบกัดกลีบปากล่างของคนตัวเล็กเบาๆและปล่อยให้อีกฝ่ายขบริมฝีปากบนของตัวเอง ก่อนจะผลัดกันขบกัดกลีบปากสลับไปมาอยู่แบบนั้น


แผ่วเบาเหมือนลมฤดูร้อน
แต่ย่ามใจจนยากจะบรรยาย


ทงเฮเพิ่งรู้ว่าร่างกายไม่พร้อมก็ตอนที่คยูฮยอนเริ่มลามปามทำรอยรักไปตามซอกคอพร้อมๆกับการสอดปลายนิ้วเข้าแตะหน้าท้องเนียน จึงรีบยันฝ่ามือเข้ากับแผ่นอกกว้างที่เปลี่ยนตำแหน่งจากนอนข้างกันมาอยู่ข้างบนได้อย่างไรก็ไม่ทราบ

“.....” เขาส่ายหน้าและบอกเหตุผลผ่านแววตา

“เมื่อคืน.......เจ็บมากเลยหรือ??”

“อือ”

“อีทงเฮ” นิ้วชี้เรียวยาวเกลี่ยปลายเส้นผมที่ระหน้าผากมน ไล้ไปไล้มาทั้งที่ทั้งดวงหน้าก็ไม่มีสิ่งใดมากั้นกางความน่ามองของคนตัวเล็ก แต่เรียวนิ้วนั้นก็ยังไม่ยอมละออกไปไหน

“ฉันขอโทษ.....ขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับนาย ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ.....”

“พอแล้ว” ทงเฮแตะปลายนิ้วชี้ของตัวเองลงบนกลีบปากหยักสวยนั่นบ้าง.....อุ่นจัง

แต่คยูฮยอนกลับรวบมืออ่อนนุ่มนั้นไว้ในอุ้งมือของตัวเองแล้วพรมจุมพิตเบาๆไว้ที่หลังมือ

“งั้นคืนนี้ขอนอนจูบอีกอย่างนะ”

“ไม่เอา.....ให้กอดอย่างเดียว”

“ก็ได้ ตามใจทงเฮ”

 

 

ในวันที่อากาศน่านอนเป็นที่สุด

คยูฮยอนตะแคงข้างใช้ท่อนแขนตั้งแต่ศอกลงมาตั้งไว้กับเตียงเพื่อเป็นตัวรับน้ำหนัก มืออีกข้างโอบไว้หลวมๆรอบเอวบางใต้ผ้าห่ม ปลายจมูกโด่งเป็นสันแตะเบาๆกับแก้มเนียนที่ไม่มีกลิ่นใดเจือปนนอกเสียจากกลิ่นกายหอมอ่อนๆ และจ้องมองแพขนตาไม่กระดิก

ฉันกำลังเป็นหมาจิ้งจอกสิ้นฤทธิ์ติดกับดักปลาการ์ตูนน่ารักอยู่

เขานอนฟังเสียงเข็มนาฬิกาที่ดังสม่ำเสมอตามจำนวนวินาทีที่ใช้ในการนอนกอดทงเฮ

ใจนึงก็อยากจะนอนมอง เก็บเกี่ยวเอาความน่ารักให้ตัวซูบซีดกันไปข้าง แต่อีกใจก็อยากปลุกขึ้นมามอร์นิ่งคิสต้อนรับเช้าวันใหม่......เช้าวันใหม่ที่คยูฮยอนจะสามารถมองหน้าใสๆของทงเฮได้อย่างเต็มสายตา

“ตื่นได้แล้ว” เค้าว่าถ้าเราตะโกนปลุกเสียงดัง จะทำให้คนหลับตกใจตื่น...ดีไม่ดีอาจถึงขั้นช็อค ดังนั้นเขาก็เลยเลือกที่จะปลุกด้วยเสียงกระซิบแทน คยูฮยอนรอดูปฏิกิริยาคนตัวเล็กอยู่พักใหญ่ แต่ฝ่ายนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมารับมอร์นิ่งคิสที่เขาอยากจะให้จนตัวสั่นเลยซักนิด!!

รู้แล้ว......!

ริมฝีปากหยักได้รูปแตะเบาๆลงบนใบหูนิ่ม ก่อนจะเลื่อนออกห่างเพียงนิดเพื่อบรรเลงบทเพลงที่คนทั้งโลกไม่มีสิทธิ์ได้ฟังนอกจาก อีทงเฮ คนนี้

น้ำเสียงอบอุ่นที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งที่ได้ฟัง
ลมอุ่นๆที่พัดกระทบปลายหูให้รู้สึกสั่น

มันอยู่ใกล้แค่นี้เอง.........ได้ยินมั๊ย?

 

คยูฮยอนใช้นิ้วจิ้มแก้มป่องนั้นเบาๆและหยุดร้องเพลง “ไม่เนียนเลยอีทงเฮ”

“.....อือ.............”

“ว่างัย เด็กเลี้ยงแกะ”

“ใครเลี้ยงแกะ?” คนตัวเล็กพูดเสียงอู้อี้ เปลือกตาทั้งสองข้างยังประกบปิดกันจนมิด

“ก็ทงเฮงัย”

“อะไร?” คนในอ้อมกอดยอมเผยดวงตาใสกิ๊งออกมาแล้ว เล่นเอาหัวใจที่สงบนิ่งอยู่นานตกใจจนแทบช็อก แต่ระดับคยูฮยอน คงไม่จนมุมตั้งแต่เปิดเกมส์หรอกน่า

“ตื่นนานแล้ว ทำไมไม่ยอมลืมตา”

“ใครว่า.....”

“ฉันรู้”

“ฉันเพิ่งตื่น” ทงเฮยกมือขยี้ตาเป็นพยาน

“คนเพิ่งตื่นไม่ตาแป๋วแบบนี้หรอก”

“ก็คนมันเพิ่งตื่นจริงๆ ทำไมต้องหาเรื่องกันแต่เช้าด้วยล่ะ?” คนตัวขาวอมลมเต็มแก้ม ต้องทำเป็นเด็กขี้ดื้อเอาไว้แล้วจะดีเอง......จะให้เค้ารู้ไม่ได้ ว่าเราแกล้งหลับเพราะอยากฟังเพลงเพราะๆนานๆ

“ไม่ได้หาเรื่อง”

“แล้วทำไมนายต้องมานอนทับฉันแบบนี้ด้วย!!” มือเล็กยกตั้งฉากกับแผงอก

“ปลุกทงเฮ”

“ปลุกแบบไหน”

“อยากรู้จริงๆเหรอ?”

“ต้องทำให้ดูอีกทีด้วย” ก็แค่วางแผนการเล็กๆเอาไว้ว่าคยูฮยอนจะต้องยอมร้องเพลงให้ฟังอีกรอบ แต่ทว่า....

“ปลุกแบบนี้” ก็ไอ้แบบนี้ที่คยูฮยอนว่าน่ะ มันก็พวกหาเศษหาเลยไม่เลือกที่ยังงัยล่ะ!

“ไม่ใช่ นายอย่ามาแกล้งฉันนะ!!!” เบี่ยงหน้าออก แต่กลายเป็นว่ามันกลับได้ทีคนทะลึ่งซะงั้น

“ก็ฉันปลุกแบบนี้จริงๆ” เจ้าคนเหลี่ยมเยอะมันยังไม่ยอมรับ ตั้งหน้าตั้งตาจะลวนลามคนตัวหอมให้ได้

“โกหก นายไม่ได้ปลุกแบบนี้”

“อ๊าว ก็ไหนว่าเพิ่งตื่น” นั่นงัยล่ะ...สุดท้ายก็พลาดตกหลุมที่ตัวเองเป็นคนขุดขึ้นมากับมือ น่าอายมั๊ย??? อีทงเฮ!!!

“ไม่เอาแล้ว นายมันเจ้าเล่ห์โจวคยูฮยอน” ทงเฮผลักพุ่บเดียวคยูฮยอนก็หงายท้องไปกับฟูกนอน ได้ทีคนตัวเล็กก็แจ้นหนีออกไปนอกห้อง ไม่ได้หรอก ขืนอยู่นานๆมีหวังหมาป่ามันจะได้เบรกฟาสต์เป็นเนื้อปลานุ่มๆ

 


ฮยอกแจแลดูจะรู้หน้าที่ดีกว่าใครเพื่อน ทงเฮแหงนมองนาฬิกาติดผนังเห็นว่าเข็มสั้นมันเพิ่งจะเซย์เฮลโลกับเลข 7 เจ้าไก่ก็หายหัวไปเสียแล้ว คิดว่าไม่รู้เหรอว่ามันหายหัวไปไหน

ทุกทีจ็อกกิ้งจะต้องผิดหวังเพราะไม่สามารถงัดไอ้คนสันหลังยาวมันออกจากที่นอนได้ แต่คราวนี้มันคงได้ยิ้มบานหน้าแป้นไปแล้ว ก็อีฮยอกแจมันกำลังหาเรื่องเปิดทางให้เพื่อนสนิทอยู่น่ะสิ!

“ช่วยนะ”

“......”
“ถึงจะห้ามก็จะหน้าด้าน”

ทงเฮทำเพียงส่ายหัวเบาๆ แล้วก็สนองความต้องการด้วยการยื่นผักกำใหญ่ให้คนมีน้ำใจเค้าไปหาทางจัดการให้ทานได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตด้วยตัวเอง และดูท่าหมอนี่จะโง่เรื่องทำครัวอย่างที่เจ้าตัวเคยออกปากจริงๆเสียด้วย มันก็เลยไม่พ้นจะลำบากอีทงเฮอย่างทุกที


มยอลชีโพกึมนิโกรวางอยู่กลางโต๊ะ คั่นกลางระหว่างทงเฮกับคยูฮยอน วันนี้คยูฮยอนดื้อจนได้เรื่อง ไอ้อาหารจานโปรดมันก็เลยแปรกบฏไปอยู่คนละทวีปแบบนี้

“จะกินได้มั๊ยเนี่ย?”

“เอาน่า ท้องเสียก็ท้องเสียด้วยกัน”

“น่าเกลียดที่สุดเลย” ทงเฮเบะปาก ต่อว่าอยู่นิดๆ แต่คยูฮยอนไม่สนใจหรอก หนำซ้ำยังยื่นตะเกียบออกไปคีบเจ้าปลาดำเข้าปากเฉย

“เป็นงัยล่ะ?”

จริงๆทงเฮไม่ต้องถามหรอก เพราะหน้าตามันบ่งบอกรสชาติตั้งแต่สะกิดโดนปลายลิ้นแล้ว แต่ขอฟังคำตอบหน่อยเหอะ...ก็แค่อยากรู้ว่าตัวเองทายแม่นรึเปล่า

“พอใช้ได้น่า!”

หึ แม่นจริงๆด้วยแฮะ “เหอะ งั้นฉันยกให้”

“เหยยย~” คยูฮยอนแลบลิ้นแบละทำหน้าเบ๊ ก่อนจะคว้าเอาแก้วน้ำมาซัดล้างปาก ชาตินี้สาบานว่าจะไม่ทำครัวอีกเด็ดขาด ไม่เชื่อขอให้ทงเฮเค้าเลิกรักเลยอ่ะ

ทงเฮยิ้มขำจนคยูฮยอนต้องขมวดคิ้วหนึบ “เลิกหัวเราะได้แล้ว”

“เอาแต่ใจ”

“เพิ่งรู้เหรอ?”

“รู้—นาน—แล่ว!!”


คยูฮยอนยิ้มทิ้งท้ายก่อนจะก้มหน้าก้มตาสาละวนกับถ้วยข้าวสวยที่ไอฉุยน่ากินต่อ ทั้งคู่นั่งกินข้าวโดยไร้ซึ่งประโยคคำพูด ไอ้ที่เห็นจะมีเล็ดลอดออกมาก็คงจะมีแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม แล้วก็เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ฟังดูคล้ายเพลงทำนองสบายๆที่ขับกล่อมเช้าที่อากาศสดใสนี้ไม่ให้เงียบเหงา

ข้าวเกือบหมดจานแล้ว ทงเฮกำลังจะซุ้ยข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแต่กลับต้องมาชะงักเพราะแสงวิบวับที่สะท้อนเข้าตา คนหน้าหวานอมยิ้มแล้วเอ่ยเสียงใส

 

“ขี้เลียนแบบ”
“เลียนแบบ!”

 


เห?

ก็ดันมาใจตรงกัน พูดพร้อมกันแถมใจความก็คล้ายคลึงกันขนาดนั้น จะไม่ให้ร่นหัวคิ้วเข้าทำจุดโฟกัสกลางหน้าผากได้อย่างไร

ทั้งคู่ร้องอ๋อในใจเมื่อต่างคนต่างก็หยิบสิ่งขัดขวางความอร่อยขึ้นมาจากก้นถ้วย

แหวนเงินวงเล็กสองวง
วงนึงอยู่ที่ปลายนิ้วของคยูฮยอน
อีกวงอยู่ที่ปลายนิ้วของทงเฮ

 

“ของฉันหรูกว่าตั้งเยอะ” คยูฮยอนหมายถึงแหวนเงินแต่มีจี้เพชรเล็กๆที่อยู่ในมือบาง นั่นทำเอาทงเฮฮึดฮัดอารมณ์เสียได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ก็แหงล่ะสิ ฉันไม่ได้รวยล้นฟ้าแบบนายนี่ กว่าจะได้มานี่ก็เลือดตาแทบกระเด็น!”

คนถูกค่อนแคะวาดยิ้มหวาน ขยับแขนขยับก้นกระเถิบมาจนชิดโต๊ะไม้ญี่ปุ่นตัวเตี้ยแล้วยื่นหน้าหล่ออันตรายเข้ามาจนประชิด

“สวมให้ฉันก่อนสิ” สั่งพร้อมกับยื่นแหวนเงินวงกระจิดมาให้ ทงเฮเมินหน้าหนี “เร็วๆสิ เดี๋ยวนี้หัดขัดใจฉันแล้วเหรอ?”

“เออออ!! ขัดไม่ได้” กระแทกท้ายเสียงใส่ แล้วก็เข้าอีหรอบเก่า.......อีทงเฮไม่มีสิทธิ์ไปขัดใจพ่อนักร้องอำนาจเยอะได้ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม ชิ!


แต่บางทีคนเรามันก็เปลี่ยนแปลงกันได้นะ!

 

“ใส่นิ้วไหนอ่ะ?”

คนหน้าหล่อยังยิ้มพราวพลางส่ายหัว....ไม่รู้ซี.......

“นิ้วนี้ป่ะ?” นิ้วนี้ที่ทงเฮว่า.....ก็คือนิ้วกลาง คยูฮยอนขมวดคิ้ว บุ้ยปากว่านิ้วถัดไป “นิ้วชี้เหรอ?”

“อีทงเฮ......” แต่เจ้าของชื่อกลับปั้นหน้าซื่อยิ้มตาใสยั่วโมโห......เดี๋ยวนี้อีทงเฮเล่นตัวเป็นแล้วนะ ขอบอก!!

“ก็ไม่รู้จริงๆนี่นา”

“ซื้อบื้อเหมือนเดิม!!”

“โหหหห! เก่งนักก็ใส่ให้ดูก่อนเด่ะ” ปลายคางมนเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมใสหรุบต่ำมองคนตรงหน้าอย่างวางท่า

“เก่งอยู่แล้ว” จะรู้มั๊ยนั่นว่าหลงกลคนน่ารักเข้าไปเต็มๆน่ะ!!

โจวคยูฮยอนใช้มือหนาของตนช้อนมือบางขึ้นมาระดับสายตา ทงเฮมองตามมือที่กระชับจับ รวบปลายนิ้วทั้งสี่ของเขาเข้าชิดกันและเผื่อแผ่ความอบอุ่นผ่านการสัมผัสเบาๆนั้น ปลายนิ้วหัวแม่มือคลึงเบาๆอยู่ที่ขั้วนิ้วนางข้างซ้าย สาบานว่าไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่ากำลังยิ้มหวานให้เจ้าของแหวนวงหรูอยู่

“ตาทงเฮแล้ว” เสียงนุ่มกระซิบเบา หัวใจก้อนเล็กๆกระตุกวูบเมื่อรู้ตัวอีกที ริมฝีปากอุ่นก็คลอเคลียอยู่เพียงกลีบปาก

คนตัวเล็กรีบหลบตา ก้มหน้ารับแหวนวงกระจิดของตัวเองมาจากมือคยูฮยอน ก่อนจะได้มาสั่นๆเกร็งๆสวมแหวนให้กับผู้ชายหน้าตาดีเจ้าของดวงตาวาววับตรงหน้า คิดว่าพอสวมให้เสร็จก็จะรีบปล่อยแล้วมานั่งเขินม้วนแต่ที่ไหนได้ ทงเฮก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าเขาจะสามารถนั่งเอามือนุ่มกุมมือหนาไม่ยอมปล่อยแบบนี้

..คนอะไร มือนุ่มชะมัด....

เชื่อแล้ว ว่าเกิดมาสบายจนไม่ต้องทำอะไร ^^

 

จุ๊บ!
รายการอะไรก็ได้ช่วยเสียเวลามาถ่ายทำชอตสำคัญนี้ที....The greatest in the world เลยยิ่งดี อีทงเฮจับมือโจวคยูฮยอนขึ้นมาจุ๊บ!!

ทำไปแล้วก็เขินมุดดิน แก้มร้อนฉ่าชาหนึบ เกือบจะกวาดเอาถ้วยชามลุกหนีเสียหน่อยก็รู้ตัวว่าช้าไปแล้ว คยูฮยอนรั้งมือบางจนเข่าอ่อนยอมนั่งแหมะลงกับพื้นอีกหน ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองริมฝีปากแดงเข้มไม่กะพริบ จนกระทั่งมันประทับจุมพิตไว้บนหลังมือตัวเองทงเฮถึงกะพริบตาหนึ่งปริบรับเอารอยยิ้มละลายใจมาทำร้ายตัวเอง

 

“เมื่อกี๊นายสวมแหวนเลียนแบบฉัน งั้นฉันขอจูบเลียนแบบนายมั่งนะ เสมอกันแล้วใช่มั๊ย?”

 

 


End of part 9

กาเท่เร่'s talk ::: (ยิ้มยิงฟัน)(ทำหน้าเขินๆ) หายไปนานเนอะ ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

แหมะ,, freshy ก็เงี้ย เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนการเรียนรู้ แล้วก็เปลี่ยนตารางชีวิตเกือบทั้งหมด เล่นเอามึนไปเหมือนกัน ที่ไม่ได้มาต่อฟิคก็เกี่ยวเนื่องมาจากสาเหตุนั้นๆค่ะ ฮ่าๆ,,

ที่อยากจะพูดนะคะ ขอโทษ ถ้าตอนนี้มันจะสั้นไปนิด (ไม่นิดมั้ง?) ไม่สมกับที่รอคอยกันเลยเนอะ แล้วก็....ทั้งๆที่น่าจะหวานได้มากกว่านี้ ก็ดันไม่สาแก่ใจกันใช่มั๊ยล่ะ??

เอาน่าๆ หยวนๆเนาะ (ใครเค้าเนาะกะแก)

รูปคยูเฮออกมาเยอะมากมาย เดี๋ยวต้องอัพซะแล้ว ติดตามที่ห้องแกลลอรี่เลยนะคะ ^^

จบการสนทนา และขอบคุณสำหรับคอมเม้นที่ยังรอคอยกันอยู่ หวังว่าหัวคงไม่หงอกกันไปก่อนเน่อ!!

 

ปล. รูปประกอบและเพลงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด แต่ไรท์เตอร์ชอบบบบบ~

ปล2. แล้วก็อย่าคิดว่ามาต่อตอน 9 แล้วตอน 10 จะมาเร็ววันหรอกนะคะ (= =)

ยังไม่หมดช่วงเชียร์ฯ ช่วงรับน้องเลย ตื่น 7 โมง นอนตี 2 ทุกวันค่ะ แต่จะพยายามหาเวลามาต่อนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งกันหล่ะ